<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.7" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ClookClick</title>
	<link>http://www.clookclick.com</link>
	<description>Business ideas and retail information</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2009 08:20:01 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ตั้งโจทย์ผิด ก็ได้คำตอบผิดๆ</title>
		<description>ระหว่างที่ผมยืนรอคิวจ่ายตังค์ในร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีช่องจ่ายตังค์เยอะมากๆ 
เห็นลูกค้าท่านหนึ่ง เอาของออกจากตะกร้า วางไว้ที่เชลฟ์ข้างๆแคชเชียร์
จากนั้น ลูกค้าคนนี้ ก็เดินไปจ่ายตังค์ ที่ช่องทางด่วน 
ช่องที่รับเฉพาะเงินสด และซื้อสินค้าไม่เกิน 10 ชิ้น

บังเอิญว่า วันนั้นผมไม่รีบ และของที่จะซื้อก็วางเกือบเต็มรถเข็น 
ถ้าจะให้เข้าเงื่อนไขใช้ทางด่วน ผมคงต้องหยิบแค่ 9 ชิ้นมาจ่ายตังค์ แล้วทิ้งอีกหลายสิบชั้นไว้บนรถเข็น ดูจะง่ายกว่า

ผมเข้าใจว่า ร้านค้า ไม่อยากให้ลูกค้าต้องรอคิวนาน จะคิดทำเลนพิเศษขึ้นมา 
เป็นเจตนาดี ที่น่าชมเชย

แต่...อย่าลืมซิครับว่าการขายของ ก็ต้องอยากให้มีคนซื้อเยอะๆ
(เอ.. หรือว่า ไม่อยากให้ซื้อเยอะ) 
การทำเลนด่วนสำหรับลูกค้าซื้อไม่เกิน 10 ชิ้น กลายเป็นการจูงใจให้ซื้อน้อย ซะงั้น!!! 

ผมว่า อันนี้เกิดจากการตั้งโจทย์ผิด 
ซึ่งโจทย์ของธุรกิจ โจทย์แรกที่ต้องคำนึงถึงคือ "ให้ลูกค้าซื้อเยอะ" (หรือซื้อบ่อยๆ, ซื้อชิ้นที่แพงๆ, ซื้อชิ้นที่มาร์จิ้นสูงๆ  ก็แล้วแต่ประเภทธุรกิจร้านค้า)  
แล้วโจทย์ที่สองที่ตามมา จึงจะเป็น "ให้ลูกค้าสะดวก" 

ไอเดีย "ช่องทางด่วน 10 ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1367</link>
			</item>
	<item>
		<title>แปลงที่จอดรถ ให้เป็นเงิน</title>
		<description> 
หากเปรียบเทียบกับบ้านเมืองอื่น ผมว่าในเมืองไทยเรา จับเอาสิ่งที่อยู่รอบตัวมาทำป้ายโฆษณาได้เยอะมากๆ 
แต่เป็นการเยอะด้วยจำนวน ยังขาด "ความเนียน" ในการนำเสนอ 

"ความเยอะ" ทำให้รกตา จนบางครั้ง ทัศนคติต่อแบรนด์นั้นอาจเปลี่ยนไป 

เพื่อนคนหนึ่งของผม สวมวิญญาณนักต่อต้านแบรนด์(บางยี่ห้อ)  
ด้วยสาเหตุที่ว่า โฆษณามาคั่นถ่ายทอดสดฟุตบอล ตอนที่กำลังลุ้นลูกเตะมุม
อันที่จริง ต้องขอบคุณสินค้านั้นถึงจะถูก ที่ทำให้ได้ดูถ่ายทอดสด แต่ความผิดพลาดของคนตัดต่อรายการที่จะแทรกโฆษณา ทำให้การเสียเงินเป็นสปอนเซอร์ส่งผลในทางตรงข้าม

ป้ายบนตึก, ผนังบ้าน, รถเมล์ทั้งคัน และเสารถไฟฟ้า ก็มีป้ายโฆษณาแปะอยู่ แต่มีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่ต้องแปลกใจว่า ทำไมไม่เอามาสร้างเงิน 
นั่นก็คือ ลานจอดรถในห้างฯนั่นเอง   

ลานจอดรถในห้างฯทั่วไป ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีปูน คือไม่ได้แต่งแต้มเติมสีมากนัก ดังนั้นทุกชั้นจึงเหมือนกันหมด
มีทางเดียวที่จะจำตำแหน่งจอดรถได้ คือ "รหัสเสา" 
แต่ถึงอย่างไร ก็มีเผลอลืมกันบ้าง 

