Tag-Archive for » สตาร์บัค «

สตาร์บัคส์ 

“ของใหม่” ใครๆก็ชอบ
แม้แต่นักสะสมของเก่า ยังอยากได้ของใหม่
(อ้าว! แล้วมันใหม่หรือเก่ากันแน่ งงนะเนี่ย) 

ยิ่งในวงการธุรกิจด้วยแล้ว การมีสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้  และถ้าเป็นสิ่งใหม่ ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยแล้ว ยิ่งดีใหญ่
ดูอย่างสินค้า 2 แบรนด์ดังซิครับ สามารถทำให้มนุษย์ธรรมดาๆ กลายเป็น “มนุษย์หูขาว เลือดเขียว” ไปได้

“หูขาว” หลายคนคงเดาได้ ว่าเป็น iPod
ส่วน “เลือดเขียว” ก็…   ก็… 
ผมเฉลยให้เลยหล่ะกัน
ก็ “Starbucks” ครับ

วันนี้ขอนำเรื่องราว มาเอาใจแฟนพันธุ์แท้กาแฟแบรนด์ดัง
ทันทีที่เห็นภาพและบทสัมภาษณ์ในผู้จัดการรายเดือน ฉบับตุลาคมที่ผ่านมา
ก็อดอิจฉาร้าน Starbucks ไม่ได้  เพราะใครจะคิดว่ามีลูกค้าคลั่งไคล้กาแฟยี่ห้อนี้ขนาดหนัก ถึงขั้นสะสมแก้วทุกรุ่นทุกขนาด และจัดบรรยากาศในบ้าน ให้เหมือนนั่งอยู่ในร้าน

Starbucks เองก็พยายามเข้าไปใกล้ลูกค้าให้มากที่สุด จึงเพิ่มชนิดสินค้าให้มากขึ้น
นอกจากจะมีเม็ดกาแฟหอมๆ สำหรับคอกาแฟร้อนแล้ว ก็มีเครื่องดื่มแบบกระป๋อง ไว้เอาใจคอกาแฟเย็นด้วย ล่าสุดก็จับมือกับ Hershey’s เพื่อผลิตช็อคโกแลตยี่ห้อของตนเอง

แต่ดูเหมือนว่าการเพิ่มสินค้าเพียงอย่างเดียว คงจะไม่พอ
เพราะจุดขายหลักๆ คือร้านสาขา ที่มีอยู่ 10,300 แห่งทั่วโลก ดูจะน้อยเกินไป
วิธีการเดียวที่จะเข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น คือต้องเพิ่มช่องทางการขาย

แล้วจะทำอย่างไรดี?
จะเอาสินค้าไปวางบนชั้นสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเหมือนสินค้าอื่นๆ ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อยสำหรับกาแฟเกรดพรีเมี่ยมแบบนี้

ว่าแล้ว เขาก็หาวิธีจูงใจฝ่ายจัดซื้อของห้างต่างๆ เพื่อให้ Starbucks ได้ดิสเพลย์สินค้าที่โดดเด่นกว่าสินค้าทั่วๆไป
และนี่เป็นที่มาของ Center Store Cafe’
แปลง่ายๆ ก็คือเป็นคาเฟ่ของสตาร์บัค ที่ตั้งตระหง่านกลางร้านค้าปลีก

งานนี้ไม่ใช่ Starbucks เจ้าเดียวที่ได้ประโยชน์
ครีมเทียม น้ำตาล ก็ได้อานิสงส์ไปด้วย
หรือแม้แต่ไวน์ ซึ่งเป็นสินค้าราคาแพง ก็อยากมาวางใกล้กาแฟเกรดเยี่ยม
เข้าทำนอง “คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

Starbucks คาดว่ารูปแบบ Center Store Cafe’ นี้ น่าจะช่วยเพิ่มช่องทางขาย ได้อีกกว่า 4,000 แห่งในปีหน้า

ยังไม่พอครับ!
กาแฟแสนอร่อยเจ้านี้ จะทดลองวิธีขายแบบใหม่อีกด้วย
นั่นคือ ขายกาแฟร้อนโดยเครื่องอัตโนมัติ หรือ Hot Vendign Machine
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้น้ำร้อนถึง 140 องศาฟาเรนไฮต์ในเวลาไม่ถึง 1 นาที (นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับของความอร่อย)

ก้าวย่างครั้งนี้ นับว่าเสี่ยงทีเดียว
เพราะดูจะห่างจากความเป็น Starbucks แบบดั้งเดิม ที่หลายคนประทับใจบรรยากาศในร้านและความเอาใจใส่ของเหล่า “บาริสต้า” พอๆกับประทับใจรสชาติของกาแฟ

