Tag-Archive for » สตาร์บัคส์ «


เรื่องราวของร้านค้าร้านหนึ่งที่บล็อกแห่งนี้พูดถึงบ่อยมาก นั่นก็คือ ‘สตาร์บัคส์’
ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะผมรับตังค์เขามา เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ
เป็นเพราะเขามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ่อยต่างหาก

ด้วยความที่ร้านยี่ห้อนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีสาขาทั่วโลกนับหมื่นแห่งในเวลาไม่กี่สิบปี
ขณะเดียวกันก็เจออุปสรรค จนทำให้ยอดขายตกฮวบฮาบในเวลาอันรวดเร็ว
นี่จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นกรณีศึกษา

สตาร์บัคส์ในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา จึงเหมือนการเดินข้ามเขาหนึ่งลูก
‘ขึ้นไป’ แล้วก็ ‘ลงมา’
ดังนั้น การเดินต่อจากนี้ จึงน่าติดตามด้วยใจระทึก

เมื่อสองเดือนก่อน ผมเคยเขียนถึงความเชื่อของ Schultz ที่ปลุกปั่นสตาร์บัคส์จากร้านเล็กๆจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ด้วยการขายประสบการณ์ของการดื่มกาแฟ
เขาทำให้ร้านนี้เป็นสถานที่ที่คนอยากมานั่ง กลายเป็น third place ขอคอกาแฟ
ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคนบนโลกนี้จะโหยหาประสบการณ์กันมากขนาดนี้

แต่ช่วงที่เขาวางมือ การบริหารร้านก็เปลี่ยนไป กลายเป็นร้านสะดวกจิบ เหมือนฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกาอื่นๆ
กลิ่นไอของประสบการณ์การดื่มกาแฟหายไป กลายเป็นความสะดวกเข้ามาแทนที่

และเมื่อมีโอกาสกลับมากู้ชาติร้าน เขาก็ไม่ลืมที่จะใช้ ท่าไม้ตายแบบเดิม
พนักงานกลุ่มหนึ่งกับเงินอีกก้อนหนึ่ง ถูกถีบให้แยกตัวออกไปทดลองทำร้านในรูปแบบใหม่
และสุดท้ายก็ได้ร้านชื่อ 15th Ave. Coffee & Tea ซึ่งโดนใจ Schultz อย่างมาก เพราะมันไม่เหลือเค้าลางของสตาร์บัคส์เวอร์ชั่นปัจจุบันหลงเหลืออยู่เลย
นอกจากเสริฟ์ชา กาแฟ ทุกเช้าแล้ว
อาหารในร้านจะเป็นขนมอบ เมนูของท้องถิ่น
ตอนบ่ายมีอ่านบทกวี
พอพลบค่ำ จะมีเสิร์ฟเบียร์และไวน์
เอ้อ! เอากับแกซิ นี่จะมาไม้ไหน

ตอนที่แกบอกลูกน้องว่าจะเพิ่มร้านลักษณะนี้ ผมก็ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร
สุดท้ายไอเดียจากการทดลอง 15th Ave. Coffee & Tea ก็ถูกนำมาใช้ที่อังกฤษ
การตกแต่งจะออกแนวย้อนยุค พร้อมๆกับ กลับไปใช้โลโก้สีน้ำตาลดั้งเดิม
นี่เป็นครั้งแรกบนเกาะอังกฤษที่ได้ใช้โลโก้สีนี้ เพราะตอนสตาร์บัคส์ขึ้นฝั่งเมื่อปี 1987 ตอนนั้นโลโก้ก็เป็นสีเขียวแล้ว

โต๊ะในร้านมีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถนั่งประชุมนั่งคุยธุรกิจได้
เป็นความพยายามทำให้ร้านมีเอกลักษณะเฉพาะ ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับลูกค้าในท้องถิ่นนั้นๆ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้บรรยากาศเมื่อครั้งสตาร์บัคส์ ยังเป็นร้านกาแฟท้องถิ่นใน Seattle
และที่ลืมไม่ได้ สมัยนี้อะไรๆก็ต้องช่วยลดโลกร้อน
เฟอร์นิเจอน์และอุปกรณ์ตกแต่งในร้าน พยายามใช้ของเหลือใช้ของรีไซเคิล ไฟฟ้าก็ใช้น้อยลง

ในเกาะอังกฤษมีร้านกว่า 750 แห่ง แต่ในปีหน้าจะแปลงโฉมให้เป็น สตาร์บัคส์โบราณ แค่ 100 สาขาก่อน
หากผลตอบรับดี ก็ค่อยขยายไปที่อื่น

ถ้าคำพูดของโกวเล้งเป็นจริง เราคงได้เห็นร้านสตาร์บัคส์หลากหลายรูปแบบแน่ๆ
“ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”
เอิ๊ก! &~%$#~

ภาพจาก brandrepublic.com


ร้านก๊วยเตี๋ยวเป็ดริมคลองในซอยลาดพร้าว 37
เป็นอีกหนึ่งร้านประทับใจของผม มีโอกาสเมื่อไรเป็นต้องแวะไปทาน

