Tag-Archive for » บัตรเครดิต «

เป็น ฟอร์เวิร์ดเมลอีกแล้วครับ
เห็นว่าเนื้อหาดี มีประโยชน์ จึงนำมาฝากท่านผู้อ่าน
เป็นการแฉ!!!
เชิญรับชมรับฟังได้เลยนะบัดนี้…..

ข้อความต่อไปนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะรู้จักวิธีการหลอกลวงฉ้อฉล
ด้วยการแอบอ้างว่าโทรมาจาก Visa หรือ Master Cards
เพื่อให้คุณได้ระมัดระวังตนเองไม่ตกเป็นเหยื่อวิธีการฉ้อฉลดังกล่าว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภรรยาผมได้รับโทรศัพท์จาก Visa
และผมก็ได้รับโทรศัพท์จาก Master Card ในวันพฤหัสบดีต่อมา
คนที่โทรมาพูดว่า “ดิฉัน…(ชื่อ) โทรจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ Visa ค่ะ
คือเราตรวจพบว่ามีความผิดปกติในการสั่งซื้อ
จึงโทรมาตรวจสอบว่าบัตร Visa ของคุณ ที่ออกโดยธนาคาร…(ชื่อ)
มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ระบบป้องกันภัยมูลค่า 20,000 บาท จากบริษัทในอเมริกาหรือเปล่าคะ”

เมื่อคุณบอกว่า “เปล่านี่คะ” คนที่โทรมาก็จะบอกว่า
” ถ้าอย่างงั้นเราจะคืนเงินให้คุณกลับคืน เรากำลังตรวจสอบบริษัทฉ้อฉล
โดยมีวงเงินที่ฉ้อฉลโกงลูกค้า ครั้งละ 12,000-20,000 บาท
เราจะส่งหนังสือแจ้งการคืนเงินให้คุณทราบที่…(ที่อยู่ของคุณ) ถูกต้องมั๊ยคะ”

เมื่อคุณบอกว่า “ถูกต้องคะ” คนที่โทรมาจะพูดต่อไปว่า
“ดิชั้นจะทำการสืบสวนต่อไป หากคุณมีข้อสงสัยให้โทรตามหมายเลขที่อยู่หลังบัตรแล้วต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัย
คุณต้องระบุหมายเลขอ้างอิงนี้ (คนที่โทรมาจะบอกหมายเลข 6 หลัก)
คุณต้องการให้ดิชั้นทวนหมายเลขมั๊ยคะ”

ต่อไปนี้จะเป็นส่วนสำคัญของกลโกง
คนที่โทรมาจะพูดว่า “เพื่อให้ทราบว่าคุณเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริงของบัตรเครดิตการ์ดใบนี้
กรุณาพลิกด้านหลังของบัตรและให้ดูที่หมายเลข 7 ตัวสุดท้าย
4 ตัวแรกจะเป็นหมายเลขบัตร 3 ตัวต่อมาจะเป็นเลขสำหรับรักษาความปลอดภัย
ว่าคุณคือเจ้าของที่แท้จริงและใช้ในการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต
กรุณาบอกเลข 3 ตัวสุดท้ายด้วยคะ”

เมื่อคุณบอกเลข 3 ตัวสุดท้ายไป คนที่โทรมาจะบอ กว่า
“ตัวเลขถูกต้อง ดิชั้นต้องการให้แน่ใจว่าบัตรยังอยู่กับคุณ มิได้สูญหาย
หรือถูกขโมย คุณมีข้อสงสัยอื่นใดอีกหรือเปล่าคะ”

เมื่อคุณบอกว่า “ไม่มีคะ”
คนโทรมาจะขอบคุณและบอกว่าหากมีในภายหลังก็ให้โทรสอบถามได้เสมอ แล้ววางสาย

ความจริงคุณพูดไปน้อยมาก คนโทรมาไม่ได้ขอหมายเลขบัตรเครดิตของคุณ
แต่ภรรยาผมเกิดเอะใจ จึงโทรกลับไปทันทีหลังจากวางสายไป 20 นาที
และปรากฏว่า Visa ตัวจริงบอกว่าภรรยาผมถูกหลอกแล้ว
และเมื่อ 15 นาทีที่ผ่านมาได้มีรายการซื้อสินค้าจำนวน 20,000 บาท
ส่งมาเรียกเก็บ ในที่สุด Visa ได้ยกเลิกบัตรและออกบัตรใหม่ให้

