Tag-Archive for » วอลมาร์ท «

เมื่อปีที่แล้ว ผมได้เล่าถึงหมากฝรั่งกลิ่นกุหลาบ ที่เคี้ยวแล้วช่วยให้มีกลิ่นหอมซึมเข้าร่างกาย
มาปีนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้ารอว่า ในเทศกาลวาเลนไทน์แบบนี้ ญี่ปุ่นจะมีสินค้าอะไรออกสร้างความประหลาดใจ
แต่ในเมื่อเทศกาลวันแห่งความรักนี้ เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็ขอนำกลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกรายเด่นๆมาฝากกัน

ขอเริ่มจากไทย ไปยุโรป ต่อด้วยอเมริกา แล้วค่อยกลับมาจบที่ญี่ปุ่นก็แล้วกันนะครับ

ในเมืองไทย เผอิญว่าเทศกาลแห่งความรักนี้ มีวันห่างจากตรุษจีนไม่มากนัก ห้างร้านส่วนใหญ่จึงจัดแคมเปญหลักเป็นตรุษจีน
คงมีเพียงร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ ที่ผสมเอาสองเทศกาลไว้ด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ซาลาเปาสีชมพู มีรูปหัวใจอยู่ด้านบน”

pao 7eleven

ข้ามไปที่ยุโรป เทสโก้ ไม่ได้ทำอะไรตื่นเต้นมากนัก เพียงปรับหน้าเวป จัดแคมเปญของขวัญวันวาเลนไทน์

ไปที่สหรัฐ ยักษ์ใหญ่อย่างวอลล์มาร์ท
เพิ่มลูกเล่นให้กับเวปไซด์ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน
นอกจากเวปหลักแล้ว วอลล์มาร์ทได้เปิดเวปลูกอีก 2 เวป
ในชื่อ Help a Guy Buy สำหรับลูกค้าผู้ชาย และ Help a Chick Pick สำหรับลูกค้าผู้หญิง ซึ่ง 2 เวปนี้เหมาะมากกับเทศกาลต่างๆ เพราะจะเป็นตัวช่วยในการเลือกของขวัญ

HelpAChickHelpAGuy

ผ่านไป 3 ประเทศ ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นเท่าไร
งั้น เราไปดูที่ญี่ปุ่นกันครับ
ร้านสะดวกซื้อทุกราย ต่างจัดแคมเปญวาเลนไทน์
โดยมีสินค้าหลักคือช็อกโกแลต
ทุกร้านจะมีช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ในกล่องสวยงาม ปราณีตตามสไตล์ญี่ปุ่น

แต่นั่นมันแค่ “ท่าบังคับ” เพราะใครๆก็ขายกัน ฉะนั้นบางร้านจึงต้องมีสินค้าตัวอื่นมาจัดแคมเปญวาเลนไทน์
แล้วจะเป็นอะไรดีหล่ะ? 

เซเว่นฯ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการประกวดนิยายผ่านมือถือ มาได้ 2 ปีแล้ว 
(เนื่องจากในญี่ปุ่น การอ่านการ์ตูนหรือนิยายทางมือถือกลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก)
ในปีนี้ ร้านเซเว่นฯ จึงนำนิยายที่ได้รับรางวัล มาตีพิมพ์และวางขายในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก
แน่นอนครับว่า ย่อมเป็นนิยามเกี่ยวกับความรัก ชื่อเรื่องประมาณว่า “ระยะห่างกว่าจะได้จูบ” เป็นการ์ตูนที่ฮิตในหมู่เด็กผู้หญิง

sej

sej valentine

ข้ามไปที่ร้านแฟมิลี่มาร์ทกันบ้าง เขานำสินค้าจากจังหวัดเอฮิเมะ มาโปรโมตขายในช่วงนี้
แปลกไหมครับ วันแห่งความรัก แต่ทำไมโฆษณาข้าวปั่น น้ำส้ม อูด้ง
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะตัวหนังสือที่เขียนคำว่า “เอฮิเมะ” มีความหมายอีกอย่างว่า “ค้ำจุนความรัก” หรือ “ทำให้ความรักยั่งยืน” อะไรประมาณนั้น
ฉะนั้น ถ้าได้ทานอาหารที่ผลิตจากจังหวัดเอฮิเมะ เหมือนเป็นสิริมงคลเสริมรัก

family mart

family mart japan

คงคล้ายบ้านเรา ที่วันนี้ สำนักงานเขตบางรัก จะต้องทำงานหนักกว่าใครเพื่อน (และเดาว่าพนักงานเขตบางพลัด คงได้นั่งหาว)
เพราะมีหลายคู่ ตั้งใจไปจดทะเบียนสมรสในวันฤกษ์ดีแบบนี้ที่บางรัก

เห็นไอเดียของแฟมิลี่มาร์ทญี่ปุ่นแล้ว
น่าจะมีใคร นำของอร่อยๆที่ขึ้นชื่อในบางรัก มาวางขายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