ตรงกันข้าม ถ้าแปลงเป็นป้ายโฆษณา ก็น่าจะทำให้คนขับจำที่จอดรถได้แม่นขึ้น 
แต่ขอเน้นว่า ทำแบบสวยๆ ไม่ hard sale  ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1359</link>
			</item>
	<item>
		<title>จับลูกค้าประเภท &#8220;มาไว ซื้อไว&#8221;</title>
		<description>

ผมชอบโฆษณาประกันภัยยี่ห้อหนึ่งนะครับ
ที่บอกว่า "มาเร็ว เคลมเร็ว...."
แม้ว่าความเป็นจริง จะทำได้อย่างที่โฆษณาหรือไม่ (ก็ไม่รู้)
แต่นี่บ่งบอกให้รู้ว่า ลูกค้าด่วนซื้อ หรือที่เรียกแบบฝรั่งว่า Quick tripper นั้นมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ 
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า "ลูกค้าเอ้อระเหย" ที่นั่งจิบกาแฟ กินขนมเอื่อยเฉื่อย จะหมดจากโลกนี้นะครับ 

การทำการค้ากับ "ลูกค้าด่วนซื้อ" ยังส่งผลดี เพราะไม่เปลืองเวลาขาย ไม่เปลืองสถานที่ขาย 

แล้วจะจับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างไร?
ผมมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ มาฝากกันครับ 

1. เลือกสินค้าที่ขายดีครับ  ยิ่งถ้าตัวไหนกำลังฮิต ก็ต้องมีในร้านให้ได้ 
ไอ้ประเภทขายไม่ออก ก็ไม่ต้องนำมาประดับเชลฟ์ให้ดูเยอะหรอกนะครับ มันรกตาลูกค้ากลุ่มนี้ 

2. จัดแสงสว่างให้พอ หาสินค้าง่าย 
ได้ของดีมาแล้ว ก็ต้องโชว์ให้เห็นชัดๆ มองปุ๊บเจอปั๊บ ยิ่งทำให้เห็นแต่ไกลได้ยิ่งดี 

3. จัดทางเดินให้สะดวกหน่อย ไม่ใช่ก้มหยิบของ ก้นก็ไปชนเชลฟ์สินค้าข้างหลัง หรือไปชนลูกค้าคนอื่น 
ลูกค้าไม่ได้มาเล่นบั๊มก้นกันนะครับ เขาจะมาซื้อของ  

4. ไม่ต้องมีให้เลือกเยอะ เอาแค่ 3-4 ยี่ห้อ ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1352</link>
			</item>
	<item>
		<title>มองตลาดแบบเฟอร์กี้</title>
		<description>ช่วงนี้เซ็งๆครับ ไม่ค่อยมีอารมณ์จะเขียนบล็อกเท่าไร?
แอบหวังว่า ปิดฤดูกาลแบบนี้ หงส์แดงของเรา ต้องเสริมทัพให้แกร่งกว่าเดิมเป็นแน่แท้
แกเร็ธ แบรี่ ที่เล็งไว้นาน ก็พลาดไปเฉย
บียง บีย่า ไม่น่ามีปัญญาซื้อ เพราะแพงเหลือเกิน
ตอนนี้เลิกคิดเรื่องจะซื้อนักเตะดังๆเข้าทีม
หันมาลุ้นว่า ไอ้นักเตะดีๆที่มีอยู่ ทำยังไงไม่ให้ถูกดูดไป จะดีกว่า!

ในช่วงเศรษฐกิจแย่ ธุรกิจต่างเจ๊งไม่เป็นท่า ใครจะคิดละครับว่า นี่เป็นปีที่มีการทุ่มเงินซื้อนักเตะแบบมโหฬาร 

เพิ่งทำลายสถิติโลกหมาดๆ ด้วยการดึงกาก้า มาจากทีมมิลาน
ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา รีลมาดริดก็ทำให้ทีมอื่นต้องผวาอีกครั้ง
ด้วยการใช้เงินเกือบ 100 ล้านปอนด์ (บางสำนักก็บอกว่า 80 บางสำนักก็บอกว่า 95 เอาเป็นว่า มันใกล้ๆ 100 นี่แหละ) ซื้อไอ้โด้จากแมนยู 

ฟุตบอลเดียวนี้เป็นธุรกิจเต็มตัวไปแล้วครับ 
การตัดสินใจ จะซื้อ จะขายนักเตะ จึงเป็นเรื่องของการลงทุนล้วนๆ
เมื่อมันเป็นการลงทุน ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจ ที่ความคิดไม่เหมือนกัน
ถ้าคิดเหมือนกัน มันจะมีคนกำไร คนขาดทุนหรือครับ???

