Tag-Archive for » โปรโมชั่น «

การขายสินค้าในเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีการใช้โปรโมชั่นเยอะเหลือเกินนะครับ
‘ไข้หวัดนก โรคซาร์ส หรือว่าไข้หวัด 2009′ ก็ต้องทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอด
‘วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์’ กระทบส่งออกไทย คนงานรายได้หด ต้องจัดโปรโมชั่นดึงยอด
‘ภัยแล้ง’ เกษตรกรรายได้วูบ อันนี้ก็ต้องมีโปรฯใหม่ๆ มาช่วย
หรือแม้แต่ ‘การเมืองวุ่นๆ ประท้วงทุกวัน’ ขาช้อปหมดมู้ดช้อปปิ้ง ก็ต้องพึ่งโปรฯ ช่วยเสริมอารมณ์

ทั้งๆที่การตลาดมียาหลายขนานที่จะรักษาอาการยอดขายร่วง แต่ทำไมส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ ยาชนิดนี้
ผมว่าเป็นเพราะยาชนิดนี้หาง่าย ใช้ง่าย และทำให้อาการดีขึ้นทันตาเห็น
แต่ ‘โปรโมชั่น’ ก็ไม่ใช่ยาสามัญประจำร้าน ที่จะจิบทุกครั้งเมื่อมีอาการ(ยอดขายตก)
เพราะยาตัวนี้ มีไซด์เอ็ฟเฟคหรือผลกระทบข้างเคียงที่หลายคนลืมนึกถึง

ที่พอเห็นเป็นตัวอย่าง คือ การทำโปรฯ อาจได้ไม่คุ้มเสีย
เวลาจัดโปรฯ ส่วนใหญ่ราคาต่อชิ้นจะลดลง ทำให้ขายได้จำนวนเยอะขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้นแหง๋มๆ
แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาที่ลดลง ก็หนีไม่พ้นกำไรต่อชิ้นที่ลดลง ดังนั้นถ้าจำนวนชิ้นที่ขายได้ ไม่เพิ่มเยอะแบบสุดๆ เผลอๆกำไรอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
นี่ยังไม่ได้คิดรวมต้นทุนอื่นๆเวลาจัดโปรฯ ทั้งค่าโฆษณา ค่าทำสื่อ ค่าเหนื่อยพนักงานที่มีงานเพิ่มจากเดิม พนักงานขายก็ต้องจำโปรฯใหม่

สายส่งสินค้าต้องคาดคะเนจำนวนให้แม่น(ซึ่งจะแตกต่างจากตอนขายปกติแน่นอน) ส่วนระบบขายบนจอคอมพิวเตอร์ก็ต้องแก้โปรแกรมให้รองรับ
เห็นไหมครับ ว่ากระทบตั้งแต่ไพร่ไปจนถึงอำมาตย์

ผลข้างเคียง อันต่อมา คือ เกิดอาการเสพติดโปรฯ
เนื่องจากมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่งในการปรับตัว หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป
การจัดโปรฯ เป็นการเบี่ยงเบนพฤติกรรมได้บางส่วน เพราะจะดึงดูดให้ซื้อ แต่พอหมดโปรฯยอดขายก็ลดลง
‘จัดโปรฯยอดขึ้น เลิกโปรฯยอดตก’
เรื่องนี้เป็นสัจธรรม ที่คนค้าขายได้รู้ซึ้งโดยไม่ต้องเข้าวัด
พอยอดตก ก็แก้ปัญหาแบบเดิม ทีนี้ก็เลยเลิกไม่ได้ กลายเป็นกิจกรรมถาวร

แต่การจัดโปรฯบ่อยก็ไม่ไช่ไม่ดีเสมอไปนะครับ หากมีกลยุทธ์ชัดเจนก็สามารถทำได้ อย่างร้านสะดวกซื้อบางแห่ง ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ อยากให้ลูกค้าซื้อเกิน 40 บาท จึงคิดโปรฯที่ซื้อครบ 40 บาทแล้วได้สิทธิประโยชน์บางอย่าง
เนื่องจากต้องการสร้างความเคยชิน จึงต้องใช้เวลาในการค่อยๆสร้าง
สามเดือนนี้ ซื้อครบ 40 บาทได้สแตมป์เงิน สามเดือนถัดไปซื้อครบ 40 บาท ได้สิทธิแลกซื้อสินค้าในราคาพิเศษ …

