Tag-Archive for » กลยุทธ์ธุรกิจ «

ซื้อเสื้อมา 50 ตัว จ่ายไป 5000 บาท ตกต้นทุน 100 บาทต่อตัว
คิดค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างคนขายอีก 15 บาท
งั้น! ตั้งราคาขายตัวละ 175 เผื่อลูกค้าขอลด จะได้ขายราคา 155 บาท
กำไรตัวละ 40 บาท เบ็ดเสร็จก็ 2000 บาท
หุหุ กำไรตั้ง 40% เชียว

นี่คือเหตุการณ์ในวันที่ 1
แต่พอวันที่ 30 เสื้อผ้าที่ซื้อมา ยังมีแขวนโชว์อีกตั้ง 15 ตัว
ที่ขายไม่ได้ เพราะเป็นไซด์ใหญ่ หรือไม่ก็สีไม่ถูกใจลูกค้า

เอาละซิ ตอนคำนวนตั้งราคาขาย ดั้นไปคิดว่าจะขายได้หมด
เอาเข้าจริง เหลือตั้งเยอะ!

บางคนหาทางออกด้วยการ ขอคืนสินค้า
ซึ่งบางรายก็รับคืนสินค้านะครับ เพียงแต่ถ้ามีอ็อปชั่นรับคืน ราคาขายมักจะสูงกว่า อ็อปชั่นซื้อขาด
นอกจากนี้ การคืนสินค้า ยังเพิ่มต้นทุนทางอ้อมให้เราอีก ทั้งค่าน้ำมันรถ ค่าเสียเวลา

ทางที่ดี ก่อนตั้งราคาขายก็ คำนวณปริมาณที่จะขายได้จริงๆ อาจจะเป็น 70% หรือ 80% ก็แล้วแต่ อันนี้ใช้ประสบการณ์ที่เคยขายได้เป็นเกณฑ์

ผลของการคำนวนผิดพลาดแบบนี้ เราจึงมักได้เห็นสินค้าราคาถูกมากๆ ใส่กระบะ แต่พอไปเลือกดูแล้ว ปรากฎว่ามีแต่ XL XXL หรือไม่ก็สีแสบตา ใส่ไปได้เฉพาะงานแฟนซี

“ผลิตสินค้า ที่ลูกค้าไม่ต้องการ” ก็มีแต่ขาดทุน

วิธีแก้ข้อนี้ คือ ต้องทำ Demand chain management
โห! ฟังดูอลังการงานสร้างมากๆ
อันที่จริง ก็คือ พยายามรู้ พยายามสังเกตุว่าลูกค้าของเรา ใช้ไซด์ไหน สีอะไร
ถ้าเป็นไปได้ ให้ลูกค้าสั่ง แล้วเราค่อยไปรับของมาขาย
แม่ค้าที่ซอยละลายทรัพย์ ซอยอารีย์หลายคนก็ใช้วิธีนี้
นี่แหละสุดยอดนักค้าปลีก! คือ ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดซื้อให้ลูกค้า

วันนี้เห็นท่าจะไม่จบ ขอพรุ่งนี้อีกวันครับ

หลังจากปล่อยให้คู่แข่งอย่างแมนยูฯ และเชลซี มีอาวุธที่ครบมือและหลากหลายกว่า มาปีนี้ ลิเวอร์พูลของผม (ซื้อสโมสรตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้) ก็สะสมขุนพล ได้พอฟัดพอเหวี่ยง

กองหน้าจากที่มี “ตอร์เรส” ดาวยิงสุดคม และ “เค้าท์” กองหน้าจอมขยัน
พอซื้อ “คีน” ซึ่งเป็นนักเตะชั้นเชิงสูง คราวนี้ก็มีอาวุธที่หลากหลายเอาไว้โจมตีคู่แข่ง

ขยับมาตรงกลาง พอได้กองหน้ามาเพิ่ม ก็ทำให้ “เจอราร์ด” น่าจะกลับมาคุมเกมตรงกลาง
ทีนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีกองกลางจำนวนมาก ขนาดจัดเป็น 3 ทีมยังได้
ส่วนกองหลังไม่ต้องพูดถึง 1 ตำแหน่งมี 2-3 คนให้แข่งกันลงสนาม

บางนัดเจอคู่แข่งแพ็กเกมตรงกลาง ก็ใสปีกพริ้วๆลงไปลากเลื้อย
บางนัดเจอคู่แข่งพริ้วๆ ก็ใส่ตัวตัดเกมลงไป 2-3 คน
เจอทีมอ่อนหน่อย ก็ปล่อยกองหน้า 2-3 คน ไปยิงกระจุย
จำนวนผู้เล่นที่หลากหลายสไตล์ ทำให้สามารถจัดทีม รับมือกับคู่แข่งได้ดีขึ้น

จบข่าวธุรกิจ เอ้ย! ข่าวกีฬา

ที่เริ่มต้นด้วยฟุตบอล เพราะว่ามันก็ไม่ต่างอะไรจากกลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกสมัยนี้
ไม่เชื่อลองมาดูการซื้อตัวและปั้นนักเตะ เพื่อจัดทีมซิครับ