แม้จะตั้งอยู่ริมคลองน้ำข้น (เข้มข้นมากครับ! ทั้งสีและกลิ่น)
แต่ด้วยรสชาติที่จัดอยู่ในขั้น ‘น่าทาน’
บวกด้วยบรรยากาศของร้าน ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไล่เรียงตั้งแต่ มุงด้วยใบจาก ล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และเสียงไก่ขัน
เท่าที่เห็นก็มีสองตัว อยู่ในเล้า!
กลายเป็นประสบการณ์เฉพาะ ที่ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่แบบ
อ้อ…บางทีก็มี ‘ตัวต่อ’ บินฉวัดเฉลียนออกมาโชว์ตัวด้วย
เหมือนกำลังนั่งทานมื้อเที่ยงกลางป่า
แต่ว่า! นี่มันห่างจากรถไฟใต้ดินไม่กี่ร้อยเมตร

อารมณ์แบบนี้กระมัง ที่ Schultz ใช้ปลุกปั้นสตาร์บัคส์ให้กลายเป็นร้านกาแฟชื่อก้องโลก
เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้ขายกาแฟ แต่เขาขายประสบการณ์

แม้หลายคนจะมองว่า Schultz เป็นขบถในวงการธุรกิจคนหนึ่ง ทั้งแนวคิดและวิธีการค่อนข้างสวนทางกับตลาด
แต่แนวทางของเขา ก็ทำให้สตาร์บัคส์กลายเป็นบริษัทค้าปลีกที่โตเร็วสุดในประวัติศาสตร์

แต่การบริหารร้านขายประสบการณ์ ที่มีสาขาเกินหมื่นทั่วโลก ก็ไม่ใช่งานง่ายๆ
และเมื่อเขาเดินจากไปร่วมๆ 8 ปี สตาร์บัคส์ก็ไม่เหมือนเดิม เริ่มมีอาการร่อแร่
ทำให้เขาต้องกลับมา เมื่อต้นปีที่แล้ว
ซึ่งก็พบกว่าร้านแห่งนี้ ดูจะห่างไกลจากจุดเริ่มต้น
หน้าตาร้านและบรรยากาศ เริ่มละม้ายคล้ายคลึง McCafe หรือ Dunkin Donuts

การคืนสังเวียนครั้งนี้ ดูเหมือน Schultz จะต้องฝืนตัวเองค่อนข้างมาก
เขาเริ่มยอมรับแบบจำใจ ในการทำธุรกิจแบบคนทั่วไป
ยอมให้มี ‘วิจัยตลาด สำรวจพฤติกรรมลูกค้า การทุ่มเงินโฆษณา และจัดการซัพพลายเชน’ เป็นต้น
แต่เขาก็ยังไปดูที่ร้านให้เห็นด้วยตาตัวเองอาทิตย์ละ 25 แห่ง ตามวิธีทำงานแบบเดิม
แต่ปีกว่ามาแล้ว Schultz ยังหาทางไม่ได้ ยอดขายยังไม่กระเตื้องขึ้นอย่างที่คิด

ด้วยความเชื่อในแนวทาง ‘ประสบการณ์ คือ จุดขายของร้าน’
เขาจัดได้คัดทีมงานมากลุ่นหนึ่ง
“พวกลื้อเอาเงินก้อนนี้ไป แล้วไปทำร้านแข่งกับสตาร์บัคส์”
พร้อมกำชับว่า ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง

ร้านที่ชื่อ 15th Ave. Coffee & Tea นี้ ดูจะถูกใจ Schultz มาก โดยเฉพาะการตกแต่งร้าน
และเขาก็ให้ตัดคำว่า “แรงบันดาลใจจากสตาร์บัคส์’ ที่ห้อยท้ายออกไป เพราะร้านแบบใหม่นี้จะขายไวน์และเบียร์ด้วย
นอกจากเสริฟ์ชา กาแฟ ทุกเช้าแล้ว
อาหารในร้านจะเป็นขนบอบ เมนูของท้องถิ่น
ตอนบ่ายมีอ่านบทกวี
พอพลบค่ำ จะจะเสิร์ฟเบียร์และไวน์

พร้อมกับให้กำลังทีมงานว่า จะขยายสาขาแบบนี้ไปอีก 2-3 ร้าน
ดูเหมือน Schultz จะเชื่อมั่นในแนวทางของตนเอง ในขณะที่ร้านสตาร์บัคส์ บริหารแบบเชนสโตร์ทั่วไป ที่ให้ความสำคัญกับโปรโมชั่น โฆษณา และทำวิจัยลูกค้ามากขึ้น

บนทางสองแพร่ง Schultz จะเลือกเดินอย่างไร ต้องดูกันยาวๆครับ
แต่ทางสองแพร่งของท่านนายกฯ มีเวลาไม่เกิน 30 กันยายนนี้ จะได้รู้กัน
ใครคือ ผบ.ตร. คนใหม่!
ภาพจาก http://smallsight.files.wordpress.com/