<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>จิบความคิด สะกิดไอเดีย</title>
	<link>http://www.clookclick.com</link>
	<description>ClookClick.com</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Mar 2010 06:47:47 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ไม่ใช่ง่าย ที่ร้านใหญ่จะเปิดไซส์เล็ก</title>
		<description><![CDATA[&#8220;Hi 5!&#8221;
เป็นคำทักทายจากเพื่อนร่วมงานที่เชียร์อาร์เซนอล
หลังจากเมื่อคืนหงส์แดงโชว์ฟอร์มออกทะเล แพ้ทีมหนีตกชั้น(อีกแล้วครับท่าน โฟร์เอสไม่ได้สร้างสรรค์เสียด้วย)
สงสัยปีนี้หงส์จะร่อนลงนอกรันเวย์แหง๋ๆ
ด้วยผลงานจบฤดูกาลอันดับ 5 อดไปแชมเปี้ยนลีค! 
เริ่มต้นเหมือนจะกร่อย แต่ว่าเรื่องราวที่จะเล่า เข้มข้นนะครับ 
ย้อนไปนิดหนึ่งเมื่อตอนคุณเนวิน (ที่เดี๋ยวนี้เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลใหญ่) นั่งหัวโต๊ะดูแลค้าปลีก สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ กระทรวงพาณิชย์
ตอนนั้น ผู้ประกอบการ แบ่งกันชัดเจน ใครทำไซส์เล็ก ใครถนัดไซส์ใหญ่
ซึ่งตอนนั้นภาครัฐก็เหมือนจะรู้ว่า ต้องดูแลค้าปลีกรายย่อย จึงตั้ง บริษัทรวมค้าปลีกเข้มแข็ง มีชื่อย่อว่า ART ใช้เงินภาษีไปกว่า 300 ล้านบาท
ณ บัดนี้ เออาร์ที ของพี่เนวิน ก็ลาจากพวกเราไปแล้ว 
เอ&#8230; น่าแปลกนะครับ อะไรๆที่มันมีคำว่า &#8216;เข้มแข็ง&#8217; กลับไม่เป็นดั่งชื่อ 
สิ่งที่เกิดขึ้นกับธุรกิจค้าปลีกในช่วงนั้น มันมีวิธีรับมือได้หลายแบบ
แนวทางแรก มองว่า ร้านค้าไซส์ใหญ่คือศัตรู ต้องควบคุมไม่ให้ขยายพันธุ์ ออกกฎห้ามขายราคาต่ำ(กว่าทุน) ออกระเบียบห้ามขยายสาขาใหม่
แนวทางที่สอง มองว่า ร้านแต่ละไซส์มีความถนัดไม่เหมือนกัน เจาะกลุ่มลูกค้าต่างกัน สามารถร่วมมือเพื่อพัฒนาการทำธุรกิจร่วมกันได้ ด้วยการถ่ายทอดโนฮาวจากรายใหญ่ให้รายเล็ก เพื่ออยู่(รอดร่วม)กันได้
เป็นการตกลงกันก่อน เพื่อให้มีการ &#8216;กินแบ่ง ไม่ใช่ผูกขาดเพื่อกินรวบ&#8217;  
ทางออกในตอนนั้น ท่านเสนาบดี เลือกที่จะทำงาน [...]]]></description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/2316</link>
			</item>
	<item>
		<title>เสื่อมหฤหรรษ์ ก็ยังมีค่า</title>
		<description><![CDATA[
หลังจากใช้ของเดิมมาประมาณสองปีเห็นจะได้
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่เสียที
เหตุผลในการเปลี่ยนก็ง่ายๆครับ คือ อากาศมันร้อนมาก
เกี่ยวกันไหมเนี่ย? 
น่าจะเกี่ยวนะครับ ความร้อนทำให้คนหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรซ้ำๆเดิมๆ ก็รู้สึกเบื่อ
ผมเองจ้องธีมบล็อกนี้มานาน ก็เกิดอาการเบื่อเหมือนกัน
ก็เลยลองเปลี่ยนธีมดู
หวังว่าธีมใหม่ จะช่วยคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อย (หรือยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนก็ไม่รู้?)
พูดเรื่อง &#8216;เบื่อ&#8217; ต้องบอกว่า มันช่างสอดคล้องกับยุคสมัยนี่กระไร
สมัยก่อน พอใช้ของไปนานๆ แล้วเบื่อ ก็วางทิ้งไว้รกบ้าน หรือไม่ก็ขายต่อราคาถูกๆ
แต่พอกระแสลดโลกร้อนเป็นที่นิยม
ของที่วางทิ้งไว้ในห้องใต้บันได ก็มีราคาค่างวดได้เหมือนกัน 
การให้ลูกค้านำสินค้าที่ใช้แล้ว มา &#8216;รียูส&#8217; หรือ &#8216;รีไซเคิล&#8217; กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะกระตุ้นตลาดให้คึกคัก
ทั้งเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึง ของเล่นผู้ใหญ่
&#8220;เอ&#8230; ไอ้ 3 รายการแรก ก็พอคุ้นกันอยู่ แต่รายการสุดท้ายนี่มีด้วยหรือ&#8221;
มีครับ!
โดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่ devices นี้ มีจำนวนไม่น้อย แทนที่จะปล่อยให้เซ็กซ์ทอยส์กลายเป็นขยะรกบ้าน
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่ญี่ปุ่น อย่างที่หลายคนเดาไว้ แต่เป็นทีมงาน LoveHoneyในอังกฤษ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก
เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีสารเคมีบางอย่างตกค้าง จึงต้องหาวิธีจัดการให้ถูก บางอย่างต้องกำจัดในรูปแบบพิเศษ
ดังนั้นจึงต้องหาไอเดียจูงใจให้ลูกค้าส่งของที่ใช้แล้วกลับคืนมา 
แคมเปญของ LoveHoneyจะให้ลูกค้าที่นำของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน สั่นไม่ได้ที่เหมือนแต่ก่อน เข้าข่ายเสื่อมสมรรถภาพในการสร้างความหฤหรรษ์  ส่งมาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ซื้อสินค้าใหม่ในราคาครึ่งเดียว
ส่วนเครื่องเก่า เขาจะส่งไปให้ประเทศยากจนได้ใช้งาน
เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ จะเอาไปรีไซเคิล เพื่อลดจำนวนขยะที่ต้องฝังกลบ 
ภาพจาก [...]]]></description>
		<link>http://www.clookclick.com/archives/2303</link>
			</item>
</channel>
</rss>
