หลังจากปล่อยให้คู่แข่งอย่างแมนยูฯ และเชลซี มีอาวุธที่ครบมือและหลากหลายกว่า มาปีนี้ ลิเวอร์พูลของผม (ซื้อสโมสรตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้) ก็สะสมขุนพล ได้พอฟัดพอเหวี่ยง
กองหน้าจากที่มี “ตอร์เรส” ดาวยิงสุดคม และ “เค้าท์” กองหน้าจอมขยัน
พอซื้อ “คีน” ซึ่งเป็นนักเตะชั้นเชิงสูง คราวนี้ก็มีอาวุธที่หลากหลายเอาไว้โจมตีคู่แข่ง
ขยับมาตรงกลาง พอได้กองหน้ามาเพิ่ม ก็ทำให้ “เจอราร์ด” น่าจะกลับมาคุมเกมตรงกลาง
ทีนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีกองกลางจำนวนมาก ขนาดจัดเป็น 3 ทีมยังได้
ส่วนกองหลังไม่ต้องพูดถึง 1 ตำแหน่งมี 2-3 คนให้แข่งกันลงสนาม
บางนัดเจอคู่แข่งแพ็กเกมตรงกลาง ก็ใสปีกพริ้วๆลงไปลากเลื้อย
บางนัดเจอคู่แข่งพริ้วๆ ก็ใส่ตัวตัดเกมลงไป 2-3 คน
เจอทีมอ่อนหน่อย ก็ปล่อยกองหน้า 2-3 คน ไปยิงกระจุย
จำนวนผู้เล่นที่หลากหลายสไตล์ ทำให้สามารถจัดทีม รับมือกับคู่แข่งได้ดีขึ้น
จบข่าวธุรกิจ เอ้ย! ข่าวกีฬา
ที่เริ่มต้นด้วยฟุตบอล เพราะว่ามันก็ไม่ต่างอะไรจากกลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกสมัยนี้
ไม่เชื่อลองมาดูการซื้อตัวและปั้นนักเตะ เพื่อจัดทีมซิครับ
เริ่มจากทีมเซ็นทรัล
มีขุนพลหลากหลายอยู่ในมือ ทั้งห้างเซ็นทรัล, ห้างโรบินสัน, ห้างเซ็น, ท๊อปส์, พาวเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, โฮมเวิร์ก, บีทูเอส และออฟฟิศดีโป้
ดูจากรายชื่อ ก็น่าจะเพียงพอต่อการรับมือคู่แข่ง
แต่ไม่ครับ!
ว่าแล้วเซ็นทรัลก็ซื้อกิจการแมคโครออฟฟิศ จากแมคโคร
ทีนี้สาขาออฟฟิศดีโป้ ก็โตพรวดเป็น 2 เท่า
สาขาที่มากขึ้น จะช่วยให้ได้เปรียบในเรื่องต้นทุน (จาก economy of scale)
แต่แค่นี้คงไม่ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไร ครั้นจะพึ่งห้าง 3 ห้าง
ก็ไม่ง่าย เพราะห้างฯใช้เวลาก่อสร้างนาน ต้องใช้เงินลงทุนสูง และคืนทุนช้า
เซ็นทรัลเลยต้องปั้นโมเดลใหม่ ที่เล็กกว่าห้างสรรพสินค้า แต่ใหญ่กว่าซูเปอร์มาร์เก็ต
ในนี้ก็จะมีท็อปส์เป็นตัวชูโรง และร้านอื่นๆในเครือ ที่เหมาะสมกับทำเลนั้น
เช่นถ้าใกล้โรงเรียนก็อาจใช้ ท็อปส์+บีทูเอส
ถ้าย่านทำงาน ก็ต้องเป็น ท็อปส์+ออฟฟิศดีโป้
ถ้าเป็นบริเวณที่กำลังก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ก็ส่ง ท็อปส์+โฮมเวิร์ก
เป็นไงครับ เลือกลงสนามได้ตามสถานการณ์
ลองไปดูทีมเทสโก้ กันบ้าง
ทีมนี้เรียงตามไซด์ได้ดังนี้ (1)เทสโก้ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ขนาดเกินหมื่นตารางเมตร, (2)เทสโก้ คุ้มค่า ขนาด 3-5 พันตารางเมตร, (3) ตลาดโลตัส ก็คือซูเปอร์มาร์เก็ต อันนี้ขนาดก็มีตั้งแต่พันกว่าๆไปจนถึง 3 พันตารางเมตร และเล็กสุดคือ (4)เทสโก้ เอ็กเพรส 300 ตารางเมตร
แม้จะมี 4 ขนาด ก็ยังมีช่องว่างอยู่อีก
เทสโก้ เลยเปิดไซด์ใหญ่มากๆ ประมาณห้างสรรพสินค้า หลายหมื่นตารางเมตร
และเพื่อเป็นการประลองกำลังกับขาใหญ่ เลยซื้อกิจการจากเมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า และแปลงโฉมใหม่ เปิดประชันกับเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
ตอนนี้ก็รอดูผล ถ้าเวิร์ก รับรองมีสาขาสองแน่นอน
ยังอุดช่องว่างไม่หมด
เทสโก้จึงผุดโมเดล ไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกมาเพิ่มอีก พื้นที่ราวๆ 2-3 พันตารางเมตร
ในนี้จะมีเทสโก้ เอ็กเพรส เป็นแม่เหล็ก ที่เหลือเป็นพื้นที่ให้เช่า อาทิ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สอนพิเศษ ร้านตัดขนสุนัข
ลองเปิดไปแล้วหนึ่งแห่งที่ถนนสามัคคี ใช้ชื่อ The O@SiS หากมีคนเข้าเยอะ สาขาที่สอง คงอีกไม่นาน
หันไปดูทีมเซเว่นฯกันบ้าง ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นซีพีออลล์
ทีมนี้เขาถนัดไซด์เล็ก ประมาณว่า “เล็กๆใช่ ใหญ่ๆไม่เอา”
ไม่ต้องพูดถึงจำนวนร้านสะดวกซื้อ ที่มีสาขาทั่วไทยเกือบ 5 พันแห่ง
ทีมนี้โตเร็ว และได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก เพราะใช้กลยุทธ์เครือข่าย
เกือบครึ่งของทีมนี้ จะเป็นแฟรนไชส์ ทำให้บริษัทลดภาระการบริหารร้าน
นี่จึงทำให้ผู้จัดการทีม มีเวลาคิดอะไรใหม่ๆ
ใหม่ๆที่ว่า ก็มีทั้งร้านคัดสรร ร้านยูริ ร้านบุ๊กสไมล์ ร้านเอ็กซ์ต้า เคาท์เตอร์เซอร์วิส และแคทตาล็อกออร์เดอร์
เมื่อทดลองเปิด จนได้จุดแข็งของร้าน ทีนี้ก็เลือกได้เลยว่าจะเอาร้านใหม่ๆแบบไหน ไปเปิดประกบกับเซเว่นฯ
นี่เป็นแค่สามทีมใหญ่ อยู่หัวตารางการแข่งขัน ยังมีอีกหลายทีมที่เร่งปั้น เร่งซื้อเช่นกัน
รักใคร เชียร์ใคร ก็อุดหนุนตามสบายครับ
เพื่อนๆออกไอเดีย