และแล้วไอเดียที่ผมเคยเขียนถึง ก็เกิดขึ้นในเมืองไทย
ซึ่งคนทำธุรกิจนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นรายใหญ่(มากๆ)เสียด้วย
ไอเดียที่ว่านี้คือ Free copy ครับ
ผมเคยยกตัวอย่าง Tadacopy ที่เกิดขึ้นโดยนักศึกษาเพื่อนักศึกษาในญี่ปุ่น
หลักการก็คือว่า มีกระดาษขาวไว้ให้นักศึกษาได้ถ่ายเอกสารฟรี แต่ด้านหลังเป็นโฆษณา
ส่วนธุรกิจในไทยที่เพิ่งเปิดตัว ก็มีลักษณะคล้ายกันเป๊ะเลยครับ
ตอนที่เห็นไอเดียนี้จากเว็บของต่างประเทศ ผมก็ลุ้นว่าน่าจะมีผู้ประกอบการรายย่อยรายกลางของไทย นำมาให้บริการ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็น Cannon ที่มาลุยตลาดนี้ด้วยตนเอง
ตามข่าวบอกว่า แคนนอน จับมือกับบริษัทที่ชื่อว่า ยูก๊อปปี้ (ไทยแลนด์) เปิดให้บริการ “ถ่ายเอกสารฟรี”
โดยจะเริ่มทดลองในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ 6 แห่งก่อน จากนั้นค่อยขยายไปต่างจังหวัด
นักศึกษาผู้โชคดีที่จะได้ใช้ของฟรี ก็มีธรรมศาสตร์, ศรีนครินทรวิโรฒ, รามคำแหง, หอการค้าไทย, เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และเกษมบัณฑิต
แม้แคนนอนจะใช้กลยุทธ์นี้เพื่อหวังสร้างความผูกพันกับแบรนด์ก็ตาม แต่ผมว่าเผลอๆ นี่อาจเป็นตัวทำเงินของแคนนอนในยุคต่อไปก็ได้
เพราะค่าโฆษณาที่คิด 3.75 บาทต่อ 1 แผ่น (สำหรับแพ็กเกจ 30,000 แผ่น เป็นเวลา 3 เดือน)
ลองคำนวนเล่นๆซิครับ
หากบริษัทหาโฆษณาได้จริงตามเป้า คือ 20 ราย
รายได้เบาะๆ ที่จะได้รับ จากการติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสาร 6 จุด ก็ไม่ต่ำกว่า 54 ล้านบาทต่อปี
นี่คิดแค่ 30,000 แผ่นเท่านั้นนะครับ
ที่มา : เก็บมาฝากจากข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับ 23 กรกฎาคม 2551
“มหาวิทยาลัยนี้ ปลอดเครื่องถ่ายเอกสาร”
หลายคนคงไม่เชื่อว่า จะมีสถานศึกษาไหน ทำได้แบบนี้
เพราะถึงอย่างไร นักศึกษาก็ต้องก็อปปี้ตำรา หรือเลคเชอร์ของเพื่อน เป็นแน่
ต้องพึ่งการถ่ายเอกสาร เพราะเป็นการเรียน ที่ต้องใช้หนังสือและการจดบันทึกเป็นหลัก
แล้วเหตุการณ์ในอนาคตหล่ะ มันจะเป็นแบบนี้ตลอดไปหรือ?
ผมขอฟันธงว่า “ไม่” แน่นอนครับ
เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาครั้งใหญ่บนโลกใบนี้
และสิ่งที่จะปฏิวัติโลกของการเรียน ก็คือ iPod นั่นเอง
ตอนนี้ iPod กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเรียนที่ Duke University ชนิดที่นักศึกษาทุกคนต้องมี
โปรเจคนี้เริ่มขึ้นในช่วงเปิดเทอมฤดูใบไม้ร่วงของปี 2004
เมื่อมหาวิทยาลัยได้แจก iPod ฟรีให้กับนักศึกษาใหม่จำนวน 1,650 คน (อันที่จริงไม่ได้แจกฟรีหรอก แต่รวมในค่าเทอมไปแล้ว)
ใครผ่านไปเห็นเข้า นึกว่าคนเรียนที่นี่แสนสบาย
เสียบหูฟังสีขาว ฟังเพลง เดินกันขวักไขว่
แต่ที่ไหนได้ ทุกคนกำลังทบทวนบทเรียนกันอยู่ต่างหาก
เพราะเมื่อผ่านไป 1 ปี ได้ผลดีเกินคาด
นักศึกษากว่า 60% ใช้เครื่องนี้บันทึกบทเรียน และอีก 28% ใช้เก็บไฟล์บทเรียน
แต่ในเทอมๆหนึ่ง เรียนกันหลายวิชา ฟังเลคเชอร์กันหลายสิบชั่วโมง จึงทำให้ Duke University จับมือกับ Apple พัฒนา iTune U ขึ้นมา
ซึ่งก็คือ iTune เวอร์ชั่นเพื่อการศึกษา ที่มี audio and video files นับพันๆ ไว้ให้ดาวน์โหลด
ตอนนี้ Duke University ก็กำลังพัฒนานำระบบดิจิตอลทั้งหลายแหล่มาใช้กับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะทำให้การศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย สนุกขึ้น ง่ายขึ้น และก็ใช้เอกสารกระดาษน้อยลง
ไม่แน่นะครับ ต่อไปนักศึกษาอาจมีเพียงเป้ 1 ใบกับ iPod 1 เครื่อง ในการไปเรียนหนังสือ
แล้วชาวอเมริกันก็จะมีพระเจ้าองค์ใหม่ต่อจาก Google นั่นก็คือ iPod
เพื่อนๆออกไอเดีย