Tag-Archive for » กลยุทธ์การตลาด «

ไม่คิดว่าจ่าเฉยใจดี จะถูกปลดประจำการเร็วขนาดนี้
นับรวมเวลาแล้ว ก็รับใช้ชาติมาได้เพียง 1 ปีกว่าๆเท่านั้น ยังไม่มีโอกาสได้แถลงผลงานเลย
โดนเด้งเสียแล้ว!

สาเหตุที่จ่าเฉยถูกเด้งเข้ากรุ (เข้ากรุเข้าโกดังจริงๆครับ) ก็เพราะปฎิบัติหน้าที่หละหลอม ปล่อยให้ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจร อย่างหน้าตาเฉย
“มีอย่างที่ไหน มอเตอร์ไซด์บิดฝ่าไฟแดง จ่ายังตะเบ๊ะและยิ้มให้”
ทั้งที่ตอนเริ่มประจำการใหม่ๆ เมื่อปลายปี 51 ยังทำเอาขาซิ่ง เบรกหัวคะมำมาแล้วหลายคน แต่พอประจำการไปนานๆ ผลงานกลับแย่ลง กลายเป็นตัวตลกประจำสี่แยก

ฟังดูเหมือน ‘จ่าเฉย’ แย่จริงๆเลยนะครับ แต่ผมว่าฟังความข้างเดียว มันไม่ค่อยยุติธรรม ลองมาฟังเหตุผลของจ่าเฉยกันบ้างไหม?

“ผมขอรับผิดชอบ ที่ไม่สามารถป้องปรามผู้ขับขี่ได้ครับพ้ม”
“แต่ทั้งนี้ ก็เพราะผมได้รับมอบหมายให้ยืนประจำการ มากกว่าที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก ครับพ้ม”
“ผมได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา เพื่อช่วยสลับเวร กับตำรวจท่านอื่น เพราะไม่มีตำรวจคนไหนจะยืนได้ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเด็กเซเว่นฯ ครับพ้ม”

“เออ..จ่าฯ เด็กเซเว่น เขามีเปลี่ยนกะกันครับ” (ผมขอพูดแทรก)

“นั่นแหละ แต่นี่ผมยืนวันละ 24 ชั่วโมง มาเป็นร้อยๆวัน ยังไม่มีใครมาเปลี่ยนกะเลย ครับพ้ม”

น่าสงสารจ่าเฉยเหมือนกันนะเนี่ย
หากแกไม่ถูกใช้งานหนักขนาดนี้ บางทีมุขยืนขู่ก็ยังพอใช้ได้
ถึงตอนนี้ อย่าว่าแต่คนขับขี่รถเลยครับ เอาจ่าฯไปตั้งกลางทุ่งนา ไม่รู้ว่านกกาจะกลัวหรือเปล่า

ตัวอย่างของจ่าเฉย เป็นบทเรียนสอนใจ คนทำมาค้าขายได้เป็นอย่างดีครับ
เพราะการ ‘ยืนขู่’ ของจ่าเฉย ก็คล้ายๆ ‘แคมเปญการตลาด’ นั่นเอง

‘ยืนขู่’ เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ไม่ให้ทำผิด ซึ่งเป็นภารกิจของตำรวจจราจร
ส่วน ‘แคมเปญการตลาด’ ก็เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้า เป็นภารกิจของบริษัททั่วๆไป

ทั้งสองกลยุทธ์เหมาะสำหรับการนำมาใช้เฉพาะกิจ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
เพื่อเบี่ยงเบนพฤติกรรมจากความเคยชินปกติ
ดังนั้น มุขแบบนี้ จึงไม่ควรมีบ่อยเกินไป

