Tag-Archive for » เทสโก้โลตัส «

สมัยเรียนมัธยม คุณครูของผมท่านหนึ่ง แกไม่เคยทานมื้อเที่ยงในโรงเรียนเลย แต่จะออกไปทานข้าวข้างนอกเป็นประจำ
หากเป็นช่วงต้นๆเดือน แกจะขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากประตูโรงเรียน แล้วเลี้ยวซ้าย
แต่ถ้าเป็นช่วงๆปลายเดือน หลังวันที่ 20 เป็นต้นไป มอเตอร์ไซด์ของแก จะเลี้ยวขวา

แหม! ฟังดูเหมือนหนังเรื่อง ‘ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา’ เลยนะครับ
ต่างกันที่ ด้านซ้าย ของโรงเรียนเป็นตลาดสด มีร้านอาหารมากมาย
ส่วนด้านขวามือ จะเป็นย่านที่พักอาศัย

นักเรียนอย่างพวกเราก็งงๆว่า ทำไมเลี้ยวซ้ายบ้าง ขวาบ้าง
ด้วยความเป็นกันเองของคุณครูท่านนี้ พวกเราก็ถามตรงๆ และก็ถึงบางอ้อ!
“ช่วงปลายเดือน เงินครูหมด ก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านซิ!”
เออ… แกตอบได้ตรงมากครับ ไม่ปิดบังเลย

และเดี๋ยวนี้ก็เข้าใจคำพูดของคุณครูท่านนี้มากขึ้น แม้จะไม่ถึงขั้น “สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ” แต่ก็เข้าใจพฤติกรรมคนกินเงินเดือนมากขึ้น
ช่วงต้นเดือนก็เป็นฮันนีมูนพีเรียด ทั้งเที่ยว ช็อป ชิม เอาหมดทุกอย่าง ปลายๆเดือนค่อยว่ากันอีกที

พฤติกรรมลูกค้าเป็นแบบนี้ มีหรือที่ผู้ค้าปลีกจะปล่อยให้หลุดมือ
อย่างเช่น Tesco ที่อังกฤษ เขาถึงกับมี Pay Day discount strategy เป็นการเฉพาะเลยทีเดียว
คือลดราคาเป็นพิเศษ ในช่วงเงินเดือนออก (รวมถึงเทสโก้ในไทย ผมก็เริ่มเห็นแคมเปญนี้แล้ว)

แทนที่จะลดราคาตามเทศกาลปีใหม่, ตรุษจีน, สงกรานต์, วาเลนไทน์ หรือยิงสป็อตโฆษณาตลอด

ทั้งปี ก็หันมาทำการตลาดแบบเน้นๆ เอาเฉพาะช่วงปลายเดือน
ซึ่งผลจากการทดลองมาได้ระยะหนึ่ง ก็พอพิสูจน์แล้วว่ากลยุทธ์นี้ได้ผล

อ้าว! ช่วงปลายเดือนแบบนี้ ใครต้องเลี้ยวขวาบ้าง?

Tesco-Greener-Living 

เห็นทะยอยปรับปรุงร้านไปหลายสาขา
แถมเปลี่ยนสีใหม่ เน้นธีมสีเขียวเป็นหลัก 
ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เทสโก้โลตัส จะทำอะไรอีกหนอ?
แบบนี้ต้องไปแวะเยี่ยมเว็บไซด์ของบริษัทแม่ในอังกฤษเสียหน่อย
แล้วก็ถึงบางอ้อครับ!
เพราะว่าทุกอย่างในเมืองไทย ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คนลอนดอนต้องการ
คนๆนี้ ไม่เกี่ยวกับเจ้าของสโมสรแมนซิตี้นะครับ (อะแฮ่ม ชอบแวะไปเรื่องอื่นอีกแล้ว เดี๋ยวก็โดนใบแดงหรอก)
แต่เป็นบริษัทแม่ของเทสโก้โลตัสในเมืองไทย

ตอนนี้ Tesco ที่อังกฤษออกแคมเปญ Tesco Greener Living
ช่างเหมาะเจาะกับกระแสโลกร้อนเสียเหลือเกิน
ไม่ได้บังเอิญหรอกครับ แต่นี่เป็นความตั้งใจเกินร้อย กับภารกิจลดขยะ ลดการใช้พลังงาน

แคมเปญนี้ นอกจากจะกระตุ้นให้ลูกค้าลดการใช้ถุงพลาสติกแล้ว ยังจูงใจให้ลูกค้านำของเหลือใช้มา recylcle แล้ว โดยติดตั้ง automatic recycling machines ใน 27 สาขา ซึ่ง Tesco อ้างว่าสามารถ recycle ได้มากถึง 1 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์

และก็พยายามกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการเพิ่มสินค้าออร์กานิก หรือทำ Greener product labels เป็นการเฉพาะ เพื่อแปะกับสินค้ายี่ห้อของเทสโก้เอง เพื่อบอกลูกค้าว่าสินค้าเหล่านี้สามารถนำไป reuse หรือ recycle ได้ดีกว่าตัวอื่น

ไม่เท่านั้น การขนส่งก็หันมาใช้เรือ ใช้รถไฟมากขึ้น เพราะก่อมลภาวะน้อยกว่ารถยนต์ เรียกว่า ทำกันครบกระบวนการทีเดียว

การเปิดสาขาใหม่ ก็จะเป็น Green store
ไม่ใช่แค่ทาสีเขียวนะครับ แต่เน้นการประหยัดพลังงาน หรือใช้พลังงานสะอาด
เห็นว่าในเมืองไทย ก็มีแล้ว 1 แห่งที่พระราม 4 และกำลังจะเปิดอีกแห่งที่ศาลายา
สองแห่งนี้จะใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และก็กินพลังงานน้อยกว่าทั่วไป

แต่ที่น่าสนใจสุดๆ คือการทุ่มเงินกว่า 25 ล้านปอนด์เพื่อร่วมมือกับ Manchester University ซื้อกองหน้าระดับโลกมาร่วมทีม แฮะๆ เข้าซอยผิดครับ อันที่จริงเงิน 25 ล้านปอนด์นี้ ใช้ก่อตั้งสถาบันวิจัยเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อค้นหาวิธีลดปริมาณคาร์บอน
ไม่ว่าจะเป็นการทำกระดาษจากขนไก่ หรือเปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นพลังงานรถยนต์ หรืออะไรที่พิสดารกว่านี้ ที่สามารถทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น

ยังมีอีกครับ
เขายังควักอีก 100 ล้านปอนด์ ตั้งกองทุน Sustainable Technology Fund เพื่อร่วมกับมหาวิทยาลัย ศึกษาพลังงานสะอาด
ในบ้านเรา เอาน้ำมันทอดแฟรนฟราย มาเติมรถ
แต่กองทุนนี้ คิดจะเอาเศษอาหารไปทำให้รถวิ่งได้

นี่เป็นสถานการณ์ล่าสุดของการขยับตัวรับกระแสโลกร้อนของยักษ์ค้าปลีกอันดับต้นๆของโลก รายอื่นๆทำอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวจะหาโอกาสมาเล่าสู่กันฟังครับ