ผลข้างเคียงที่สำคัญมาก คือ มุ่งชนะศึกจนลืมนึกถึงสงคราม
เคยได้ยินคำว่า ชนะศึกแต่แพ้สงครามไหมครับ
‘ศึก’ ก็คือ ยอดขายและกำไรในช่วงเวลานั้น
ส่วน ‘สงคราม’ คือเป้าหมายระยะยาวของบริษัท
ดังนั้น สองส่วนนี้ต้องสอดคล้องกัน

หากใครชอบดูฟุตบอลจะเห็นตัวอย่างแบบนี้ได้ชัดมากครับ
ผู้เล่นในตำแหน่งปีกเก่งๆ จะขึ้นชื่อเรื่องการเลี้ยงการหลบคู่แข่ง
นักเตะเหล่านี้ดูจะมีความสุขกับการได้สับขาหลอก
การนำลูกบอลผ่านฝ่ายตรงข้ามไปได้ ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า เป็นความสำเร็จของผู้เล่นคนนั้น
แต่ก็บ่อยครั้ง ที่การทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้ทีมชนะเสมอไป เพราะลูกบอลจากนักเตะคนนั้น มันไม่เอื้อต่อกองหน้าที่จะทำประตู
เลี้ยงจึ๊กจั๊กๆ หลบไปหนึ่งคน สองคน สามคน แล้วก็เปิดบอลแบบไม่ได้ลุ้น
อาการแบบนี้จะมีให้เห็นบ่อยๆที่แอนฟิลด์ถิ่นลิเวอร์พูลครับ!

บ่อยครั้งเวลาคู่แข่งจัดแคมเปญหนักๆ หลายบริษัทก็ตอบโต้ด้วยการออกโปรฯที่เหนือกว่า
รีบเกทับกลับทันที ประมาณว่า ฆ่าได้หยามไม่ได้
ปฏิกิริยาโต้กลับแบบนี้แหละครับ ที่อันตรายที่สุด เพราะเป็นการแก้ศึกเฉพาะหน้า สุดท้ายอาจพ่ายสงครามได้

เหมือนชายหนุ่มที่ทุ่มเทจีบสาว หากมีคู่แข่งมาแย่งรุมจีบ เขาก็ยิ่งอัดโปรโมชั่นเทคแคร์และเอาใจทุกอย่าง
โดยลืมไปว่า แล้วในระยะยาวหลังจากนั้น จะทำอย่างไรต่อ
จึงไม่แปลกที่สาวๆหลายคน พอตกลงปลงใจคบกันเป็นแฟน จึงมักได้ยินเสียงบ่นว่า “หมดโปรฯเร็วจัง”


ทำแฮตทริคสำเร็จตามเป้าหมายครับ วันศุกร์งานสัปดาห์หนังสือ วันเสาร์งานโฮมโปร
ซื้อไม่มากไม่มายครับ แค่ได้เดินหิ้วของออกกำลังแขน

‘BIG&BIH งานสัปดาห์หนังสือ งานโฮมโปรฯ’ ผ่านไปแล้ว
‘บ้านและสวนแฟร์’ ก็กำลังจะตามมา
ในอีกไม่ช้า ก็ถึงคิว ‘เทศกาลของขวัญ’

ปลายปีแบบนี้มีภารกิจให้ ‘เงินหมุน’ ออกจากกระเป๋าหลายรายการมาก
นี่ยังไม่นับรวม การ ‘ลด แหลก แจก แถม’ ที่ห้างร้านต่างๆ กระหน่ำทำโปรโมชั่นกันในโค้งสุดท้ายของปี
ใจคอจะเอาตังค์ออกจากกระเป๋านักช็อปให้เกลี้ยงก่อนสิ้นปี

เพื่อนผมที่เป็นนักช็อปชั้นเซียน ถือคติช็อปปิ้งเหมือนการกินเจครับ
“ก่อนถึงวันกินเจ ก็จะต้องมีการล้างท้อง เพื่อปรับสภาพร่างกาย”
“เช่นเดียวกัน ก่อนสิ้นปี เราก็ควรจะล้างกระเป๋า เพื่อรอรับโบนัสและเงินใหม่ๆที่จะไหลเข้ามาในปีหน้า”