บางคนชอบซื้อหุ้นตอนแพง แล้วทะลึ่งขายตอนราคาลง คงจะเข้าใจดี (ผมก็อยู่ในข่ายนี้) 

เท่าที่ดูบอลมาหลายปี ผมสังเกตุอะไรบางอย่าง
อาร์เซนอล(ซึ่งก็คือ แวนเกอร์) และแมนยู (ซึ่งก็คือ เฟอร์กูสัน) ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1343</link>
			</item>
	<item>
		<title>เมื่อต้องสู้กับยักษ์</title>
		<description>
ถ้าพูดถึงน้ำอัดลม โดยเฉพาะน้ำสีดำๆ 
คุณนึกถึงยี่ห้ออะไรบ้างครับ?
เมมโมรี่ในสมองผม ให้คำตอบมาเพียง 'โค้ก' และ 'เป๊ปซี่' เท่านั้น

เชื่อไหมครับว่า ยังมีอีกยี่ห้อที่ทำยอดขายโตเรื่อยๆ มาแบบเงียบๆ 
ชื่อ 'อาเจ บิ๊กโคล่า' 
นอกจากจะไม่คุ้นหูคนกรุงเทพแล้ว ยังหาซื้อลำบากอีกด้วย

กลยุทธ์ของเขา ทำให้เหมือนรายใหญ่เพียง 2 อย่าง คือ น้ำสีดำ และสติ๊กเกอร์สีแดง 
เป็น 2 สิ่ง ที่เพียงพอสำหรับการเชิญชวนให้เข้าใจผิด คิดว่าเป็นยี่ห้อดัง
  
ที่เหลือ 'ทำต่าง' จากคู่แข่งทั้งหมด! 
เริ่มจาก "ราคา" ต้องถูกกว่าคู่แข่ง เพื่อเจาะรากหญ้าโดยเฉพาะ 
"ขนาด" ที่ใหญ่กว่าปกติ จะสอดคล้องกับคำว่าวิถีชีวิตของผู้มีรายได้น้อย เพราะน้ำอัดลมเป็นเหมือนของพรีเมี่ยม ที่ไม่ได้ดื่มประจำ แต่จะมีเฉพาะในงานบุญ งานกุศล หรือวาระพิเศษของครอบครัวเท่านั้น 

อะแฮ่ม! เจาะรากหญ้า แบบป่าล้อมเมือง 
งั้น สินค้าออกจากโรงงาน ก็วิ่งผ่านยี่ปั้ว ซาปั้ว ไปถึงร้านโชห่วยได้เลย ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1337</link>
			</item>
	<item>
		<title>ต้องอิ่มใจ หรือไม่ก็อิ่มสมอง</title>
		<description>

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้
'แพนด้าน้อยเริ่มซน น้ำหนักเพิ่มขึ้น'
'จีเอ็มล้มละลาย' 
'บาร์ซ่าพร้อมทุ่ม 45 ล้านยูโร ดึงเชส ฟาเบรกาส กลับถิ่น'

ข่าวคนละเรื่อง แต่มันคือเป็นเรื่องเดียวกัน 
ทำไมผมจึงพูดอย่างนั้น? 

รู้สึกไหมครับ ว่าโลกใบนี้ มันเอียงๆ
ไม่ได้แปลว่า สองมาตรฐาน เหมือนที่นักการเมืองชอบพูดกันนะครับ 
แต่มันเป็นการเอียง เพราะผู้บริโภค กำลังปรับตัวต่างหาก

กูรูหลายสำนักบอกว่า เศรษฐกิจแย่ ประชาชนมีรายได้น้อย ต้องใช้จ่ายประหยัด 
ยอดขายบ้าน ขายรถ และสินค้าจิปาถะทั่วไป ดึงลงไม่เป็นท่า จนบริษัทยักษ์ใหญ่ล้มละลายอย่างคาดไม่ถึง  ซึ่งจีเอ็มก็คือรายล่าสุด และก็อาจไม่ใช่รายสุดท้ายด้วย 

ภาพกลับกัน 
วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ เมืองโรม่า แฟนบอลหลายหมื่นคน แห่เข้าชมนัดชิงชนะเลิศ ถ้วยแชมป์เปี้ยนลีก 
ราคาตั๋วแสนแพง การเดินทางแสนไกล แต่แฟนบอลพันธุ์แท้ก็อยากไปมีส่วนร่วม 
ไม่นับแฟนบอลทางไกล ที่ยอมจ่ายตังค์ซื้อตั๋วปี ดูผ่านทีวีตลอดฤดูกาล 

