เดี๋ยวนี้หลายๆบริษัทหันมาเน้น ‘กิจกรรมเพื่อสังคม’ กันเยอะขึ้นนะครับ
ใครไม่รู้จักคำว่า CSR ก็ถือว่าเชยมากๆ
อันที่จริงการทำบุญ สร้างสาธารณกุศล ก็มีมานานแล้วหละ
ทั้งให้ทุนการศึกษา ปล่อยโค ปล่อยกระบือ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า หรือปลูกป่าชายเลน
เพียงแต่ที่ผ่านมา ไม่ได้นำการทำบุญ มากำหนดเป็น ‘กลยุทธ์’ หรือ ‘แผนงาน’ ที่ชัดเจนเหมือนสมัยนี้
พอศัพท์คำว่า CSR เริ่มแพร่หลาย มีหนังสือเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีการสัมนาเรื่องนี้โดยตรง
การทำบุญ จึงมีนัยยะ มากกว่า “การให้”
หลายบริษัทจึงนำ “การให้” มาใช้เป็นแคมเปญการตลาด ได้อย่างเนียน ดึงลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม
“ทำบุญร่วมกัน แล้วชาติหน้าจะได้เป็นลูกค้าผมอีก” แหะๆ
Waitross ซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษ ใช้วิธีแจกชิปให้ลูกค้า นำไปหยอดในตู้ต่างๆ เพื่อเลือกองค์กรที่จะทำบุญ (ดูข้อมูลย้อนหลังคลิกที่นี่ครับ)
แต่ของซัมซุง ซึ่งเป็นธุรกิจคนละประเภท ก็ต้องหาวิธีที่สอดคล้องกับสินค้าของตัวเอง
แคมเปญชื่อ Samsung Hope ที่ชวนคนไทยทำความดีด้วยการร่วมบริจาคเงิน 3.8 ล้านบาท จึงใช้วิธีชวนลูกค้าในร่วมเล่นเกมส์สนุกๆบนเว็บไซด์
โดยใช้บอลลูนเป็นสัญลักษณ์แทนการมีส่วนร่วมของลูกค้า
ที่เนียนกว่านั้น คือการให้กรอกชื่อ นามสกุล อีเมล และเลือกว่าจะยินดีรับข่าวสารของบริษัทหรือไม่
หากลูกค้าเลือกรับข่าวสาร การทำบุญก็ส่งผลทันทีแบบไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า
‘ลูกค้าได้ร่วมทำบุญ บริษัทก็มีโอกาสได้รู้จักลูกค้าเพิ่มขึ้น’
กรอกชื่อ นามสกุล และคำอวยพร แล้วก็ปล่อยลูกโป่งยักษ์ไปบนท้องฟ้า
ใครอยากทำบุญร่วมกับซัมซุงก็เชิญเลยครับ แต่ต้องรีบๆหน่อย เพราะหมดเขต 31 มีนาคมนี้
http://www.samsung.com/th/hope/
อ้อ! entry นี้ ไม่ได้ค่าโฆษณาจากการบอกบุญหรอกนะครับ

เคยได้ยินคำว่า “สินค้าดีไม่ต้องมีเซลก็ขายได้” ไหมครับ
ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องเคยได้ยิน
อย่างน้อยก็หนึ่งครั้ง เมื่อ 1 วินาทีที่ผ่านมาไงครับ (แหะๆ ล้อเล่น)
แม้สินค้าดี จะสามารถขายตัวมันเองได้ แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคงกเงินในกระเป๋าแบบนี้ กลยุทธ์การขายที่เราๆคุ้น คือการกระตุ้นต่อหน้าต่อตา อย่างป้าย
“ลด 80%”
“ซื้อ 1 แถม 2″
ซึ่งบางคนอาจใจอ่อน หรือเผลอใจ จ่ายตังค์ไม่รู้ตัว
แต่…. แต่บางคน ความรู้สึกด้านชาต่อป้ายลดราคา เหลือเกิน
ทางออกเดียวของผู้ผลิต ก็คือ คิดค้นสินค้าตัวใหม่ที่ไม่เคยมีบนพิภพนี้ แต่ไม่ใช่แค่แปลกใหม่เฉยๆนะครับ มันต้องตอบสนองก้นบึ้งความต้องการของลูกค้าด้วย เช่น ทำให้สะดวกสบายขึ้น สนุกตื่นเต้นขึ้น ประหยัดขึ้น ดูรวยขึ้น ดูเป็นคนฉลาดขึ้นกว่าเดิม หรือ อร่อยโคตรๆ เป็นต้น
ถ้าจะใหม่อย่างเดียว เหมือนเอาน้ำก๋วยเตี๋ยวมากินกับปลาท่องโก๋ ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร
สินค้าใหม่ที่โดนใจคนทั้งโลกในช่วงนี้ ต้องยกให้ พี่น้องตระกูลทัช
ทั้งทัชพันธุ์แท้ อย่างค่ายแอปเปิ้ล ไปจนถึง ทัชพันธุ์ทาง อย่าง โนเกีย ซัมซุง แอลจี และอื่นๆอีกมากมาย
มือถือแบบทัช จึุงเป็นสินค้าตัวใหม่ที่น่าจะสร้างรายได้ ให้ผู้ผลิตในปีนี้
แต่สินค้าอื่น ที่ไหวตัวทัน ก็เกาะกระแสทัช ไปกะเขาด้วย
นี่เป็นความร่วมมือของ ซัมซุง กับ โคคาโคลา ซึ่งได้เปิดตัว เครื่องขายอัตโนมัติแบบทัชได้ ในงาน CES 2009 ที่ผ่านมา
นวัตกรรมตัวนี้ เกิดจากการนำจอทัชสกรีน ขนาด 46 นิ้ว มาติดตั้งในเครื่อง Vending จึงทำให้การสั่งซื้อโค้ก เหมือนกำลังเล่นไอโฟน เพราะลูกค้าสามารถคลึงขวดไปมาได้
หมุนไปทางซ้าย…. หมุนไปทางขวา
หมุนมากๆแล้วเกิดอยากดื่ม ก็แตะที่ปุ่ม “ซื้อ”
เป็นการขายแบบ Interactive ระหว่างเครื่องกับคนซื้อ
ด้วยความมหึมาของหน้าจอ มันจึงเป็นได้มากกว่า เครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ เพราะสามารถแปลงเป็นจอทีวีโฆษณาได้ บิวท์อารมณ์คนเล่นให้เต็มที่ ไม่ซื้อก็ให้มันรู้ไป
ขณะเดียวกัน ภายในตู้นี้ จะเชื่อมต่อ Wifi ซึ่งทำให้สามารถสั่งสินค้าได้โดยอัตโนมัติ หากโค้กในตู้เหลือน้อย ข้อมูลก็จะส่งไปแจ้งให้พนักงานนำสินค้ามาเติม
ในทางกลับกัน Wifi ก็ช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ที่จะโชว์หน้าจอได้อย่างง่ายดาย
ยังไม่พอ เขายังติดตั้ง Bluetooth เอาไว้ให้ดาวน์โหลดเกมได้อีกด้วย
ตามข่าว เขาเตรียมเปิดใช้จริงที่อเมริกาเร็วๆนี้ ส่วนในบ้านเราก็ทัชมือถือไปพลางๆก่อนนะครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.samsung.com/global/experience/ices2009/cespress/press_video_view05.htm
ภาพจาก http://media.techeblog.com
เพื่อนๆออกไอเดีย