Tag-Archive for » วอลมาร์ท «


ช่วง 2-3 ปีมานี้ เวลาไปเดินช็อปปิ้งในห้างติดแอร์ เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหมครับ?

อย่าตอบว่า ราคาแพงขึ้นนะครับ เพราะคำนี้มันแสลงหูเกินไป!

การแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่าน ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆนานาออกมาสู้กัน
ถ้าพูดเฉพาะสินค้า ก็มีสู้ได้ 2 วิธี
คือ ทำให้ราคาต่างจากชาวบ้าน (ต่างในที่นี้ คือถูกกว่านะครับ ถ้าโฆษณาว่าแพงกว่า จะมีลูกค้าไปช็อปหรือ?)
หรือไม่ก็ ทำให้ตัวสินค้าแตกต่างจากร้านอื่น (ต่างในที่นี้ คือคุณภาพดีกว่า ทนกว่า อร่อยกว่า และอีกหลายๆสรรพคุณที่ควรจะดีกว่า)

เรื่องราคา เราเห็นมาเยอะแล้วนะครับ ทั้งลด-แลก-แจก-แถม ซื้อแพกคู่ถูกกว่าซื้อเดี่ยว ถือบัตรสมาชิกได้ราคาถูกกว่า
นั่นเป็นลีลาพื้นๆ เบสิคๆ

แต่เรื่องตัวสินค้านี่ซิ ในบ้านเรายังมีน้อยไป
รู้สึกไหมว่าเวลาไปเดินซื้อของในห้างไหน ก็เห็นมีแต่ยี่ห้อคล้ายๆกัน ต่างกันแค่ตำแหน่งบน shelf และราคาสมาชิก

ความเหมือนของตัวสินค้านี่แหละ เป็นบ่อเกิดของสงครามราคา
อันนี้ทุกห้างรู้ดี และก็พยายามหนีให้พ้น แต่ก็ทำยาก

การทำสินค้ายี่ห้อของตนเอง หรือที่เรียกว่า “เฮ้าสแบรนด์” หรือ “ไพรเวทแบรนด์” ก็เป็นวิธีสร้างความแตกต่างอย่างหนึ่ง
เพียงแต่วิธีนี้ ลูกค้ารู้ไต๋ ว่าได้ของคุณภาพไม่ดีเท่ายี่ห้อดัง
ตลาดบ้านเรา จึงมี “เฮ้าสแบรนด์” อยู่น้อยนิด

สร้างแบรนด์เองยาก กว่าลูกค้าจะเชื่อมั่นก็อีกนาน แล้วมันจะมีวิธีอื่นไหม?
ขอตอบว่า มีครับ!

ก็ใช้แบรนด์ดังนี่แหละ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องขายที่นี่ที่เดียว
เคยได้ยินคำว่า Only at ไหมครับ?
นี่แหละเทรนด์สุดฮิตของค้าปลีกยุคนี้

กลยุทธ์นี้เป็นความร่วมมือพิเศษของผู้ค้าปลีกกับเจ้าของสินค้าที่เป็นพันธมิตรกัน ภายใต้เงื่อนไขทางธุรกิจที่แฮ้ปปี้ทั้งสองฝ่าย
ในบ้านเรา สินค้า Only at ที่เจอบ่อยๆ มักจะเป็นเครื่องดื่ม และไอศครีม
แต่ที่สหรัฐ เขาก้าวไปอีกขั้น เพราะที่นั่นห้างวอลมาร์ทจับมือกับนักร้องดัง ทำอัลบั้มเพลงเสียเลย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังจาก Apple เปิด Music Store ซึ่งก็กระทบชิ่งยอดขาย CD ของวอลมาร์ทอย่างมาก
ยักษ์ค้าปลีกจึงแก้เกม ด้วยการจับมือกับนักร้องดัง ทำ CD อัลบั้มใหม่ ที่วางขายเฉพาะในวอลมาร์ทเท่านั้น

จากที่ทดลองทำอัลบั้ม Long Road out of Eden ของ EAGLES ปรากฎว่าทำยอดขายติด Top 3 อัลบัมขายดีเสียนี่
แบบนี้ก็เข้าทางวอลมาร์ทซิครับ
ในฝั่งนักร้องเอง ก็ได้ประโยชน์ครับ การมีวอลมาร์ทก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือจากค่ายเพลง

กลับมาที่บ้านเรา ไอเดียแบบนี้ยังไม่มีให้เห็น
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นจริงไม่ได้ ไอเดียนี้เฮียฮ้อ และอากู๋ต้องระวังให้ดีนะครับ

ลองนึกภาพ แดน-บีม ออกเพลงกับห้างโลตัส, เบิร์ด ธงชัย อัลบั้มใหม่ขายที่บิ๊กซี หรือ ซีดีโฟร์-มด วางขายเฉพาะเซเว่นฯ ซิครับ