ฟุตบอลจึงเป็นหนึ่งในธุรกิจสมัยใหม่ ที่มีโอกาสทำเงินอีกเยอะ (เออ.. ผมไม่ได้พูดถึงการบริหารนะครับ ต่อให้มีทีมดัง แต่ถ้าบริหารแย่ ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1333</link>
			</item>
	<item>
		<title>จักรยานฉบับกระเป๋า</title>
		<description>หลายวันก่อน ขณะใช้บริการขนส่งมวลชนที่วิ่งเร็วสุดๆ ของเมืองไทย 
(แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเร็วแล้วครับ ตั้งแต่ทดลองวิ่งจากตากสินไปฝั่งธน ต้องเสียเวลารอรถนานมาก)
ก็มีชายคนหนึ่งจูงพาหนะส่วนตัวขึ้นมาด้วย
ผมชื่นชมเขานะครับ ที่มีส่วนช่วยลดการทำลายสภาพอากาศ ด้วยการเสียสละยอมปั่นจักรยานแทน 
อากาศในกรุงเทพก็ร้อนตับแตก ยังสามารถปั่นจักรยานได้ ก็นับถือหละครับ
แต่ติดตรงที่ว่า บางช่วงบางตอนของการเดินทาง ที่ต้องหิ้วจักรยานขึ้นรถ ลงเรือ นี่ซิ

"มันน่าจะมีจักรยานที่พับเก็บและขนย้ายง่ายนะ" 
ว่าแล้วก็ลอง เซิร์สๆๆๆๆๆ ดู 
เจอเยอะเลยครับ!
ส่วนใหญ่เป็น concept product คือยังไม่มีการลงมือลงไม้ผลิตจริง

ชิ้นนี้เป็น เป้แปลงร่าง ไอเดียเท่ๆของ คุณ Chang Ting Jen  



ภาพจาก The Design Blog

ส่วนชิ้นนี้เป็นกระเป๋าเดินทาง ออกแบบโดย Hayoung Lee นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนี่ย์ 
 

ภาพจาก elanso.com

คันนี้ Thomas Owen ออกแบบให้พับเหลือขนาดเท่าหมอนอิง 


ภาพจาก yankodesign.com

หดให้เหลือล้อเดียว ในรูปแบบของ Yirong Yang ก็มีหน้าตาแบบนี้ 


เห็นแล้ว ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1326</link>
			</item>
	<item>
		<title>เจ็บป่วยเมื่อไร ก็แวะมา&#8230;</title>
		<description>

ห้างค้าปลีก เป็นได้มากกว่า "ที่ขายสินค้า"
แรกเริ่มเดิมที ที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงการซื้อมาขายไป 
ทำกำไรจากส่วนต่างของราคา
ใครบริหารจัดการดี มีสินค้าหมุนเร็ว ก็อยู่รอด

แต่พอเจอกระแสดอทคอม พฤติกรรมการซื้อของเริ่มเปลี่ยนไป การค้าขายออนไลน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 
ลูกค้าก็ฉลาด บางคนมาดูสินค้าที่ร้าน แต่ไปสั่งซื้อทางเน็ต เพราะถูกกว่า

แรงบีบแบบนี้ ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องปรับตัว
จากการสุมหัวของนักการตลาดค้าปลีก ก็ได้คำตอบว่า มีอย่างหนึ่งที่โลกออนไลน์ยังแย่งลูกค้าไม่ได้(ณ ขณะนี้ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่) นั่นคือ เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องไปพบหมอหรือไปซื้อยา 

หลายห้าง จึงเปิดพื้นที่ ให้มีคลินิคเล็กๆ เอาไว้บริการ 
ทำมาหลายปีแล้วครับ แม้ไม่รุ่งมากแต่ก็ไม่ถึงกับร่วง

เหมือนฟ้าเป็นใจ ปล่อยโรคระบาดพันธุ์ใหม่ให้โลกมนุษย์ได้ตื่นเต้นเรื่อยๆ
การะบาดของโรคซาร์ส และไข้หวัดนก เป็นเหมือนแรงฮึดให้โรงพยาบาล หันมาทำคลีนิกกันมากขึ้น โดยไปจับมือกับห้างใหญ่ๆ 
อย่างในสหรัฐ ห้างซีวีเอสก็จับมือโรงพยาบาลคลีฟแลนด์คลินิก ส่วนโรงพยาบาลเมโยคลินิก ก็บุกเข้าไปเปิดสาขาย่อยที่เรียกว่า "เอ็กซ์เพรส แคร์" ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัฐมินนิโซตา
ขณะที่พี่เบิ้มอย่างวอลมาร์ท ซึ่งเปิด RediClinic มาได้สักพัก ก็กำลังทบทวนกลยุทธ์นี้อีกครั้ง หลังเกิด 'ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่'  

ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ค่อยๆแปลงร่างเป็นร้านสะดวกอิ่ม 
หิวเมื่อไรก็แวะมา...
ในวันข้างหน้า อาจมีร้านสะดวกตรวจ 
เจ็บเมื่อไรก็แวะมา... ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1296</link>
			</item>
	<item>
		<title>IKEA มาเปิดในไทย&#8230;แล้วไง?</title>
		<description>เมื่อวานผมเขียนถึง ในมุมของคนซื้อ หากมีร้านค้ามาเปิดเพิ่ม ก็แปลว่า เรามีทางเลือกเพิ่มขึ้น
แล้วมีมุมอื่นอีกมั๊ย?
"มีครับ" 
นอกจาก 'มุมเสียเงิน' แล้ว พอจะมี 'มุมหาเงิน' จาก IKEA ได้บ้างมั๊ย?
มีครับ หาก IKEA ประสบความสำเร็จในไทย มีคนคลั่งไคล้ในแบรนด์นี้ โอกาสของ SME ก็มีเหมือนกัน 
เอาตัวอย่างในเมืองนอกมาฝากกันเลยดีกว่า ว่าเขาเกาะ IKEA อย่างไรบ้าง

ง่ายสุด คือ รับสั่งและรับส่ง 
เป็นที่รู้ว่า ร้านแห่งนี้ขายเฟอร์นิเจอร์กึ่งสำเร็จรูป 
เพียงแกะกล่องเติมน้ำร้อน เฟอร์นิเจอร์ของท่านก็พร้อมรับประทานได้ทันที 
เอ้ย...มันต้องแกะกล่องออกมาประกอบครับ 
สำหรับคนที่ไม่มีรถมาขน ก็เปิดบริการให้เช่ารถแบบ freetrailer  หรือต่างจังหวัดอยากจะซื้อ ก็มีบริการให้สั่งและส่งถึงที่ เหมือน Modernnash 

แต่บางคน ยังไม่ถูกใจ IKEA ทั้งหมด อยากได้อันนู้นนิด อันนี้หน่อย ติดเสริมเพิ่มเติมอีก 
ก็เปิดธุรกิจเหมือน partsofsweden หรือ grippiks ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1292</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขอต้อนรับ IKEA</title>
		<description>
ผมดีใจออกนอกหน้าไปหน่อยหรือเปล่านี่? 
ที่รู้ว่า IKEA ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ จะมาเปิดสาขาในไทย 

อย่าหาว่านิยมของนอกนะครับ เพราะจากประสบการณ์ที่ตระเวนหาของแต่งบ้าน เคยซื้อทั้งจาก Homeตู้ดๆ และ Homeตู๊ด (ถูก กบว.เซ็นเซอร์ ไม่สามารถออกอากาศได้หมด) แล้ว มีแต่เรื่องไม่น่าจดจำ (แต่จำขึ้นใจ)

สินค้าที่ลงใบปลิวโฆษณาไว้ พอไปถึงร้าน ดั้นบอกว่า "ของหมดค่ะ"
นัดส่งของตอนบ่าย 3 โมง พี่แกมาส่งให้ 2 ทุ่ม 
ที่เป็นแบบนี้ เพราะยังไม่มีคู่แข่ง ทำให้สองรายใหญ่ในตลาดไทย จึงฮั้วกันได้ 

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วครับ 
เมื่อไอเกีย ตัดสินใจว่าจะมาเปิดสาขาในไทย หลังจากด้อมๆมองๆอยู่นานมาก 
อันที่จริง IKEA ก็มีสายสัมพันธ์อันดีกับบริษัทในบ้านเรา เพราะจ้างเราผลิตให้ 

คิดดูซิครับ ขนาดจ้างผลิตในบ้านเรา ส่งไปขายเมืองนอก ราคาสินค้ายังถูก ถึงขนาดว่าคนไทยบินไปช้อปที่สิงคโปร์ได้ แล้วถ้ามีร้านในไทย ไม่ต้องมีค่าขนส่ง ราคามันจะน่าซื้อขนาดไหน?

แต่ 'ราคา' ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เพราะการขายของถูก ใครๆก็ทำได้ 
เมื่อหลายสิบที่แล้ว ...</description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/1285</link>
			</item>
</channel>
</rss>
