Tag-Archive for » ค้าขาย «

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยนะครับ เพิ่งจะปลายเมษาแต่ฝนฟ้าก็เทลงมาติดๆกันหลายวัน แต่นั่นก็ไม่น่าแปลกใจเท่า หิมะปกคลุมดอยช้าง
จากดอยเขียวๆ กลายเป็นดอยเขียวขาว (เนื่องจากปกคลุมไม่หมด จึงมีสีเขียวเป็นหย่อมๆ)

แม้จะไม่ใช่หิมะเสียทีเดียว หากแต่เป็นลูกเห็บหรือเกล็ดน้ำแข็ง แต่แค่นี้ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า สภาพอากาศจะไม่ปกติอีกต่อไป

“จู่ๆฝนก็ตกแบบนี้ ใครเดือดร้อนสุดครับ?”

“ผู้ว่าฯกรุงเทพ” ( ;-) ยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องครับ)
แต่ผมว่าคนที่เดือดร้อนมากที่สุด น่าจะเป็น พ่อค้าแม่ค้าริมฟุตบาท

สำหรับร้านค้าทั่วๆไป อาจมีลูกค้าเข้าร้านน้อยลง
แต่ร้านค้าริมฟุตบาทนี่ซิ!
ไม่มีโอกาสได้เปิดร้านเลย

ร้านริมทางในเมืองไทยเรา ส่วนใหญ่ใช้ร่มเป็นเกราะกำบังแดดฝน เพราะเก็บง่ายเคลื่อนย้ายสะดวก แต่ถ้าฝนตกหนักจริงๆ ร่มคันใหญ่ก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน

ลองไปดูตัวอย่าง “ร้านเคลื่อนที่ได้” ของต่างประเทศกันไหมครับ ว่ามีเทคนิคกันฝนอย่างไรบ้าง? ไม่ได้พาไปไกลหรอกครับ แค่ 1 พันกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพ
งั้น ไปกันเลย!!!
ออกจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสระแก้ว ผ่านอรัญประเทศ เข้าเขตกัมพูชาที่ปอยเปต ผ่านเมืองศรีโสภณ เข้าพระตะบอง แวะพนมเปญ ออกเดินทางต่อ ผ่านเนียกเลือง ทะลุเข้าเขตเวียดนามที่ชายแดนเมืองม็อกไบ และจบท้ายที่โฮจิมินห์
ถึงแล้วครับ!

ผมจะพาไปดูนักขายตระกูล Nguyen (อ่านว่า เหงียน นะครับ ไม่ใช่ งูเย็น)
หากใครผ่านไปแถวๆ Cho Ben Thanh (ตลาดเบ๋นธั่น) ซึ่งเป็นตลาดกลางของย่านนี้และนักท่องเที่ยวรู้จักกันดีเพราะมีของฝากเยอะในราคาสบายกระเป๋า
ช่วงกลางวัน การค้าจะมีแค่ด้านในอาคาร แต่พอบ่ายแก่ๆบริเวณถนนรอบๆตลาด ก็จะแปลงร่างเป็นศูนย์การค้า

และด้วยตำแหน่งเมืองที่ต้องเผชิญกับฤดูฝน มากกว่า ฤดูไม่มีฝน พ่อค้าแม่ค้าที่นี่จึงไม่ใช้ร่มเหมือนบ้านเรา แต่จะใช้ “หลังคาผ้าใบติดล้อ” แทน
นวัตกรรมนี้น่าสนใจครับ เวลาจะเปิดร้าน ก็ลากง่ายๆเหมือนรถเข็น
ลากมาถึงที่หมาย ก็ดึงเสาทุกต้นออกจากกัน
ดึงเสาจนกว่าหลังคาผ้าใบตึง ก็จะได้ร้านสำเร็จรูปพร้อมวางสินค้าขาย
ด้วยเสาเหล็กหลายเสา และคานเหล็กแบบยืดหดได้ ทำให้ร้านลักษณะนี้แข็งแรงเป็นพิเศษ!
เวลาเก็บร้าน ก็รวบเสามาไว้ด้วยกัน

“ยืดได้ หดได้” เหมือนอะไรครับนี่?

ไม่เพียงแค่ผู้ว่าฯกรุงเทพ และพ่อค้าแม่ขายเท่านั้น ที่ต้องลำบาก
หากแต่ การไฟฟ้าฯ ก็พลอยมีงานหนักขึ้นกว่าเดิม
ค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเลยได้นั่งทานข้าวใต้แสงเทียน (นี่อุตสาห์เตรียมรับมืออย่างดีแล้วนะครับ)
เป็นความโรแมนติกโดยไม่ตั้งใจ เพราะไฟดับ
แต่โชคยังดีนะครับ ไฟดับเพียงชั่วโมงกว่าๆ พอถึงเวลาข่าวจบ ทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติ

ดับช่วงไหนดับได้ แต่อย่าดับช่วงละครหลังข่าว หรือราวๆตีสองที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลนะครับ เพราะเดี๋ยวจะเป็น
“บ่าวเตือนแล้ว แต่ก็มิได้นำพา”