หลังจากเฝ้ารอ corporate blog ของเมืองไทยเสียนาน แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ผมก็เลยขอนำ corporate blog ของต่างประเทศมาฝากกันก่อน
ส่วน “บล็อกบริษัท” ในเมืองไทย(ซึ่งเท่าเห็นๆก็มี เซ็นทรัล กับ เคทีซี)นั้น ได้เริ่มขยับแข้งขยับขา ออกสเต็บนิดๆหน่อยๆ แต่ดูเหมือนยังไม่ลงตัว
เอาเป็นว่า รอติดตามกันต่อไป หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมจะะนำอัพเดทให้รู้กัน

ในต่างประเทศ corporate blog ก็มีให้เห็นพอสมควร
แต่ถ้านับเป็นจำนวนก็อาจจะยังไม่มากนัก จาก Top 500 บริษัท ตามการจัดอันดับของ Fortune ปรากฏว่ามีเพียง 60 บริษัทหรือราวๆ 12% เท่านั้นที่มี blog

แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นช่วงเริ่มต้น อีกไม่นานคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่า blog จะเหมาะกับทุกธุรกิจ

มีบางธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมี corporate blog หรือใช้ blog ให้เกิดประโยชน์ ในขณะที่บางธุรกิจไม่ควรมี blog ส่วนบางธุรกิจอาจจะทำเป็น CEO blog น่าจะเหมาะกว่า

ธุรกิจไหนควรมี corporate blog! ธุรกิจไหนควรทำเป็น CEO blog! และธุรกิจไหนยังไม่ควรทำ blog! ไว้ผมจะทะยอยนำ “กรณีตัวอย่าง” มาเล่าสู่กันอ่าน

วันนี้ขอนำ corporate blog ของต่างประเทศ มาฝากเป็นชิ้นที่สอง ชิ้นแรกคือ สตาร์บัค ซึ่งผมได้เขียนรีวิวไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้ลงลึกเท่าไร รับรองเดี๋ยวมีภาค 2 แน่นอนครับ

บล็อกวันนี้อยู่ในธุรกิจค้าปลีกเหมือนเดิมครับ บล็อกที่ว่าเป็นของ Walmart ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกในตอนนี้
Walmart มีช่องทางสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตหลายชื่อด้วยกันครับ
อาทิ Walmart.com, Walmartstores.com, Helpaguybuy.com, Helpachickpick.com
ส่วนบล็อก ใช้ชื่อว่า Checkoutblog.com

บล็อกนี้ถือว่าค่อนข้างใหม่ หากเทียบกับ corporate blog อื่นๆ เพราะเปิดตัวได้เพียง 9 เดือนเท่านั้น
ในด้านคอนเท็นท์ ก็เป็นที่แน่นอนครับว่า วอลมาร์ทให้น้ำหนักกับสินค้าอุปโภคและไอทีเป็นส่วนใหญ่ เห็นได้จากการแยก categories Gadgets, Gaming, Lawn&Garden และ Movies ออกมาต่างหาก

โดยภารกิจนี้มี Blogger ผู้รับผิดชอบทั้งหมด 9 คน แบ่งหน้าที่ตามถนัด เพื่อเขียนและตอบข้อซักถาม ซึ่ง Blogger เกือบทั้งหมดก็ทำงานด้านจัดซื้อหรือด้านการตลาด อยู่กับวอลมาร์ทมานาน ชนิดรู้ที่มาที่ไปดีพอสมควร

ดูจากเนื้อหาที่เขียน ต้องบอกว่าอยู่ในแนวทางที่ดีทีเดียว คือไม่ใช่โฆษณาขายของหรือโปรโมตสินค้าใหม่ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ผิดคอนเซ็ปต์บล็อก และรับรองว่า ไม่มีใครเข้ามาอ่านแน่ๆ (มีเพียง Movies ที่ออกไปในแนวชวนซื้อ ซึ่งก็แน่นอนว่า มีคนเข้ามา comment น้อยมาก)

การเล่าที่มาที่ไปและแนวคิดของการออกแคมเปญ การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ น่าจะทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงความหวังดีของบริษัท
การเขียนถึงความพยายามและความสำเร็จที่ไปดีลกับผู้ผลิตจนทำให้ได้สินค้าเร็ว ในราคาถูก ก็น่าจะมีผลทำให้ลูกค้าอยากเข้าร้านมากขึ้น

ที่ผมชอบ คือ การเอาไอเดียมาเทสต์ว่า สิ่งไหนลูกค้าชอบมากกว่ากัน แม้มันจะไม่ถูกต้อง 100% หรือน่าเชื่อถือเท่ากับการทำวิจัยตลาด แต่การสอบถามความคิดเห็นด้วยต้นทุนต่ำและใช้เวลาเพียงน้อยนิด ก็น่าจะนำมาใช้ได้ในระดับหนึ่ง

สไตล์การเขียนของแต่ละคน ที่บอกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีทั้งชมและมีทั้งติ ทำให้ corporate blog ของวอลมาร์ท ยังคงความเป็น personality (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบล็อก) ได้เป็นอย่างดี

สรุปแล้ว corporate blog ของวอลมาร์ท ทำได้น่าสนใจทีเดียว
แต่นี่แค่เริ่มต้น ต้องดูกันยาวๆ ครับ