Tag-Archive for » เทสโก้ «


‘สูงสุดคืนสู่สามัญ’ ดูจะเป็นการนิยามเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เพราะใครจะไปคิดหละครับว่า การพัฒนาร้านค้าสมัยใหม่ ที่มีตัวช่วยและอุปกรณ์ไฮเทคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและคนทำงานในห้าง จู่ๆ…อยู่มาวันหนึ่ง อาคารทั้งหลังกลับสร้างมาจากต้นไม้

ด้วยเพราะปัญหาโลกร้อน ที่บั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั้งโลก
ทำให้หลายองค์กร หันมาให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ร้านค้า โดยเฉพาะร้านค้าใหญ่ๆที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก
เหตุที่ห้างฯหันมาสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น นอกจากจะเป็นเพราะ ‘แรงดึง’ แล้ว ยังมี ‘แรงผลัก’ อีกด้วย
แน่นอนว่า การเดินหน้าเป็น green store มีส่วนช่วยลดต้นทุนได้มากโขทีเดียว เป็นแรงดึงที่ช่วยดูดให้ร้านค้าปลีกหันมาคิดค้น ออกแบบร้านกันยกใหญ่
แต่อีกเหตุผลหนึ่ง หากร้านเหล่านี้ไม่ปรับตัว ก็จะถูกเพ่งเล็งจากสังคม ว่าเป็นตัวกินพลังงานและสร้างความเดือดร้อนมากที่สุด
นี่เป็นแรงผลัก ที่ใครๆก็ไม่อยากถูกปรามาสว่า ‘ทำโลกร้อน’

ตอนที่สังคมเกษตรเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรม โรงงานต่างๆก็ตกเป็นจำเลยในเรื่องสร้างมลพิษ (และตอนนี้ก็ยังตกเป็นจำเลยอยู่ ไม่ต้องดูไกลครับ กรณีมาบตาพุด ยังพะงาบๆอยู่เลย)
แต่เมื่อการค้าขายขยายตัว ภาคบริการมีบทบาทมากขึ้น เป้าก็ถูกเล็งมาที่ ‘ร้านค้าปลีก’

หลอดไฟนับร้อยหลอด แอร์อีกเป็นสิบๆตัว ถุงพลาสติกใส่สินค้ากว่าหมื่นใบต่อวัน นี่เป็นตัวอย่างแบบชัดเจนที่สุด ยังไม่รวมขยะรายวัน และเศษอาหารที่ทานไม่หมด กองพะเนินเป็นภูเขา
ใช้พลังงานเยอะขนาดนี้ เจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจ ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก
ดังนั้น หนทางที่จะอยู่รอดปลอดภัยในสังคมรักษ์โลก ก็ต้องปรับปรุงตัว

หลายห้างฯจึงหาวิธีลดการใช้พลังงาน หรือหันไปใช้พลังงานทางเลือก จำพวก พลังลม พลังแดด คำว่า Green store จึงเป็นกระแสฮิตในยุคนี้
เทรนด์นี้อาจจะยังไม่แรงพอในเมืองไทยตอนนี้
แต่ที่ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา นี่เป็นลูกเล่นใหม่ ที่ห้างร้านใช้แข่งกัน

ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา เราได้เห็นกันมานานแล้ว
ใช้หลอด LED เพื่อประหยัดพลังงาน ก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่การนำไม้มาใช้สร้างซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหลังนี่สิ เพิ่งจะเคยเห็น

ตึกไม้หลังนี้ อยู่ที่เมืองแรมซีย์ ประเทศอังกฤษ โดยเทสโก้ เคลมว่า นี่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก เพิ่งเปิดเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนกุมภาที่ผ่านมานี้เอง
ไม้เหล่านี้ไม่ได้ขนมาจากพม่า หรือว่า ตัดจากลาวนะครับ แต่เป็นไม้ปลูก เพื่อนำมาใช้ในการสร้างบ้านสร้างอาคาร ดังนั้น จึงไม่เป็นการเบียดเบียนธรรมชาติ

การออกแบบอาคารเน้นใช้ประโยชน์จากธรรมชาติให้มากที่สุด ทั้งแสงสว่างและน้ำใช้
โดยเขาทำที่เก็บน้ำฝนเพื่อรองน้ำไว้ใช้ในห้องน้ำ รวมถึงล้างรถด้วย

แหม่ ดูๆไปมันก็คล้ายร้านเก่าๆ ในต่างจังหวัดบ้านเรานะครับ
ซึ่งถ้าเปลี่ยนสังกะสีมุงหลังคา เป็นแผงโซลาเซลล์ ทุกอย่างก็อินเทรนด์ทันที

ภาพจาก treehugger.com

เหลืออีกแค่ 40 กว่าวัน กรรมการก็จะเป่านกหวีดหมดเวลา(ปี 52)แล้ว แต่ยังไม่มีวี่แวว ‘ความหนาว’ มาเยือนเลย
รถติด หรือว่าเกิดอุบัติเหตุ
น่าเป็นห่วงนะเนี่ย! หรือว่า โดนลักพาตัว

ปกติปลายฝนต้นหนาว มันคือเดือนตุลาคม
ดังนั้นต้นพฤศจิกายน ต้องมีลมโชยเย็นๆมาให้ใจชุ่มฉ่ำกันบ้าง
แต่ปีนี้ผิดคาด!!!

