Tag-Archive for » ค้าปลีกโลก «

เรื่องของอนาคต ใครๆก็อยากรู้
ไม่เช่นนั้นแล้ว อาชีพนักทำนาย คงไม่ทำรายได้เปรี้ยงปร้างหรอก
ยิ่งเดี๋ยวนี้ ที่หมอดู มีเลือดนักการตลาดผสมอยู่ด้วย ก็ยิ่งดังเร็ว รวยเร็ว

นอกจาก ‘นักทายดวง’ ซึ่งพยากรณ์ได้ทุกเรื่องแล้ว บุคคลที่เราควรสดับรับฟังความคิดเห็นเขา ก็คือ ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในวงการนั้นๆ

ดังนั้น มาดูกันว่า ผู้รู้ในวงการค้าปลีกระดับโลก เขามองปี 52 อย่างไรบ้าง
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาดูผลงานในปีที่ผ่านมากันก่อน เพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง
ส่วน Trend ปีนี้ จะนำมาเสนอในครั้งต่อไปครับ (กั๊กไว้ก่อน)

ที่อยากเอามาฝาก คือบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ๆที่ติด Top 10
เออ.. ตัวเลขในวงการธุรกิจ กว่าจะรายงานผลประกอบการก็ช้าไป 3 เดือน 6 เดือน ดังนั้น ตัวเลขที่ผมนำมาเล่านี้ เป็นยอดขายในปี 2007 นะครับ ส่วนของปี 2008 ก็ต้องรอไปอีกเกือบปี

10 อันดับแรกเรียงตามยอดขาย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก มี new entry เข้ามาเพียงรายเดียว คือ ALDI จากเยอรมนี ที่พักหลังๆก็อยู่ในอันดับ 10 กับ 11 สลับไปมา โดยครั้งนี้เบียด Sears ตกไปอยู่อันดับ 13
แต่ที่อยากนำเสนอวันนี้ คือ พัฒนาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
ผมไปรื้อดูข้อมูลเก่าๆ ก็พบว่า “มันเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน” มีเพียง วอลมาร์ทเจ้าเดียว ที่ทำตัวน่าเกลียด ยึดอันดับหนึ่งมาตลอด

2009 Top 10 เป็นดังนี้ครับ ส่วนตัวเลขในวงเล็บคือ อันดับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
1. Wal-Mart (1) จากอเมริกา
2. Carrefour (8) จากฝรั่งเศส
3. Tesco (18) จากอังกฤษ
4. Metro (4) จากเยอรมัน
5. Home Depot (24) จากอเมริกา
6. Kroger (13) จากอเมริกา
7. Schwarz (33) จากเยอรมัน
8. Target (12) จากอเมริกา
9. Costco (23) จากอเมริกา
10. ALDI (n.a.) จากเยอรมัน

หนทางการต่อสู้ของแต่ละราย กว่าจะได้ขึ้นมาติดท็อปเทน ก็ไม่มีสูตรสำเร็จครับ
วอลมาร์ทรักษาแชมป์ ด้วยการเปิดร้านเพิ่มทั้งในอเมริกา และต่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าจะสำเร็จไปหมด บางแห่งก็กระอักเลือดเหมือนกัน

ส่วนอีก 9 ราย พอสรุปรูปแบบการต่อสู้ได้ 3 กระบวนท่า (เอาเฉพาะเรื่อง “ร้าน” นะครับ ยังไม่รวมถึงกลยุทธ์ด้านการตลาด)
ท่าแรก คือ ใช้รูปแบบร้านที่หลากหลาย ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ แต่จะไม่ไปเสี่ยงต่างแดน ซึ่งก็มี Kroger และ Target

ท่าที่สอง คือ ไม่ต้องเสี่ยงเพิ่มรูปแบบร้าน ทำแค่อย่างเดียวให้เก่งที่สุด และค่อยๆเจาะต่างประเทศ ซึ่งวิธีนี้ Home Depot และ Costco เขาทำอยู่

ท่าที่สาม เป็นการผสม 2 กระบวนท่าเข้าด้วยกัน
พวก ‘เงินเยอะและใจถึง’ จึงจะเลือกวิธีนี้ได้
ซึ่งก็คือ หนึ่งเดียวจากอังกฤษ หนึ่งเดียวจากฝรั่งเศส และสามโทนจากเยอรมัน

เราได้สัมผัส ตัวแทนจากอังกฤษและฝรั่งเศสแล้ว แต่เยอรมัน ต้องลุ้นกันต่อว่า “กล้าหรือเปล่า?”

ข้อมูลจาก Stores Magazine, January 2009

top retailers 

ไม่ได้เขียนเรื่องค้าปลีกเสียนานเลยครับ วันนี้จะขออัพเดทข้อมูลหน่อย
การทำธุรกิจเดี๋ยวนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการแข่งกีฬา
ต้องฟิตซ้อมทุกวัน ไม่งั้นอันดับ(มาร์เก็ตแชร์)ก็ร่วง
ต้องแข็งแกร่งจริง จึงจะอยู่รอด
และที่เป็นเบอร์หนึ่งในวันนี้ ก็ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นแชมป์ตลอดไป
ใครตามลูกค้าไม่ทัน ก็จบ!

