“ร้านหน้าปากซอย” เนื้อหาแรกของขลุกขลิกดอทคอม ถูกบันทึกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 หลังจากทหารขับรถถังออกมาให้ถ่ายรูปบนท้องถนนได้ 10 วัน
จากวันนั้นถึงวันนี้ ครบ 2 ปีปริ่มๆ ทหารก็จะเอารถถังออกมาให้ถ่ายรูปอีกแล้ว
อ้าว! เข้าซอยผิด ไปเรื่องการเมืองได้ไงเนี่ย ถอยๆๆๆๆๆ
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมก็ตะบี้ตะบัน เขียนไปได้เกือบ 500 เรื่อง
ไม่เคยนับจริงๆว่ามีเท่าไร แต่จากตัวเลข entry แล้วหักลบจากบางเนื้อหาที่ตัดออกไป ก็จะได้ราวๆครึ่งพัน
ระหว่างนั้นก็มี email สอบถาม, ให้กำลังใจ และเสนอแนะ เข้ามาพอสมควร
บางคนสอบถามมาหลังไมค์ ผมก็ต้องขออภัยกับบางคำถาม ที่ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่รู้จริงๆ
เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการ ‘เล่าเรื่องธุรกิจ’ ทั้งใหม่และเก่า ที่ยังไม่มีในบ้านเรา เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนคิดทำธุรกิจส่วนตัว สลับกับเรื่องเล่า ‘เทคนิคของผู้ประกอบการค้าปลีก’ โดยมีเนื้อหา ‘แนะนำหนังสือ’ มาแซมเป็นระยะๆ
แม้จะไม่มี email มาสอบถามโดยตรง แต่นัยของข้อความที่อยากให้มีเนื้อหาที่เอาไปใช้ได้ สำหรับคนที่ไม่คิดทำธุรกิจ ก็ทำให้ผมคิดจะเพิ่ม content ใหม่ อีกครั้ง
หลังจากคิดอยู่นาน [...]
มีคนเคยถามผมว่า จะหาโอกาสทางธุรกิจได้อย่างไร?
ผมตอบแบบง่ายๆ ไปว่า
ก็เมื่อหา “ข้อเสนอ” มาเจอกับ “การสนอง”
พูดแบบวิชาการ ข้อเสนอ ก็คือ demand ส่วนการสนอง ก็ supply นั่นแหละครับ
ถ้ารู้ทั้งสองอย่างนี้ โอกาสทำเงินทำกำไร ก็พอมีความเป็นไปได้
แต่ก็ใช่ว่าใครๆ จะรู้ทั้งสองอย่างนี้
การจะรู้ทั้งสองด้านพร้อมๆกัน ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่พอ web 2.0 อุบัติ
social network แพร่กระจาย
โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ก็เกิดขึ้น
เกิดขึ้นจากการนำ “ข้อเสนอ” มาเจอกับ “การสนอง” ได้ง่ายขึ้น
เว็บขายสินค้า หาบ้าน สมัครงาน จองตั๋ว ฯลฯ เป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดี
แต่ยังมีอีกหลายอย่าง ที่ยังรอการพัฒนา
ลองไปดูตัวอย่างนี้ที่อเมริกาซิครับ
ด้วยแนวคิดที่ว่า มีรถมากมายอยู่บนถนน ทำไมต้องไปเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์กันด้วย
ถ้าจะขอติดรถไปด้วยคนหรือฝากของไปส่ง แล้วให้ทิปนิดหน่อย ก็น่าจะเป็นการดี
เจ้าของรถก็ได้เงิน คนจะเดินทางหรือส่งของก็ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
win-win ทั้งสองฝ่าย
ไอเดียนี้มาสมบูรณ์ตรงที่ยุคนี้มี web social network
เลยทำให้เกิด PickupPal ขึ้นมาได้
สำหรับลูกค้าที่สนใจมาใช้บริการนี้ ก็มาลงทะเบียนฟรี
ส่วนใครมีรถและอยากได้เงิน ก็มาลงทะเบียน ระบุที่อยู่ เลือกลูกค้าที่อยู่ในละแวกเดียวกัน พร้อมแจ้งว่า ยินดีจะรับตังค์เท่าไร
แต่ไอเดียแบบนี้ ไม่แน่ใจว่าจะปลุกปล้ำให้เกิดในบ้านเราได้หรือไม่?
เพราะซื้อรถมาให้เช่า ทำเงินง่ายกว่าเยอะ
แม้บางทีจะกลายเป็น “รถเช่าที่มองไม่เห็น” (เพราะหายไปแล้ว) ก็ตามเถอะ