แต่ถ้าโบนัสหาย รายได้หดล่ะ กระเป๋าที่ล้างรอ ไม่รอเก้อเหรอ?
“ไม่หรอก ดีซะอีก เราจะได้มีแรงขับ ในการทำงาน”

เอ้อ! ถ้าคิดได้แบบนี้ ก็เชิญซื้อเต็มที่เลยครับ!
ผมขอบายดีกว่า

แม้โปรโมชั่น จะเป็นหนึ่งในสี่เสาเทเวศน์หลัก ที่วิชาการตลาดบัญญัติไว้
แต่ผมว่า นักค้าขายยุคนี้ ดูจะเกิดความลำเอียงมากไปหน่อย
ถ้าเป็นเก้าอี้ ป่านนี้คงนั่งไม่ได้แล้ว เพราะ ‘ขาโปรโมชั่น’ ยาวเกินเพื่อน

ที่เป็นแบบนี้ เพราะว่ามันเป็นวิธีการเดียวที่ทำปุ๊บ เห็นผลปั๊บ
เมื่อราคา ‘โล(Low)’ ยอดขายก็ ‘ไฮ(High)’
แต่พอช่วงปกติ ราคาไม่ ‘โล’ ยอดขายก็ไม่ ‘ไฮ’

สิ้นปีเอายอดขาย มาเรียงดูรายเดือน จะได้กราฟเลื้อยเป็นมังกร คือ ไฮ-โล-ไฮ-โล สลับไปมา
ซึ่งการลดราคาบ่อยๆแบบนี้ จะเป็นอันตรายในภายภาคหน้า
เพราะถ้าลูกค้าจับทางได้ ก็จะรอซื้อตอนลด หดมือตอนแพง

เห็นไหมครับ การเล่นไฮโล มันไม่ดี!

แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรหล่ะ?
คำถามนี้ตอบยากครับ แต่พอมีตัวอย่างให้เห็นเป็นแนวทาง
อย่างเช่นยักษ์ค้าปลีก ที่มีจุดขายในเรื่องสินค้าราคาถูก เขาก็ยึดแนวคิด Every Day Low Price หรือ EDLP
แปลเป็นไทยได้ว่า ‘ถูกทุกวัน ถูกแล้วก็ถูกลงได้อีก’
แคมเปญเด่นๆดังๆที่เรารู้จักกันก็คือ Roll back ซึ่งในต่างประเทศ แทบทุกห้างที่เน้นขายถูก จะใช้แคมเปญนี้

แคมเปญนี้จะต่างจากโปรโมชั่นทั่วไป เพราะสินค้าที่อยู่ในกลุ่มโรลแบ็ค จะต้องมีราคาต่ำกว่าเดิมไปเรือยๆ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่แพงไปกว่าเดิม
เบื้องหลังการถ่ายทำ เพื่อให้ได้โรลแบ็ค จึงต้อง ‘เค็ม เคี่ยว เข้ม’ พร้อมกับร้องเพลงสาละวันเตี้ยลง

แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็กลายเป็น โรลแป้ก! คือ ลดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ทำยากแบบนี้ จึงมีสินค้าบางส่วนที่เข้าข่ายทำโรลแบ็คได้ ส่วนพวกที่จะเกิดโรลแป้ก ก็ต้องมีวิธีจัดการอีกแบบหนึ่ง
นั่นก็คือ ลดราคาทางอ้อมครับ

มีทั้งแบบ ‘อ้อมน้อย’ ซื้อปุ๊บได้ประโยชน์ปั๊บ เช่น ซื้อครบ 40 บาทได้แสตมป์เงิน หรือซื้อเกิน 500 บาทได้คูปองส่วนลด
และแบบ ‘อ้อมใหญ่’ ซื้อวันนี้ได้ประโยชน์วันหน้า เช่น ซื้อทุกครั้งได้คะแนนสะสม จากนั้นก็นำคะแนนสะสมมาเป็นส่วนลด หรือเป็นคูปองเงินสด

แต่ก็อย่า ‘อ้อมไกล’ ซะจนสะสมคะแนนทั้งปี แล้วยังเอาไปทำอะไรไม่ได้!
ภาพจาก dryicons.com