
จากร้านออนไลน์ที่เริ่มจากขายหนังสือและซีดี เดี๋ยวนี้เป็นที่รู้กันว่าสินค้าในเวบไซต์อเมซอน ก็ไม่ต่างอะไรจากห้างใหญ่ๆ มีเป็นหมื่นๆรายการเหมือนกัน!
กลายเป็นเบอร์หนึ่งค้าปลีกในสมรภูมิออนไลน์
และกำลังประดาบกับยักษ์ค้าปลีก อย่างวอลมาร์ท เทสโก้ คาร์ฟูร์ เบสท์บาย ที่หันมาทำตลาดผ่านเว็บไซต์มากขึ้น
ความสะดวกในการสั่งซื้อและราคาที่ต่ำกว่าหน้าร้านทั่วไป ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่ ‘เวลามีราคาแพง’ การสั่งซื้อทางเน็ตจึงประหยัดได้มากกว่า
ส่วนบ้านเรา ลูกค้าส่วนใหญ่ยังมีเวลาเหลือเฟือ จนต้องไปเดิน ‘ฆ่าเวลา’ การค้าออนไลน์คงต้องใช้เวลาอีกหน่อย จึงจะเติบโต
อ้อ! นอกจากเรื่องเวลาแล้ว การจ่ายเงินก็เป็นอีกเรื่อง ที่ยังมีโอกาสให้ปรับปรุงอีกเยอะ
ขึ้นชื่อว่าธุรกิจ การแข่งขัน นับวันยิ่งรุนแรงขึ้น
ดังนั้นเพื่อรักษามาร์จิ้นไม่ให้กำไรหด ค้าปลีกทุกรายต่างงัดกลยุทธ์ ‘ยี่ห้อของตัวเอง’ ออกมาทำตลาด
เพราะขายในราคาถูกกว่ายี่ห้อดังๆแต่ยังได้กำไรไม่น้อยกว่าเดิม
อเมซอนก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ขยับตัวได้ช้ากว่าห้างค้าปลีกทั่วไป
เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และไม่มีพื้นที่ร้านค้าให้โชว์สินค้าเหมือนห้างอื่นๆ
การมีชั้นวางโชว์ทำให้ง่ายในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เพราะหลอกลูกค้าได้อย่างเนียนๆ
สีเหมือนกัน ขนาดเท่ากัน มาวางแทนตำแหน่งสินค้าชิ้นที่ผมซื้อประจำ แบบนี้ก็หยิบผิดสิครับ!
แต่การขายออนไลน์ใช้กลยุทธ์นี้ไม่ได้ ต้องอาศัยราคาและดีไซน์เข้าสู้
ค่อยๆแนะนำตัวไปเรื่อยๆ ทีละนิด
ตอนนี้อเมซอนมีสินค้ายี่ห้อของตัวเองอยู่ 1,000 กว่าชนิด แม้ไม่มากถ้าเทียบกับวอลมาร์ทหรือเทสโก้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ค้าปลีกในยุคต่อไป Private brand และ House brand จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ
‘เขียงไม้ไผ่’ เป็นหนึ่งในหลายๆสินค้าที่อเมซอนปะยี่ห้อ Pinzon ของตัวเอง
“ชงเอง กินเอง แบบนี้ คู่ค้ารายอื่นๆไม่ว่าอะไรรึ”
ฟังจากข่าว ดูเหมือนแบรนด์ดังๆ ยังไม่กังวลกับสินค้ายี่ห้ออเมซอนเท่าไร
แต่ผมว่า….หากลูกค้ายัง ‘เค็มและเขียม’ แบบนี้ไปเรื่อยๆ
ไม่เพียงแต่ ‘เขียง’เท่านั้น สินค้าตัวอื่นก็จะถูก Pinzon ครองตลาดได้


เพื่อนๆออกไอเดีย