
ตอนกลางวันแดดเปรี้ยงจัด แต่พอคล้อยบ่าย ฟ้าเริ่มมืด
อยู่สีลม ฝนเทกระหน่ำ ช่วงเลิกงาน
แต่พอผ่านออกมาชานเมือง แถวๆบึงกุ่ม ถนนแห้งเฉยเลย
“ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” จริงๆ
เป็นแบบนี้มาหลายวัน ทำให้ผมกับร่ม ใกล้ชิดกันมากขึ้น
แต่เดิม เราจะทำตัวติดกันเพียง 3-4 เดือนต่อปี แต่ปีนี้เห็นทีจะทำตัวไม่ห่างกันเลย
จากที่เคย รอฟังข่าวพยากรณ์อากาศ แล้วค่อยตัดสินใจว่า จะเอาร่มติดตัวไปหรือเปล่า
แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอใครฟันธงแล้ว
ไม่ใช่ว่าการพยากรณ์อกากาศไม่แม่นนะครับ แต่เป็นเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เปลี่ยนแปลงเร็ว
จำไม่ได้แล้วว่า เดี๋ยวนี้คนอ่าวข่าวพยากรณ์ฯ ยังใช้เสาเครื่องรับวิทยุชี้แผนที่อยู่หรือไม่
ร่ม จึงเป็นอุปกรณ์เสริมติดตัวอีกชิ้นหนึ่ง ที่สำคัญไม่น้อยกว่ามือถือ
“อ้าว! อย่างนั้นก็ทำมือถือที่เป็นร่มได้ด้วย หรือไม่ก็ทำร่มที่คุยโทรศัพท์ได้ด้วย ไปเลยซิ”
ยังครับ ยังไม่ต้องถึงขั้นนั้น
แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่น่าจะจำเป็นในยามกางร่มเวลาฝนตก ก็คือ ความสว่าง ยังไงครับ
ไอเดีย ไฟสว่างเวลากางร่ม จึงเป็นที่มาของสินค้านี้ โดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น
สินค้าตัวนี้ได้รับรางวัล The 17th Koizumi International Lighting Design Competition for Students เมื่อปี 2004
นอกจากจะใช้เป็นไฟฉุกเฉินให้แสงสว่าง เวลาฝนตกแล้ว
ร่มคันนี้ยังประยุกต์เป็นโคมไฟ ใช้ไม้แขวน เดินชมดาวในคืนเดือนมืด ก็ยังได้
ร่มนี้ น่าจะเหมาะกับเมืองไทย
แม้ว่าหลายคน อาจไม่รู้สึก เพราะอยู่ในเมือง มีไฟถนน ไฟร้านค้า เต็มไปหมด
แต่ถ้าเป็นชานเมือง หรือไกลออกไปหน่อย ในบางซอยยังมืดอยู่เลย
หรือเคยมั๊ยครับ กางร่มเดินออกจากสวนอาหารไปยังที่จอดรถ ที่ปูด้วยหินก้อนเล็กๆ ทันใดนั้น ฝ่าเท้าของคุณก็สัมผัสกับวัตถุสิ่งหนึ่ง มันนุ่มๆ เหนียวๆ และกลิ่นก็…

เพื่อนๆออกไอเดีย