เท่าที่ผมนึกออกก็มีข้าวขาหมู
แต่สินค้าตัวนี้ คงจะไม่ถูกใจสาวๆกระมังครับ
ใครรู้จักของอร่อยย่านนี้ ช่วยผมหน่อยครับ

ใครโพสตอบ ขอให้สมหวังในความรัก (แฮะๆ ขอขี้โกงนิดหน่อย คิดไม่ออกจริงๆครับ)

 

หายไปเกือบอาทิตย์เลยครับ ช่วงนี้ภารกิจประจำวัน “เกินพิกัด” ไปหน่อย
ภาษามวย เขาเรียกว่า แบกน้ำหนักชก 
วันนี้ก็เมาหมัดอยู่นิดๆ ประคองตัว พิงเชือกไปก่อน คาดว่าคงจะยังไม่โดนน็อก เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้พัก ให้น้ำให้ท่า

วันนี้ขออัพเดท Trend ค้าปลีกเสียหน่อย
ในบ้านเรา รูปแบบค้าปลีกมาแรงในปีนี้ คงหนีไม่พ้น Community Malls ที่มีซูเปอร์มาร์เก็ต และก็ร้านอาหารหลากหลายชนิด อยู่ในที่เดียวกัน มีที่จอดรถได้ไม่กี่สิบคัน
เทรนด์แบบนี้ มาแรง เพราะคนขี้เกียจเดินทางไปห้างฯ
ไหนจะรถติด ไหนจะคนเยอะ
Community Malls จึงได้โอกาส ไปเปิดหน้าหมู่บ้านซะเลย

ส่วนในเมืองนอก แนวโน้มค้าปลีกที่เห็นเปลี่ยนมาได้สักระยะแล้ว ก็คือ “เบลอ” มากขึ้น เพราะรูปแบบและขนาดร้าน จะไม่ชัดเจนเหมือนก่อน
ร้านขนาดใหญ่ อาจย่อไซด์ให้เล็ก พร้อมกับใช้คำว่า Compact Size กำกับ นัยจะบอกว่าเล็ก กระทัดรัดลงมาหน่อย
ส่วนร้านเล็ก ก็ปรับขนาดและเพิ่มจำนวนสินค้า เพื่อให้เป็น One Stop Shopping
เราจึงเห็นผู้ค้าปลีกรายเดียว มีร้านค้าตั้งแต่ “ขนาด 2 คูหา” ไปจนถึง “ใหญ่กว่าสนามฟุตบอล” 

แต่การปรับตัวนี้ คงจะไม่พอเสียแล้ว เมื่อยักษ์ใหญ่ อย่าง Wal-mart เริ่มแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการค้าปลีกในยุคถัดไป
นั่นคือ Multi-channel ครับ
รูปแบบแรกของ Multi-channel ที่ Wal-Mart นำมาใช้คือ Site-to-Store
แปลตรงๆ ก็คือ เชื่อมการช็อปปิ้งจากเวบไซด์ไปยังร้านค้า

อันที่จริงก็ไม่มีอะไรใหม่ เพราะ Shopping online ก็มีมานานหลายปีแล้ว
แต่ดูเหมือนงานนี้จะเข้าทำนอง “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม”
เพราะ Wal-Mart ไม่ได้กระโจนเข้าสู่การทำ Shopping online มากนักในช่วงที่ผ่านมา
แต่กลับ รอให้ตลาด Shopping online ค่อยๆเติบโต
แล้วจึงใช้ความได้เปรียบในเรื่องจำนวนสาขา เชื่อมกับการสั่งสินค้าทางอินเตอร์เน็ต

Wal-Mart ได้ทดลอง Site-to-Store ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กว่า 750 สาขา โดยลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 7-10 วัน หลังจากคลิกออร์เดอร์
ผลปรากฎว่า กว่า 2 ใน 3 ของผู้สั่งซื้อ เป็นลูกค้าที่ไปช้อปที่วอลมาร์ทเป็นประจำทุกอาทิตย์
นั่นแปลว่า ได้ลูกค้าใหม่มาด้วย ตั้ง 30%
เขาจึงเตรียมขยาย Site-to-Store เป็น 3,300 สาขาทั่วสหรัฐในเดือนหน้า

โมเดลนี้ เข้าทางรูปแบบธุรกิจของ Wal-Mart ไม่น้อย
เพราะ Site-to-Store  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารงานของวอลมาร์ท มากขึ้นไปอีก
การคลิกออร์เดอร์ออนไลน์ จะทำให้ไม่ต้องแบกสต๊อก แต่ข้อมูลจะส่งไปยังซัพพลายเออร์ แล้วค่อยผลิตสินค้ามาส่ง

โมเดลนี้ ทำให้ฝันของผู้ค้าปลีกใกล้เป็นจริง
เพราะสุดยอดของผู้ค้าปลีก ก็คือทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนจัดซื้อ(Buyer agent) ของผู้บริโภค”
ต้องติดตามกันต่อครับว่า วอลมาร์ทจะมีร้านรูปแบบไหนอีก เพิ่มมาเติมเต็มความเป็น Multi-channels
และ “กินรวบกระเป๋าตังค์” ของลูกค้าได้หมด