
โดนวิญญาณไอโฟนเข้าสิง เป๋ไปหลายวันเลยครับ
สลัดไอโฟนได้ มาเจอยี่ห้ออื่นต่อ ก็บรรดา touch ทั้งหลายแหล่นั่นแหละ
กว่าจะตั้งสติได้ เกือบไปแล้ว
เกือบจะเสียทรัพย์อีกก้อน
อาการอยากได้ของใหม่ มันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว
ทางที่ดี อยู่ห่างๆไว้ ใจจะได้ไม่ตะเลิด
พอตั้งหลักได้ ก็มานั่งนึกอีกที เออ…ถ้าซื้อมา จะได้ใช้งานกี่ฟังก์ชั่นกัน
เครื่องที่ใช้อยู่แบบ dual sim ผมก็ใส่แค่ซิมเดียว
ฟังวิทยุ ฟังเพลง ก็แทบไม่เคยสัมผัส อีกทั้งชีวิตแต่ละวัน ก็อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เกือบตลอด
ไหนลองหาธุรกิจ ที่จะช่วยตอบโจทย์คนอย่างผมหน่อยซิ!
แบบว่า อยากลองของใหม่ แต่ไม่อยากจ่ายเยอะ เผลอๆของใหม่ไม่โดนใจ ก็อยากเปลี่ยนเครื่องอีก
แหะๆ เรื่องมากน่าดูเลย
เจอแล้วครับ!
เพราะมีธุรกิจในนิวเจอซี่ เขาเอาไอเดีย “ให้เช่า” มาใช้กับมือถือ
ด้วยการสื่อสารสมัยใหม่ ก็ทำให้ธุรกิจให้เช่า ง่ายขึ้นไปกว่าเดิม
ไม่ต้องมีหน้าร้าน ก็เปิดให้บริการได้
เพียงลูกค้า เข้าเว็บไซด์ Rentobile เลือกรุ่นมือถือที่ต้องการ
แล้วบริษัทก็จะส่งพัสดุไปให้ เมื่อใช้ครบกำหนดก็ส่งคืนทางไปรษณีย์
อัตราค่าเช่า ก็แล้วแต่ระยะเวลาที่ใช้ จะเช่าเดือนเดียว หรือหลายเดือนก็ได้
อ้อ! รุ่นของมือถือก็มีผลต่อราคาด้วยนะ ยี่ห้อดังรุ่นล่าสุดก็ต้องจ่ายแพงหน่อย
อ่านจากข่าว ราคาเช่าเริ่มต้นเพียงเดือนละ 5 ดอลลาร์ เท่านั้น แต่คงได้มือถือรุ่นลายครามน่าดู
ไอเดียนี้ เพิ่งลงมือทำเมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง ยังสรุปไม่ได้ครับ ว่าเวิร์กหรือไม่?
ต้องติดตามกันต่อไป แบบยาวๆ

ขอเขียนถึง O2 อีกสักครั้งอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ
เป็นเก็บตกจากงาน O2 Wireless Festival ที่อังกฤษเมื่อช่วงเดือนต้นกรกฎาคมที่ผ่านมาครับ ซึ่งงานนี้มีคอนเสริต์ใหญ่ตลอด 4 คืนของการจัดงานที่ไฮด์ปาร์คในลอนดอน และกิจกรรมอีกมากมาย
เป็นแน่นอนว่า งานใหญ่จัดกลางแจ้งแบบนี้ ถ้าคนไปร่วมงานเกิดแบตฯมือถือหมดจะทำอย่างไร?