เมื่อ ‘ความหนาว’ ไม่มา ก็เหมือนไม่มีคนพาไปเที่ยว
ฟังดูไม่น่าจะเกี่ยวกัน
แต่มันมีส่วนอย่างมากครับ
ถามว่าอากาศเมืองไทย ฤดูไหนน่าออกจากบ้านไปเที่ยวมากที่สุด?
“คำตอบคือฤดูหนาว”
ไม่ใช่เอแบคโพลหรือโพลสวนดุสิตหรอกครับ แต่เป็นออฟฟิศโพล
แม้จะเป็นคำตอบจากพี่น้องพ้องเพื่อนร่วมงานไม่กี่ชีวิต แต่ก็มีความแม่นในระดับเดียวกับโพลมหาวิทยาลัยดัง

ผมว่า สาเหตุที่หน้าหนาว กลายเป็นที่ปรารถนา เพราะว่า “มันมีน้อย”
ปีๆนึง มีไม่กี่วัน
การมีอยู่น้อย เลยกลายเป็นของมีค่า

เห็นไหมครับสาวๆ อะไรที่มันมีน้อย ไม่ใช่เรื่องน่าน้อยใจหรือน่าอายแต่อย่างใด
จงภูมิใจในความ ‘มีค่า’ ของเรา
อิอิ

หลายคนชอบหน้าหนาว เพราะเป็นช่วงเวลาของเทศกาลเฉลิมฉลอง
‘เทศกาลดนตรีที่เขาใหญ่’
‘ขับรถดูไฟราชดำเนิน’
‘ดนตรีในสวนที่สวนลุมฯ’
‘งานบอลลูนที่พัทยา’
บางปีก็มี ‘งานจุดพลุดอกไม้ไฟ’
และ อะแฮ่ม! ‘เทศกาลเบียร์การ์เด้น’

ดังนั้น การผิดนัดของ ‘หน้าหนาว’ ย่อมทำให้คนรอเที่ยว เซ็งไปตามๆกัน
ไม่แค่นั้น บรรดาร้านค้าก็คงอารมณ์บ่จอยไม่น้อย เพราะของที่เตรียมไว้อาจขายไม่ได้ตามที่คิด
ป่านนี้แฟชั่นหน้าหนาว ยังคงต้องเก็บสต๊อกในโกดัง

ในอดีตการเปลี่ยนฤดูไม่ผิดเพี้ยนมากนัก
การค้าขายจึงไม่เดือดร้อน
หน้าฝนก็ฝนตก หน้าร้อนก็ร้อนอบอ้าว หน้าหนาวก็อากาศเย็นให้พอได้สวมเสื้อแขนยาว

แต่เดี๋ยวนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่
หน้าฝน มีทั้งพายุและลูกเห็บตก หรือบางปีก็ฝนแล้งอย่างหนัก
หน้าร้อน ก็ร้อนตับแตก
ส่วนหน้าหนาว ก็หนาวๆร้อนๆว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสความเย็นหรือไม่

ในต่างประเทศก็ไม่ต่างกันเท่าไร แถมบางที่อากาศแปรปรวนหนักกว่าเมืองไทยเสียอีก
กระทบคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะร้านค้าอาหารการกิน
เพราะไม่ใช่แค่สินค้าขายไม่ออก แต่การกำจัดขยะอาหารก็มีต้นทุนด้วย
กลายเป็น เสียสองต่อ!

แบบนี้ต้องหาวิธีลดความเสี่ยงอย่างเร่งด่วน หลายบริษัทจึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยามานั่งทำงานด้วย
อย่าง liz claiborne ก็ใช้ Climatologist เพื่อจะได้ออกแบบเสื้อผ้าได้ตรงกับสภาพอากาศ
หรือห้าง Target ก็มี Climate Team สำหรับการออร์เดอร์สินค้ามาขายในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
ล่าสุด Tesco ห้างดังในอังกฤษก็ตั้ง Weather Forecast Team มารับมือกับปัญหาอากาศสวิงกิ้ง
เพราะจากข้อมูลยอดขายที่ผ่านมา มันสะท้อนชัดว่า เวลาอุณหภูมิเปลี่ยนมันส่งผลต่อยอดขายจริงๆ

เห็นแบบนี้แล้วคนทำธุรกิจในเมืองไทย ต้องหาทางออก เตรียมรับมือไว้กันบ้างนะครับ
ไม่ใช่ฟังแต่เทพธิดาพยากรณ์