นอกจาก “ยา” แล้ว
“ผัก” ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่เด็กๆไม่ชอบทาน
เคยคิดหาคำตอบว่า ทำไมหลายคนไม่ชอบทานผัก?
ถ้าเป็น “ไม่ชอบทานยา” ก็พอจะเข้าใจ
เพราะว่า “ขม”
หลายคนบอกว่า เพราะผัก มีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่น่าทาน
นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ผมว่า อาจเป็นเพราะเคยมีประสบการณ์ฝังใจอะไรบางอย่างแน่ๆ จึงทำให้ไม่ชอบทานผัก
ผมเคยได้ยินเรื่องเล่า “คนกลัวเงาะ”
เงาะที่เป็นผลไม้นี่แหละ ไม่ใช่เงาะป่า เงาะสาไก อะไรหรอก
เขาอธิบายว่า เงาะลูกแดงๆ มันเหมือนหัวคนโดนเข็มตำเต็มไปหมด จนชุ่มเลือด
เป็นไปได้ครับ ที่บางคนจะกลัวอะไรแปลกๆ แบบที่ไม่สามารถอธิบายได้
ร่ายมาซะยาวเลย เข้าเรื่องวันนี้ครับ เป็นผลการสำรวจของสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (สสท.) ที่พบว่า คนไทยทานผักผลไม้ ต่ำกว่ามาตรฐานเยอะมาก
เรียกว่าสอบตกยกชั้น ทุกภาค แม้แต่คนกรุงเทพก็สอบไม่ผ่าน ทานผักกันน้อยเหลือเกิน
ข้อมูลเป็นดังนี้ครับ
ผู้ชายทาน 268 กรัม/วัน ส่วนผู้หญิงทาน 283 กรัม/วัน
ต่ำกว่าเกณฑ์คือ 400 กรัม/วัน
ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยต่อคน
แต่ถ้าดูเป็นจำนวนคนที่กินไม่ผ่านเกณฑ์
ปรากฎว่า ผู้ชาย 80% และผู้หญิง 76% สอบตก
ลองมาดูรายภาคกันบ้าง
กรุงเทพ กินผ่านเกณฑ์เพียง 36% ภาคเหนือ 29% ภาคใต้ 28% ส่วนอีสาน น้อยสุดตามคาด ผ่านเกณฑ์แค่ 20% เท่านั้น
ทำไมคนไทยทานผักผลไม้ ได้ต่ำกว่าที่ควร? มากถึงขนาดนี้
ทั้งที่ประเทศของเรา เป็นแหล่งผักผลไม้ของโลกเชียวนะ
จะบอกว่า ไม่มีรายได้เพียงพอ ก็ดูจะขัดแย้งกับตัวเลขจำนวนคนอ้วน
เพราะคนไทย วัยขึ้นต้นด้วยเลขสามขึ้นไป มีสัดส่วนคนด้วนเพิ่มจาก 20% ในปี 2534
มาเป็น 35% ในปี 2547 หรือมีจำนวน 15 ล้านคน
และองค์การอนามัยโลก คาดว่า คนอ้วนในไทยจะเพิ่มเป็น 21 ล้านคน
เห็นตัวเลขแบบนี้ แล้วพอจะเดาได้นะครับว่า
ธุรกิจใดมาแรง และน่าลงทุนเป็นที่สุด!
October 5th, 2007
ช่วงนี้หลายคน คงไม่สบายบ่อย เหมือนผม
เพราะนอกจากอากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยแล้ว
การเมืองก็เปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย! (ออกนอกเรื่องอีกแล้ว)
ผมว่าอาหารการกิน ก็มีส่วน
คุณหมอแนะนำ ให้ทานผัก ผลไม้เยอะๆหน่อย
แต่ผมไม่แน่ใจว่า
“ผักที่ซื้อ ผลไม้ที่ทาน มันปลอดภัยจริงหรือ?”
เคยเห็นมั๊ยครับ แตงโมสีแดงแจ๋
แดงประมาณว่าใช้รหัสสี Red 250 Green 0 Blue 0 หรือ #FA0000
รสชาติก็หวาน เหมือนเติมน้ำตาลได้เอง
แทนที่จะเป็นประโยชน์ แต่กลายเป็นได้โรคเพิ่ม
สินค้า Organic จึงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น
แต่เราจะรู้ได้อย่างไร จะเชื่อมั่นได้อย่างไร ว่ามัน Organic จริงๆ
เราเจอแต่ผู้ขาย ที่ไม่ได้ปลูกเอง ไปรับมาจากไร่แห่งไหนก็ไม่ทราบ
ไม่เหมือนสินค้าอุตสาหกรรม ที่จะเห็นโรงงานกันชัดๆ ว่าผลิตที่นี่นะ
ทางออกหนึ่งที่ Dole ยักษ์ใหญ่ระดับโลก (ทั้งๆที่ไม่ได้ปลูกเอง) เลือกใช้
ก็คือช่องทาง Internet นี่แหละ
Dole เขาทำฉลากสินค้า ที่สามารถเชื่อมผู้ซื้อกับผู้ปลูกได้
โดยในฉลากสินค้า Organic นี้ แต่ละชิ้น จะระบุว่ามาจากไร่เบอร์อะไร
ซึ่งเมื่อผู้ซื้อ ใส่รหัสนี้ลงใน website ก็จะพบข้อมูล รูปภาพ กรรมวิธีการผลิต ขั้นตอนการขนส่ง รวมทั้งบรรยากาศท้องทุ่ง ตั้งแต่เริ่มปลูก จนออกดอก ออกผล
เป็นกลยุทธ์นำ “อารมณ์ความรู้สึก” มาขายพ่วงกับ “สินค้า”
และแปลง “ใบ certificate ต่างๆ (ทั้ง ISO 14000 SA8000)” ให้ลูกค้าเห็นเป็นรูปธรรม
จะมีกี่คนที่รู้ว่า มาตรฐานที่บริษัทได้มานั้น มันคืออะไร
แต่ถ้ามีรูปให้เห็นว่า ขั้นตอนการปลูก การดูแลรักษา ขั้นตอนการล้าง-ตัดก่อนส่งขาย พนักงานใส่ชุดรัดกุมดูสะอาดและปลอดภัย บรรยากาศรอบๆไร่ก็เป็นธรรมชาติมั๊กๆ
แบบนี้คนซื้อ ก็น่าจะสบายใจได้มากขึ้น
ไอเดีย ฉลากสินค้าเล่าเรื่องราว แบบนี้ น่าจะเหมาะกับเมืองไทยมาก
เพราะเรามีทั้ง ข้าว กุ้ง ผัก และผลไม้นานาชนิด
ไทยเราประกาศว่าจะเป็น “ครัวของโลก!”
แต่ผมไม่แน่ใจว่า เราพร้อมจะเปิดห้องครัว ให้ลูกค้าทั่วโลกดูหรือเปล่า?
เพราะเดี๋ยวเปิดแล้ว จะเห็น แมลงสาบเต้นระบำข้างเตา หนูกระโดดลอดห่วงไฟ
อ้าว! ทำไมในครัวมีสวนสัตว์
June 6th, 2007