ก็แหม! มางานของ O2 ทั้งที ปัญหาแบบนี้ ต้องเตรียมแก้ไว้ให้อยู่แล้ว
ว่าแล้ว เขาก็เตรียมที่ชาร์จแบตฯมือถือ แบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
หลายคนคงนึกถึงที่ชาร์จแบตฯพลังแสงอาทิตย์
แต่แค่นั้นอาจไม่พอครับ เพราะแดดที่อังกฤษไม่แรงเหมือนบ้านเรา เผลอๆอาจไม่มีแดดเสียด้วยซ้ำ
ทีมงานจึงคิดค้น การชาร์จไฟในรูปแบบอื่นๆ
ซึ่งได้แก่ อุปกรณ์ชาร์จแบบเต้นไปชาร์จไป
ชิ้นนี้ผมเขียนเล่าไปแล้ว สามารถไปตามอ่านกันได้
อีกชิ้นที่น่าสนใจ จะนำมาเล่าในวันนี้ คือ ปั่นไปชาร์จไป
ใครที่เคยปั่นจักรยาน ก็จะรู้ว่าพลังงานจากการหมุนล้อ มันทำให้เกิดไฟได้มากน้อยแค่ไหน
จำได้ว่า ตอนเด็กๆ เวลาปั่นจักรยานตอนกลางคืน ต้องกดสวิทช์เพื่อให้หลอดไฟติด จะได้มองเห็นทาง
ซึ่งการกดสวิทช์ไฟนี้ จะทำให้ต้องออกแรงปั่นมากขึ้น เพราะมันฝืดกว่าปกติเนื่องจากมีตัวปั่นไฟกดไว้บนล้อ
หากปั่นช้า ไฟจะรี่
หากปั่นเร็ว ไฟจะสว่างขึ้น
ยิ่งปั่นเร็วเท่าใด ความสว่างจะยิ่งส่องไปไกลมากขึ้น
และเพื่อให้มีแสงสว่างเพียงพอ ผมจึงต้องรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ(ในระดับเร็วพอสมควร) เพราะหากชะลอจะทำให้มองไม่เห็นทาง
แล้วเวลาถึงทางแยกเกิดอะไรขึ้นครับ?
ไม่มีอะไรมาก แค่แหกโค้ง และได้แผลนิดหน่อย!
แต่ของ O2 เขาไม่ได้ให้ลูกค้าปั่นจักรยานออกไปไหน หากแต่ตั้งอยู่กับที่ เหมือนในฟิตเนส
ใครแบตฯหมด ก็มาเสียบเครื่องแล้วก็ปั่น
อยากให้แบตฯเต็มไว ก็ปั่นเร็วๆ ถ้าหมดแรงก็ให้เพื่อนสลับสับเปลี่ยนมาช่วยกันปั่น
ทั้ง 3 แบบนี้ น่าจะมีในบ้านเรานะครับ โดยเฉพาะเวลามีงานใหญ่ๆ
ถ้าจัดงานกลางแจ้ง ก็เลือกใช้แบบพลังงานแสงอาทิตย์
ถ้าจัดในร่มก็มี 2 ทางเลือก คือ “เต้นไปชาร์จไป” และ “ปั่นไปชาร์จไป”
ลองนึกดูนะครับ
ไปฟังดนตรีในสวนลุม แล้วเกิดแบตฯหมดกระทันหัน แต่ทันใดนั้น ก็มี “จักรยานปั่นชาร์จแบตฯ” ตั้งอยู่ในบริเวณงาน แต่เราไม่มีแรงและไม่อยากปั่น ก็หลอกล่อให้เด็กๆปั่นแทน
เด็กก็สนุก เราก็ได้ไฟเต็มมือถือ
win-win ทั้งคู่อีกแล้ว
อ้อ ผมมีอีกไอเดีย
ใครที่เป็นเจ้าของหรือผู้บริหารฟิตเนส ลองหาทางประหยัดต้นทุนด้วยวิธีนี้ซิครับ
ติดตั้งทั้ง “เต้นไปชาร์จไป” และ “ปั่นไปชาร์จไป” โดยต่อมิเตอร์ไฟเข้ากับเครื่องแต่ละชิ้น
และเพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบลูกค้า ก็จัดการลดค่าสมาชิก ให้ตามจำนวนไฟที่ลูกค้าปั่นได้
นี่เป็นสุดยอด CSR ที่ได้ทั้งหน้าตาและกำไร
เพื่อนๆออกไอเดีย