Tag-Archive for » ร้านค้าปลีก «

โครงสร้างองค์กร (Organisation chart) คำนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จักดี เพราะตอนเรียนปริญญาตรี เวลาทำรายงาน คงต้องเขียนถึงโครงสร้างและตำแหน่งต่างๆของบริษัท

ยิ่งกว่านั้น พอเข้ามาทำงานรับเงินเดือน ทุกคนก็รู้(บางคนอาจไม่รู้ แต่จริงๆก็ควรรู้) ว่าตำแหน่งของตนเอง อยู่ส่วนใหนขององค์กร และมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง

จู่ๆ ทำไม่เขียนเรื่องนี้?
แล้วโครงสร้างองค์กรสำคัญอย่างไร?

ตอบคำถามแรกก่อนครับ
เพราะเพื่อนโทรมารบกวนให้ช่วยหา แผนผังโครงสร้างองค์กรบริษัทแห่งหนึ่ง เนื่องจากน้องของเพื่อนต้องทำรายงานส่งอาจารย์
แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจจนต้องเขียนเรื่องนี้ คือ ทำไมแผนผังโครงสร้างองค์กร จึงมีหน้าตาแบบนี้!!!

ลองเข้า google.com เลือก Images
แล้วพิมพ์คำว่า “โครงสร้างองค์กร” หรือ “Organisation chart”
ดูผลลัพธ์ที่ได้ แล้วค่อยมาอ่านต่อครับ

ผมคลิกไปหลายหน้า แต่โครงสร้างที่ได้ก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทธุรกิจหรือองค์กรภาครัฐ
คือตำแหน่งใหญ่สุดอยู่ข้างบน และก็มีเรียงลำดับความบิ๊กเบิ้ม ลดหลั่นลงมา
นี่เป็นผังแบบ command line เรียงตามสายบังคับบัญชา ซึ่งผมเข้าใจว่า คงใช้ได้ดีในยุคๆหนึ่ง แต่ไม่น่าจะเหมาะกับยุคนี้ โดยเฉพาะองค์กรที่เป็น “บริษัท”

คิดดูซิครับ ถ้าบริษัทค้าปลีก จัดองค์กรแบบนี้
คณะผู้บริหาร และ CEO อยู่ด้านบนสุด ถัดมาเป็นหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในสำนักงานใหญ่
ถัดมาเป็นผู้บริหารสาขา และแถวสุดท้ายก็เป็นพนักงานขาย

อ้าว! จัดแบบนี้ “ลูกค้า” ก็อยู่ข้างล่างสุดซิครับ
มิน่า ร้านต่างๆมักทำอะไร ไม่ตรงใจลูกค้าเอาเสียเลย

ผมไม่กล้าสรุปว่า การเขียนแผนผังองค์แบบนี้ผิด
แต่จะขอนำตัวอย่างของบริษัทแห่งหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

บริษัทที่ว่านี้เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
บริษัทนี้ชื่อ Seven and I Holding ครับ

ในรายงานประจำปี (ซึ่งก็น่าจะเป็นเอกสารชุดเดียวกัน ที่ใช้สื่อสารภายในบริษัท) เขาแสดงแผนผังโครงสร้างองค์กรได้แตกต่างจากหลายๆบริษัท

แผนผังนี้ CEO และคณะผู้บริหารจะอยู่ล่างสุด ดูแวบแรก ก็รู้สึกได้เลยว่า ต้องรับภาระอันหนักอึ้ง
ตรงกันข้าม ลูกค้าจะอยู่ด้านบนสุด ดูอีกแวบ ก็สัมผัสได้เลยว่า เขาให้ความใส่ใจลูกค้าเป็นอันดับแรก ทุกอย่างจะต้องขับเคลื่อนไปยังลูกค้า
ดูแวบที่สาม ก็รู้ทันทีว่า นอกจากลูกค้าแล้ว พาร์ทเนอร์, ผู้ถือหุ้น และชุมชนที่ร้านตั้งอยู่ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ดูแวบที่สี่ ก็รู้ว่า ผู้บริหารระดับกลางมีบทบาทมากแค่ไหน ในการนำนโยบายไปทำให้เป็นรูปธรรม

มองในอีกมุมหนึ่ง แผนผังแบบนี้จะคล้ายกับ การจัดตำแหน่งของการเล่นฟุตบอลครับ
(เข้าเรื่องฟุตบอลอีกแล้ว ;-) )
ที่จะระบุตำแหน่งและบทบาทของผู้เล่นแต่ละคน ว่าใครต้องยืนประจำการตรงไหน มีหน้าที่อะไรบ้าง? เพื่อให้ทีมได้ประตู
เช่น เวลาขึ้นเกมรุก ต้องวิ่งอย่างไร หนีตัวประกบอย่างไร ดึงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอย่างไร?
และเวลาคู่แข่งบุก ต้องตั้งรับอย่างไร จะคุมโซนหรือคุมคน?