เว้นแต่เจ้าเครื่อง Vendign Machine จะจำหน้าลูกค้าและกล่าวทักทายได้ 
“สวัสดีคะ  รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มมั๊ยคะ” อ้าว! หุ่นยนต์โดนไวรัสเล่นงานเสียแร้ววว

 

ถ้าพูดถึงร้าน 24 ชั่วโมง หลายคนจะนึกถึง “เซเว่นอีเลฟเว่น” หรือไม่ก็ “แฟมิลี่มาร์ท” 
แต่นึกไม่ถึงใช่ไหมครับว่า ร้านที่ขายของกินอย่างเดียว จะสามารถเปิดทั้งวันทั้งคืนได้

ครับ! ร้านที่ว่านี้คือ McDonald’s 
ในต่างประเทศ ร้านขายอาหารจานด่วนหรือ QSR (quick service restaurant) อย่าง KFC, Burger King และ McDonald’s  เขาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงมานานแล้ว เพราะไลฟสไตล์ของเขาเป็นแบบไม่หลับไม่นอน

ส่วนในเมืองไทย แม้ว่าร้านขายสินค้าที่เปิด 24 ชั่วโมง อย่างเซเว่นฯ จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2532 หรือ 19 ปีที่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจจะเติบโตราบรื่น
การเปิดสาขายังค่อยเป็นค่อยไป
ยังไม่ต้องพูดถึงธุรกิจแบบอื่น เพราะไลฟสไตล์ลูกค้ายังไม่ใช่ 

คิดดูซิครับ มือถือสมัยโน้นขนาดพอๆกับวิทยุสนามของทหาร ราคาก็ตกเครื่องละหลายหมื่นบาท 
ใครเกิดทันได้ใช้ Pager คงเข้าใจดี

แต่เดี๋ยวนี้ไลฟสไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก
ไม่ต้องพูดถึง Pager ที่ตายสนิทไปเรียบร้อย
ส่วนมือถือก็มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนบางครั้งเครื่องหายก็ยังไม่รู้ตัว
ราคาก็ถูกกว่ากางเกงยีนส์ลีวาย
อย่างเครื่องที่ผมใช้ เป็น LG รุ่นหายากแล้ว ก็ราคาพันกว่าบาทเท่านั้น (แหะๆ เลือกรุ่นที่มีฟังก์ชั่นแบบพอเพียงครับ ใช้โทรและส่ง sms เท่านั้น)

ไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนไป จึงเป็นโอกาสใหม่ๆของการทำธุรกิจ
McDonald’s ในเมืองไทยก็เห็นโอกาสตรงนี้ จึงทดลองเปิด 24 ชั่วโมงในบางสาขา เท่าที่เห็นก็มีสาขาตึกซีพี สีลม และอัมรินทร์พลาซ่า  

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโดนเซเว่นแซงหน้าในเรื่องจำนวนสาขาหรือเปล่า จึงทำให้ McDonald’s หันมาเปิดแบบ 24 ชั่วโมงบ้าง
เพราะล่าสุด McDonald’s มีสาขาทั่วโลก 31,046 แห่ง ในขณะที่เซเว่นฯ มี 31,680 แห่ง

การขยายเวลาเปิดร้าน เป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ ก็ทะยอยเปิด McCafe ร้านกาแฟหรู  ซึ่งอันนี้ได้รับอิทธิพล(น่าจะเรียกว่า แรงกดดัน มากกว่า)จากร้านสตาร์บัคส์

ยังไม่พอครับ
แม็คฯ ยังเร่งติดทีวีจอพลาสม่าในร้านอีกด้วย
เพราะไหนๆ แม็คฯ ก็เป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬาหลายรายการอยู่แล้ว 
ถ้ามีการถ่ายทอดกีฬา ก็น่าจะทำให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น
ประเดิมปีหน้า ก็มีมหกรรมโอลิมปิกส์ที่เมืองจีน และฟุตบอลยูโร 2008 ที่แม็คฯเป็นสปอนเซอร์หลัก

ว่าแต่ นั่งกินไป ดูถ่ายทอดกีฬาไป นี่มันเหมือน “ผับหรือบาร์” ชัดๆเลย
หรือแม็คฯจะกิบรวบทุกโมเดล
เซเว่นฯ + สตาร์บัคส์ + ผับหรือบาร์ = แม็คโดนัล?