หลายปีก่อน ตอนที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เราได้เห็นสินค้ายี่ห้อแปลกๆ วางขายในห้างฯ
“น้ำอัดลมสีดำ ฉลากสีแดง แต่ไม่ใช่ยี่ห้อโค้ก”
“น้ำยาล้างจานขวดสีเหลือง แต่เอ๊ะ ยี่ห้อเปลี๊ยนไป๋”
ไหนจะทิชชู ครีมเทียม และอื่นๆอีกมากมาย…
สินค้าเหล่านี้ ใช้ความเหมือนของตัวสินค้า มาวางขายปะปนกับของมียี่ห้อ ด้วยกลยุทธ์ “ราคาถูกกว่า”
คุณภาพไม่ต้องพูดถึงครับ!
ที่ไม่พูดถึง ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ
เพียงแต่ผมไม่เคยได้ทดลองใช้
(เออ! ก็มีทดลองใช้บ้างนะ แต่เป็นทิชชูอย่างเดียว ประทับใจไปนานเลยครับ เพราะทิชชูเปื่อยติดมือ จนต้องใช้ทิชชูเช็ดทิชชู)
ผมเชื่อว่าหลายคนคงคิดคล้ายผม จึงไม่กล้าซื้อใช้
เพราะถ้าคิดต่างจากนี้ สินค้า Private Brand (จะเรียกว่า House Brand หรือ Exclusive Brand ก็ไม่ผิดกติกาครับ) คงฮิตติดตลาดไปแล้ว
แม้ว่าเดี๋ยวนี้จะมีวางขายอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่า “ล้มเหลว”
ทุกครั้งที่เศรษฐกิจเริ่มเซ กำลังซื้อเริ่มทรุด
นักการตลาดก็มักจะดึงสินค้าถูกเหล่านี้ กลับมาขายใหม่
แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้วครับ
เพราะวันนี้ Private Brand กลับมาพร้อมกับการ คิดใหม่ ทำใหม่
จากที่เคยเน้น “ขายถูก” ซึ่งมักจะถูกมองว่า คุณภาพต่ำ
(แม้ความจริงคุณภาพอาจจะไม่ต่ำก็ได้ ลองคิดดูซิครับ น้ำอัดลม ยี่ห้อไหนก็ทำลายสุขภาพได้เหมือนกัน เพียงแต่มีความสุขในการถูกทำลายต่างกันเท่านั้นเอง แฮะๆ) ก็หันมาเน้น “คุณภาพที่สูงขึ้น”
บางทีอาจสูงกว่า National brand หรือสินค้ามียี่ห้อที่วางขายทั่วไปด้วยซ้ำ
แต่ว่า อยู่ๆการจะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมันก็ไม่ง่ายนะ?
แล้วลูกค้า [...]