ทีมจะชนะก็ต่อเมื่อยิงประตูได้
ดังนั้นในแผนผัง จึงจัดตำแหน่งกองหน้าไว้บนสุด
เช่นเดียวกัน ธุรกิจจะทำกำไร ก็ต่อเมื่อขายของให้ลูกค้าได้มาก

ส่วนตำแหน่งลำดับถัดมา ก็ต้องทำหน้าที่ว่าจะสนับสนุนให้ลูกฟุตบอล (สินค้า) ไปถึงกองหน้า (ร้านสาขา) ได้อย่างไร เพื่อให้ได้ชัยชนะ (ขายสินค้าได้)

อ้าว! ผมตอบคำถามข้อที่สองไปตั้งแต่เมื่อไร?

สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เกิดมาพร้อมกับเพศ
(ผมเดาเอาว่า) ทั้งนี้ก็เพื่อการสืบสายพันธุ์
สิ่งมีชีวิต จึงมีเพศ 2 เพศเท่านั้น เพศผู้กับเพศเมีย 
ส่วนเพศที่สาม หรือพวกชอบกั๊กเป็นมากกว่าหนึ่งเพศนั้น ขออนุญาตไม่จัดเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างนะครับ 

แต่ด้วยความไม่ธรรมดาของมนุษย์ หลายสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้น จึงมีการระบุเพศให้ด้วย
แม้จะไม่มีคำนำหน้า นาย นาง นางสาวก็เหอะ

พอจะนึกออกมั๊ยครับว่า มีอะไรบ้าง ให้เวลาคิด 1 นาที …ติ๊กต๊อกๆๆๆ….
หมดเวลาครับ!
คิดได้กี่รายการเอ่ย
เสื้อผ้า, รองเท้า, รถจักรยาน, รถมอเตอร์ไซด์, หนังสือ, นาฬิกา, ดินสอ, ปากกา, บัตรเครดิต …
พอแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวจะไม่ได้เข้าเรื่องซะที
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ไม่คิดว่ามันจะต้องมีเพศ แต่มนุษย์ก็ทำให้มันมีจนได้
ผมหมายถึงร้านค้าปลีกครับ

การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในแดนซามูไร นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ร้านค้าเปิดใหม่ทุกวัน ในขณะที่ประชากรก็มีแต่จะลดลง
เพราะคนเกิดน้อยกว่าคนตาย
แหม่! ก็ค่าครองชีพแพงซะขนาดนั้น จะมีลูกแต่ละคนก็คิดหนักน่าดู

ร้านค้าปลีก จึงต้องหาจุดขายใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน เรียกว่า Segmentation กันสุดๆ
เราจึงเห็นไอเดียแปลกๆ ผสมประหลาด เต็มเกาะญี่ปุ่น
ซึ่งวันนี้จะเป็นตัวอย่างของ AM/PM (ชื่อคุ้นๆนะครับ เคยแวะมาเมืองไทยพักนึง ก่อนจะทนแดดร้อนไม่ไหว หนีกลับไปซะงั้น)
ที่เปิดร้านสะดวกซื้อสำหรับผู้หญิง ใช้ชื่อว่า Happily ด้วยโทนร้านสีชมพู้ ชมพู
สินค้าในร้านก็พร้อมสรรพสำหรับสาวๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ ชุดที่ใส่ก่อนชั้นนอก และของกระจุกกระจิก คิขุ โนเนะ ตามแบบฉบับญี่ปุ่น
ในร้านยังมีห้องน้ำให้บริการอีกด้วย ให้สาวๆได้เข้ามาปะแป้ง ทาหน้า หวีผม
เรียกว่า ทำให้แตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วๆไป (ที่ AM/PM สู้ 7-Eleven แทบจะไม่ได้เลย)

งานนี้มีทั้งเสียงชม และเสียงต่อว่า
ที่ชม ก็บรรดาสาวๆ ที่มีร้านโดนใจ
ส่วนที่ต่อว่า ก็สาวๆอีกนั่นแหละ เพราะห้องน้ำไม่พอใช้ แต่ละคนเข้านาน แถมยังมีหนุ่มๆเข้ามาซื้อ
(ไม่รู้เข้ามาซื้อ หรือมาดูอะไรกันแน่ แหม ถ้าอยู่ใกล้นะ  ผมจะเข้าไปดูว่า ไอ้หนุ่มๆพวกนี้ เข้าไปดูอะไรกัน)
หนักสุดเห็นจะเป็นเรื่อง การถูกหล่าวหาว่ากีดกันทางเพศ (เอาเข้าไปนู้น) 
งานนี้ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ก็ต้องลุ้นกันต่อไป

ที่จริงแล้วไอเดียกระฉุดแบบนี้ เมืองไทยเคยมีมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน
เคยเห็นมั๊ยครับ “รถเมล์สำหรับผู้หญิง” เปิดให้บริการในเขตกรุงเทพชั้นในและชั้นซับใน ส่วนชั้นนอกแถวๆ มีนบุรี ลาดกระบัง อด!
ส่วนผลลัพธ์เป็นอย่างไร ไม่ต้องมาถามนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าดูถูกกัน

ภาพจาก web-japan.org