ช่วงนี้รถราตอนเช้า ดูคล่องกว่าปกติ (แต่ตอนเย็น กลับติดกว่าปกติ)

พอนักเรียน นักศึกษา ปิดเทอม หลายธุรกิจก็ซบเซาตามไปด้วย
แต่กระนั้น ก็มีธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถือว่า ช่วงปิดเทอม เป็นนาทีทองของการทำเงิน

ก่อนมหา’ลัย ปิดเทอม กิจการถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม บริเวณหน้ามหา’ลัย ต่างรับทรัพย์ไปมากโข ทั้งถ่ายเอกสารทำรายงานส่งอาจารย์ ทั้งถ่ายเอกสาร Lecture ของเพื่อน (เพราะที่จดเอง อ่านไม่รู้เรื่องเท่าของเพื่อน)
พอสอบเสร็จ นักเรียน นักศึกษาได้พักผ่อน น้องๆเด็กร้านถ่ายเอกสาร ก็ได้พักบ้าง และร้านรวงแถวๆ มหา’ลัย ก็พลอยเงียบเหงาตามไปด้วย

ตรงกันข้าม มีบางธุรกิจ ที่ตอนนี้ต้องทำงานมือเป็นประวิง ที่เห็นชัดเจน และเป็นภาพที่ชินตา คือ กวดวิชา เรียนพิเศษ  แต่เนื่องจากเป็นแค่ปิดเทอมกลางปี บรรยากาศเลยไม่คึกคัก เหมือนปิดเทอมใหญ่ ซึ่งก็ส่งผลให้กิจการร้านอาหาร ในบริเวณใกล้เคียงขายดีไปด้วย

ถัดมาคือ ธุรกิจล้าง-อัดรูป (เดี๋ยวนี้ต้องเรียกว่า Print Lab) แม้เทคโนโลยีการถ่ายภาพ ที่เปลี่ยนจากกล้องที่ต้องใช้ Film มาเป็นกล้อง Digital ที่ใช้ Memory card ในการบัทึกภาพ อาจจะทำให้มีการ “ล้างอัดรูป” น้อยลง แต่ถึงกระนั้น ลูกค้ากล้อง Digital บางกลุ่มก็นิยม Print ภาพมาเก็บไว้ โดยเลือกเฉพาะรูปที่ถ่ายแล้วดูดี เรียกว่าเลือก Print เฉพาะรูปเด่นๆ เอาไว้อวดเพื่อน ส่วนถ้าอยากดู Version เต็มแบบระลึกความหลัง ค่อยมาเปิดดูจาก Computer
ซึ่งช่วงปิดเทอมแบบนี้ หลายครอบครัวใช้โอกาสนี้เดินทางไปเที่ยว

แต่อีกหนึ่งธุรกิจ ที่ทำเงินอย่างงามในช่วงนี้ คือ ร้านทำผม ร้านเสริมสวย หลังสอบเสร็จ น้องๆนักเรียน นักศึกษา เค้าอยากจะปลดปล่อยความเครียด ให้รางวัลกับชีวิต บางคนถูกบังคับให้อยู่ในระเบียบมามาก ก็ถึงคราวได้ออกนอกกรอบ บ้างก็ดัดผมซะหยิก บ้างก็ทำไฮไลต์ บ้างก็ต่อผม บ้างใจถึงหน่อยก็ย้อมสีทั้งหัว
เรียกว่าพนักงานร้านเสริมสวย แทบจะไม่มีเวลาพักกันเลย และงานนี้ก็ไม่ได้รับต่อเดียว เพราะพอใกล้เปิดเทอม น้องๆลูกค้ากลุ่มนี้ก็ต้องกลับมาที่ร้านอีก  เพื่อให้แปลงโฉมกลับไปเหมือนเดิม

อีกธุรกิจที่ได้อานิสงส์ มีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น ก็บรรดา Modern trade ทั้งหลายแหล่ ทั้ง Department Store, Supermarket และ Convenience Store
เพราะเมื่อนักเรียน นักศึกษา ไม่ต้องไปเรียน นั่นแปลว่า มีเวลาว่างมากขึ้น ยิ่งต้องออกมาเรียนพิเศษ ไปทำกิจกรรมหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ  นั่นก็ทำให้ ลูกค้านักเรียน นักศึกษา แวะเข้าร้านมากขึ้น จากเดิม เข้ามาซื้อของเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน กับช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

ทั้งหมดเป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ “โอกาสขาย” มาถึง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกร้านจะมียอดขายเพิ่ม กลับกันบางร้านอาจมียอดขายลด หากไม่ปรับตัวให้ทัน ว่าจริงๆแล้วลูกค้าต้องการอะไร และคู่แข่งของเรา เขาปรับตัวไปถึงไหน

ดังนั้น การมองหาโอกาสอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะคนอื่นก็เห็นไม่ต่างจากเรา
แต่จุดสำคัญ คือ จะสร้างจุดต่าง เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อของหรือใช้บริการ ได้อย่างไร ในช่วงที่โอกาสมาถึง