ผู้ฉ้อฉลต้องการเลขเพียง 3 ตัวสุดท้ายด้านหลังบัตร
อย่าให้ไปเป็นอันขาด ให้คุณบอกว่าแล้วจะโทรกลับไปแจ้งเองโดยตรงจะดีกว่า

วันพฤหัสบดีต่อมา ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณ…(ชื่อ)
อ้างว่าโทรจาก Master Card ซึ่งมีข้อความเหมือนกับที่ภรรยาผมได้รับคำต่อคำเลย
ผมเลยไม่รอให้เขาพูดจบ
ผมรีบวางสาย แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจตามที่ Visa ให้คำแนะนำมา

ตำรวจบอกว่าได้รับแจ้งแบบเดียวกันนี้ วันหนึ่งหลายราย
จึงขอร้องให้ช่วยกันบอกต่อด้วย เราต้องระมัดระวังตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

….ครับ! หลายท่านอาจรู้แล้ว
ย้ำครับว่า ต้องรักษาเลขท้าย(บัตร) 3 ตัว ไว้ให้ดี!!!

ผมเห็นด้วยกับแนวคิด ‘เพิ่มกำลังซื้อ’ ของท่านนายกฯคนใหม่นะครับ
แต่เสียดายที่ ‘คิดไม่สุด’
อุตสาห์ได้เป็นรัฐบาลทั้งที แถมในพรรคก็มีนักการตลาดมือฉมังหลายคน อาทิ คุณอภิรักษ์ และ… นึกออกแค่คนเดียวเองครับ

แม้ข้อมูลการวิจัยและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ จะบอกว่า ผู้มีรายได้น้อย เมื่อได้เงินมาร้อยหนึ่ง จะใช้จ่ายเงินมากกว่าคนฐานะดี
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่า เงินกว่า 1.8 หมื่นล้าน ที่ตกถึงมือ 9 ล้านกว่าคน จะกลับเข้ามาหมุนในระบบเศรษฐกิจ อีกเท่าใด

การโต้เถียงแบบนี้ ผมเคยเขียนถึงกรณีประเทศออสเตรเลียไปแล้ว ซึ่งผู้คัดค้านจะมองว่า คนได้รับเงินอาจไม่ได้นำไปจับจ่ายซื้อของ ที่จะทำให้เกิดการผลิต การจ้างงานอย่างที่รัฐบาลหวัง แต่อาจนำไปเล่นการพนัน หรือจ่ายหนี้

ซึ่งผมว่าไต้หวัน ก็คงได้อ่าน case study ชิ้นนี้
มาตรการของเขา จึงไม่แจกเงินดื้อๆ แต่ใช้วิธีให้คูปองแทน ที่รัฐบาลได้เตรียมการร่วมมือกับห้างร้านต่างๆ

‘คูปองต่างจากเงินสดตรงไหน?’ ผมไม่ขออธิบาย แต่อยากให้ลองไปทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ทตามห้างดู

กลับมาที่บ้านเรา ในเมื่อรัฐบาลคิดไม่สุด เราก็อย่าเพิ่งหยุดคิด นี่เป็นโอกาสของพ่อค้าแม่ขาย ที่จะเพิ่มรายได้ของตนเอง
เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้ไม่มาก
ร้านค้าสามารถเพิ่มอำนาจซื้อให้เขา ด้วยการทำบัตรของขวัญทวีค่า
ที่ช่วยแปลงเงิน 2 พันบาท ให้ซื้อสินค้าได้ 2,100 บาท หรือมากกว่านั้น แล้วแต่กำลัง(เงิน)จะทำการตลาดไหว
หรือถ้าจะให้เนียนมากขึ้น ก็แบ่งขายในมูลค่าต่ำกว่าได้ เช่น ซื้อ 500 ได้ 525 บาท

และถ้าเกรงว่า คนที่เงินเดือนเยอะจะได้ประโยชน์จากแคมเปญนี้
ห้างฯก็จัดทำ ‘บัตรคิตเดรคริตเด’ เสียเลย
คริตเด คือตรงข้ามกับ เครดิต ผมคิดชื่อไม่ออก เลยผวนดื้อๆ ง่ายไหมครับ
บัตรเครดิตทั่วไปรายได้ต้องเกิน 1.5 หมื่นบาท
ส่วนบัตรดิตเครของผม ต้องรายได้ไม่เกิน 14,999 บาท ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลตั้งไว้เป๊ะเลย

แม้บางคนจะอายที่ต้อง ‘อวดจน’
แต่อีกหลายๆคน ก็พอใจ ที่ได้ซื้อของราคาถูก