Tag-Archive for » ถ่ายเอกสารฟรี «

Merry X’Mas
สนุก สุข สมหวังกันถ้วนหน้านะครับ
จบข่าว…

แหะๆ จะแวะมาทักทายแค่นี้ เดี๋ยวคนอ่านจะว่าเอา งั้นขอตอบคำถามหน่อยนึง
เป็นกระทู้สดจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติ

คำถามมีอยู่ว่า “บริษัท ยูก็อปปี้(ไทยแลนด์) จำกัด ที่ร่วมกับแคนนอนจัดสื่อด้านหลังกระดาษ
ถ่ายเอกสารฟรี อยากทราบไอเดียว่าเมืองไทยจะปรับให้เข้ากับ นศ ไทยอย่างไรเนื่องจากลูกค้ากังวลว่าเด็กไทยจะถ่ายเอกสารมากๆต่อครั้ง ต่อคน”

เอาละซิ! ไอเดียธุรกิจแบบแจกของฟรี พอนำมาใช้ในเมืองไทยก็เป็นแบบนี้ละครับ
หากใครจำได้ เมื่อ 4-5ปีที่แล้ว ที่มีการทำการ์ดแจกฟรี ด้านหลังเป็นโฆษณาสินค้าดีไซน์สวยๆ วางตามร้านค้า ร้านอาหาร ให้หยิบฟรี

ไม่แน่ใจว่า การโฆษณาแบบนี้ ผิดพลาดเพราะเหตุใด แต่เท่าที่เจอกับตา คือ บางคนหยิบมากกว่า 1 ใบ เอาไปแจกต่อ เอาไปสะสม หรือไปเก็งกำไร ก็ไม่ทราบได้
ทราบแต่ว่า เจ้าของสินค้าคงไม่แฮ้ปปี้แน่

หรือที่เห็นกันชินตาทุกวัน ตามริมถนน มีการแจกสินค้าตัวอย่าง
บางคนสวมวิญญาณน้องพลับ
“ขอสอง”
เออ…. เอากะเขาซิ

ทั้งสองอย่างนี้ เจ้าของสินค้าต้องการ ‘กระจาย’ แต่ลูกค้าคนไทย ทำให้มัน ‘กระจุก” ซะงั้น

ที่ผมเล่าสองกรณีตัวอย่างนี้ ก็เพื่อให้นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าคนไทย ว่า “มันเป็นอย่างนี้นะ”
การแจกฟรีๆ ประเภทเดินมา รับของเลย จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่เห็นค่าและใช้ทิ้งใช้ขว้าง

ทางออกหนึ่ง ที่พอนึกออก คือ จำกัดปริมาณการใช้ หรือ ฟรีแบบมีเงื่อนไข
หมายความว่า
หากถ่ายเอกสารในจำนวนที่กำหนดไว้ (เช่น 50 แผ่นต่อคนต่อวัน) ก็ถ่ายฟรีแบบไร้เงื่อนไข แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น ก็ต้อง ‘จ่ายนิดหน่อย’

‘การจ่ายนิดหน่อย’ ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง เงินนะครับ!!!
ต้องหาวิธีที่เนียนกว่านี้

‘การจ่ายนิดหน่อย’ เพื่อให้ได้โควต้าถ่ายเอกสารเพิ่มขึ้น อาจเป็นการตอบคำถาม เล่นเกมส์ ในเว็บไซด์ เช่น ดูคลิปโฆษณา ความยาว 30 วินาที แล้วตอบคำถาม หากตอบถูกก็จะได้รับ SMS เป็นรหัสผ่านนำไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ถ่ายเอกสาร

หรือ ‘การจ่ายนิดหน่อย’ อาจเป็น กระดาษถ่ายเอกสาร ที่มีความแตกต่างจาก ของฟรี 50 แผ่นแรก
โดยแผ่นที่ 51 เป็นต้นไป จะมีโฆษณาอยู่ด้านหน้าด้วย อาจเป็นแถบด้านบนหรือด้านล่างเล็กๆ คล้ายๆสมุดจด ที่นักศึกษาไปขอสปอนเซอร์ ก็จะมีโฆษณาอยู่ด้านล่างและด้านบน

ย้ำนะครับ เนื่องจาก concept คือ “ฟรี” ดังนั้น ทุกวิธีที่เลือกใช้ ต้องไม่ให้ลูกค้า(นักศึกษา)เสียตังค์ แต่อาจเป็น ต้องเสียเวลา เพื่อดูโฆษณามากขึ้น

อ้าว! ไหนว่าจะตอบหน่อยเดียว?
งั้นขอจบแค่นี้ก่อน ท่านใดมีไอเดียต่างจากนี้ เชิญละเลงเลยครับ…

และแล้วไอเดียที่ผมเคยเขียนถึง ก็เกิดขึ้นในเมืองไทย
ซึ่งคนทำธุรกิจนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นรายใหญ่(มากๆ)เสียด้วย

ไอเดียที่ว่านี้คือ Free copy ครับ
ผมเคยยกตัวอย่าง Tadacopy ที่เกิดขึ้นโดยนักศึกษาเพื่อนักศึกษาในญี่ปุ่น
หลักการก็คือว่า มีกระดาษขาวไว้ให้นักศึกษาได้ถ่ายเอกสารฟรี แต่ด้านหลังเป็นโฆษณา

ส่วนธุรกิจในไทยที่เพิ่งเปิดตัว ก็มีลักษณะคล้ายกันเป๊ะเลยครับ
ตอนที่เห็นไอเดียนี้จากเว็บของต่างประเทศ ผมก็ลุ้นว่าน่าจะมีผู้ประกอบการรายย่อยรายกลางของไทย นำมาให้บริการ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็น Cannon ที่มาลุยตลาดนี้ด้วยตนเอง

ตามข่าวบอกว่า แคนนอน จับมือกับบริษัทที่ชื่อว่า ยูก๊อปปี้ (ไทยแลนด์) เปิดให้บริการ “ถ่ายเอกสารฟรี”
โดยจะเริ่มทดลองในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ 6 แห่งก่อน จากนั้นค่อยขยายไปต่างจังหวัด

นักศึกษาผู้โชคดีที่จะได้ใช้ของฟรี ก็มีธรรมศาสตร์, ศรีนครินทรวิโรฒ, รามคำแหง, หอการค้าไทย, เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และเกษมบัณฑิต

แม้แคนนอนจะใช้กลยุทธ์นี้เพื่อหวังสร้างความผูกพันกับแบรนด์ก็ตาม แต่ผมว่าเผลอๆ นี่อาจเป็นตัวทำเงินของแคนนอนในยุคต่อไปก็ได้
เพราะค่าโฆษณาที่คิด 3.75 บาทต่อ 1 แผ่น (สำหรับแพ็กเกจ 30,000 แผ่น เป็นเวลา 3 เดือน)
ลองคำนวนเล่นๆซิครับ
หากบริษัทหาโฆษณาได้จริงตามเป้า คือ 20 ราย
รายได้เบาะๆ ที่จะได้รับ จากการติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสาร 6 จุด ก็ไม่ต่ำกว่า 54 ล้านบาทต่อปี
นี่คิดแค่ 30,000 แผ่นเท่านั้นนะครับ

ที่มา : เก็บมาฝากจากข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับ 23 กรกฎาคม 2551