ค้าปลีกเบอร์หนึ่งของโลก ยังคงเป็น Wal-mart ที่มีจุดขายโดนใจลูกค้าเหลือเกิน คือ เน้นถูก
และในช่วงปีสองปีมานี้ ก็ลุยเปิดสาขาใหม่ “ซื้อแหลก” กิจการท้องถิ่นทั้งในจีนและอินเดีย
ส่วนร้านในบ้านเกิด Wal-mart ในเวอร์ชั่นออนไลน์ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

Carrefour จากฝรั่งเศษ ยังรั้งอันดับสอง แต่ยอดขายเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคู่แข่ง ส่วนแบ่งตลาดจึงลดลงนิดหน่อย
เช่นเดียวกับ Metro ของเยอรมัน ที่ประคองตัวเข้าป้าย เป็นที่สามได้อีกปี มีมาร์เก็ตแชร์เท่าเดิม

สองรายนี้ พึ่งตลาดนอกบ้านกว่าครึ่ง ยอดขายจึงแกว่งไปตามสถานการณ์ของประเทศที่ไปลงทุน 
ต่างจาก Wal-mart ที่มียอดขายในต่างประเทศเพียง 22% ยังมีโอกาสโตได้อีกเยอะ
เช่นเดียวกับ Tesco ที่มีฐานทัพหลักอยู่ในอังกฤษและเมืองไทย มีรายได้นอกประเทศเพียง 25%
ปีนี้ Tesco บุกอเมริกา นัยว่าจะท้าดวลเจ้าถิ่นที่เป็นเบอร์หนึ่งของโลก

เห็นกลยุทธ์ของ Tesco ในการบุกเมืองลุงแซมแล้ว ยอมรับว่าไม่ธรรมดาครับ
เพราะกลยุทธ์ที่ใช้ ปรับไปตามสถานการณ์
อยู่เมืองไทยชู “โรลแบ็ก” ประกาศว่า ขายถูกกว่ารายอื่น
แต่พอไปเจอเจ้าพ่อ “ของถูก” ตัวจริงอย่าง Wal-mart พี่แกก็ปรับไปขายสินค้าเกรดพรีเมี่ยมและตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งเสียเลย

แม้จะเป็นเบอร์หนึ่งของโลก แต่ค้าปลีกสัญชาติอเมริกัน มีจุดด้อยที่การขายของดื่มของกิน ขนาด 7-11 เกิดในสหรัฐแท้ๆ ยังถูกญี่ปุ่นซื้อกิจการเสียนี่
เทสโก้เห็นจุดอ่อนตรงนี้ จึงเลือกเปิดร้าน Fresh & Easy แทนที่จะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านขนาดใหญ่ขายของถูก
และดูท่าว่า Tesco จะเจาะได้ถูกจุด เพราะอเมริกากำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วน ร้าน  Fresh & Easy จึงเน้นขายอาหารสุขภาพ

ส่วนเบอร์ห้า มีการเปลี่ยนแปลงครับ
เมื่อ Seven & I มาแรงแซงโค้ง เบียด Ahold ตกไปอยู่ดันดับหก

Seven & I  คือใคร?
ก็เจ้าของร้านเซเว่นฯ กว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันร้านในสหรัฐและญี่ปุ่น
และกินค่าต๋งร้านเซเว่นฯ ในฐานะเจ้าของแฟรนไชส์อีกหมื่นกว่าร้านทั่วโลก รวมทั้งไทยด้วย

ยังไม่พอครับ
บริษัทญี่ปุ่นรายนี้ ยังมีร้านซูเปอร์สโตร์ คือสโตร์ใหญ่ๆ อีก 180 แห่ง มีห้างสรรพสินค้าอีก 30 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตอีก 100 กว่าแห่ง ร้านอาหารชื่อ Denny เกือบ 600 สาขา ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่น
 
และที่น่าอเมซิ่ง คือ การเป็นเจ้าของธนาคาร Seven Bank
ธนาคารที่ไม่มีสาขา ไม่มีพนักงานนั่งเคาเตอร์ ไม่ต้องมียาม และไม่ต้องกลัวโดนปล้น
แต่ลูกค้าสามารถ ฝาก-ถอน-โอน-จ่ายตังค์ ได้ที่ตู้เอทีเอ็ม

หากสรุปเป็นสถิติเหมือนกีฬา โดยเอาส่วนแบ่งยอดขายมากางเทียบกัน
ผลการแข่งขันเป็นดังนี้ครับ
1.ไทย 122   
2. เวียดนาม 59   
3. มาเลเซีย 45  
4. อินโดนีเซีย 38  
5. สิงคโปร์ 38
ขอโทษครับ ก็อปปี้ไฟล์ผิด   ;-)    อันนี้เป็นจำนวนเหรียญทองซีเกมส์ล่าสุด
ที่ถูก ต้องเป็น
1. สหรัฐ(Wal-mart) 6.3%
2. ฝรั่งเศส(Carrefour) 2.0%
3. เยอรมัน(Metro) 1.5%
4. อังกฤษ(Tesco) 1.5%
5. ญี่ปุ่น(Seven & I) 1.3%
ส่วน Top 5 ปีหน้า จะเป็นใคร? จะมี new entry หรือไม่? ต้องติดตามครับ

(ข้อมูลจาก Planet Retail เป็นยอดขายในปี 2006)