เริ่มจากทีมเซ็นทรัล
มีขุนพลหลากหลายอยู่ในมือ ทั้งห้างเซ็นทรัล, ห้างโรบินสัน, ห้างเซ็น, ท๊อปส์, พาวเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, โฮมเวิร์ก, บีทูเอส และออฟฟิศดีโป้

ดูจากรายชื่อ ก็น่าจะเพียงพอต่อการรับมือคู่แข่ง
แต่ไม่ครับ!
ว่าแล้วเซ็นทรัลก็ซื้อกิจการแมคโครออฟฟิศ จากแมคโคร
ทีนี้สาขาออฟฟิศดีโป้ ก็โตพรวดเป็น 2 เท่า
สาขาที่มากขึ้น จะช่วยให้ได้เปรียบในเรื่องต้นทุน (จาก economy of scale)

แต่แค่นี้คงไม่ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไร ครั้นจะพึ่งห้าง 3 ห้าง
ก็ไม่ง่าย เพราะห้างฯใช้เวลาก่อสร้างนาน ต้องใช้เงินลงทุนสูง และคืนทุนช้า

เซ็นทรัลเลยต้องปั้นโมเดลใหม่ ที่เล็กกว่าห้างสรรพสินค้า แต่ใหญ่กว่าซูเปอร์มาร์เก็ต
ในนี้ก็จะมีท็อปส์เป็นตัวชูโรง และร้านอื่นๆในเครือ ที่เหมาะสมกับทำเลนั้น
เช่นถ้าใกล้โรงเรียนก็อาจใช้ ท็อปส์+บีทูเอส
ถ้าย่านทำงาน ก็ต้องเป็น ท็อปส์+ออฟฟิศดีโป้
ถ้าเป็นบริเวณที่กำลังก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ก็ส่ง ท็อปส์+โฮมเวิร์ก

เป็นไงครับ เลือกลงสนามได้ตามสถานการณ์

ลองไปดูทีมเทสโก้ กันบ้าง
ทีมนี้เรียงตามไซด์ได้ดังนี้ (1)เทสโก้ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ขนาดเกินหมื่นตารางเมตร, (2)เทสโก้ คุ้มค่า ขนาด 3-5 พันตารางเมตร, (3) ตลาดโลตัส ก็คือซูเปอร์มาร์เก็ต อันนี้ขนาดก็มีตั้งแต่พันกว่าๆไปจนถึง 3 พันตารางเมตร และเล็กสุดคือ (4)เทสโก้ เอ็กเพรส 300 ตารางเมตร

แม้จะมี 4 ขนาด ก็ยังมีช่องว่างอยู่อีก
เทสโก้ เลยเปิดไซด์ใหญ่มากๆ ประมาณห้างสรรพสินค้า หลายหมื่นตารางเมตร
และเพื่อเป็นการประลองกำลังกับขาใหญ่ เลยซื้อกิจการจากเมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า และแปลงโฉมใหม่ เปิดประชันกับเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
ตอนนี้ก็รอดูผล ถ้าเวิร์ก รับรองมีสาขาสองแน่นอน

ยังอุดช่องว่างไม่หมด
เทสโก้จึงผุดโมเดล ไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกมาเพิ่มอีก พื้นที่ราวๆ 2-3 พันตารางเมตร
ในนี้จะมีเทสโก้ เอ็กเพรส เป็นแม่เหล็ก ที่เหลือเป็นพื้นที่ให้เช่า อาทิ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สอนพิเศษ ร้านตัดขนสุนัข
ลองเปิดไปแล้วหนึ่งแห่งที่ถนนสามัคคี ใช้ชื่อ The O@SiS หากมีคนเข้าเยอะ สาขาที่สอง คงอีกไม่นาน

หันไปดูทีมเซเว่นฯกันบ้าง ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นซีพีออลล์
ทีมนี้เขาถนัดไซด์เล็ก ประมาณว่า “เล็กๆใช่ ใหญ่ๆไม่เอา”
ไม่ต้องพูดถึงจำนวนร้านสะดวกซื้อ ที่มีสาขาทั่วไทยเกือบ 5 พันแห่ง
ทีมนี้โตเร็ว และได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก เพราะใช้กลยุทธ์เครือข่าย
เกือบครึ่งของทีมนี้ จะเป็นแฟรนไชส์ ทำให้บริษัทลดภาระการบริหารร้าน
นี่จึงทำให้ผู้จัดการทีม มีเวลาคิดอะไรใหม่ๆ

ใหม่ๆที่ว่า ก็มีทั้งร้านคัดสรร ร้านยูริ ร้านบุ๊กสไมล์ ร้านเอ็กซ์ต้า เคาท์เตอร์เซอร์วิส และแคทตาล็อกออร์เดอร์
เมื่อทดลองเปิด จนได้จุดแข็งของร้าน ทีนี้ก็เลือกได้เลยว่าจะเอาร้านใหม่ๆแบบไหน ไปเปิดประกบกับเซเว่นฯ

นี่เป็นแค่สามทีมใหญ่ อยู่หัวตารางการแข่งขัน ยังมีอีกหลายทีมที่เร่งปั้น เร่งซื้อเช่นกัน
รักใคร เชียร์ใคร ก็อุดหนุนตามสบายครับ