มิดไนท์เซล ที่จัดเพียง 1 อาทิตย์ ก็เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารีบมาช้อป และต้องสละเวลาครึ่งค่อนคืน ยืนลุ้นโชค
แคมเปญช้อปลุ้นล้าน แจกบ้านพร้อมคนใช้ อะจึ๊ย! อย่างหลังนี้ไม่มีให้ครับ ก็จัดรายการราวๆ 1 เดือน เพื่อให้ลูกค้าที่กรอกชื่อที่อยู่ ไม่ต้องรอลุ้นโชคจนเหงือกแห้ง
โปรโมชั่นแสตมป์ ก็จัดเต็มที่ 2-3 เดือน มันถึงจะสนุก หากจัดรายการสั้นเกินไป ลูกค้าคงไม่ได้แลกของรางวัล

ลองคิดดูสิครับ ถ้าแคมเปญที่ว่ามานี้ จัดรายการทั้งปีจะเกิดอะไรขึ้น
ลูกค้าจะเห่อไปช้อปจนเที่ยงคืนทุกวันไหม?
สินค้าแจกแสตมป์ทองทีเดียว 10 ดวง จะหมดเชลฟ์ทุกวันหรือเปล่า?

เห็นใช่ไหมครับว่าที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชามอบหมายหน้าที่ให้จ่าเฉยพลาด แต่ก็ใช่ว่าจ่าเฉยจะหมดประโยชน์
หลังจากประกาศถอนตัวออกจากสี่แยก ไปเมื่อ 20 ธันวาที่ผ่านมา
ผมว่านี่แหละเป็นโอกาสอันดี ที่จ่าฯ จะค่อยๆกระดึ๊บมาประจำการอีกครั้ง

ตอนนี้คนขับขี่เข้าใจตรงกันว่า ที่เห็นตามสี่แยกนะของจริง
ดังนั้น ถ้าเอาตัวปลอมมายืนสลับกับตัวจริง แบบไม่ระบุเวลาแน่นอน รับรองต้องได้ผล
และเมื่อทำไปได้อีกสักพัก ประชาชนเริ่มจับทางได้
“ยืนนิ่งๆแบบนี้ จ่าเฉยใจดีแน่ๆ เดี๋ยวอั๊วะหิ้วขึ้นรถกระบะให้ดู”

ตำรวจก็ต้องใช้มุขใหม่ แทนที่จะใช้ จ่าเฉยฯหลอกว่าเป็นจ่าจริง
ก็ให้ จ่าจริง ยืนตะเบ๊ะนิ่งๆ หลอกว่าเป็นจ่าเฉย ส่วนจ่าเฉยฯก็ไปนั่งดูทีวีในป้อมติดแอร์
หลอกไปเรื่อยๆจนประชาชนเดาไม่ถูก คราวนี้คนจะฝ่าฝืนกฎหมายก็เริ่มงง

ถึงตรงนั้น ทุกท่านจะเห็นคุณค่าของจ่าเฉย เผลอๆอาจได้เลื่อนตำแหน่ง แทนที่จะต้องเป็นจ่าฯไปตลอดชีพ
ส่วนจะเลื่อนขั้นเป็นยศอะไรนั้น ก็แล้วแต่ ผบ.ตร.
“อ้าว เก้าอี้ว่างอยู่นี่”
“จ่าเฉยฯ ไปนั่งแก้ขัดสิ!”

สมัยเรียนมัธยม คุณครูของผมท่านหนึ่ง แกไม่เคยทานมื้อเที่ยงในโรงเรียนเลย แต่จะออกไปทานข้าวข้างนอกเป็นประจำ
หากเป็นช่วงต้นๆเดือน แกจะขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากประตูโรงเรียน แล้วเลี้ยวซ้าย
แต่ถ้าเป็นช่วงๆปลายเดือน หลังวันที่ 20 เป็นต้นไป มอเตอร์ไซด์ของแก จะเลี้ยวขวา

แหม! ฟังดูเหมือนหนังเรื่อง ‘ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา’ เลยนะครับ
ต่างกันที่ ด้านซ้าย ของโรงเรียนเป็นตลาดสด มีร้านอาหารมากมาย
ส่วนด้านขวามือ จะเป็นย่านที่พักอาศัย

นักเรียนอย่างพวกเราก็งงๆว่า ทำไมเลี้ยวซ้ายบ้าง ขวาบ้าง
ด้วยความเป็นกันเองของคุณครูท่านนี้ พวกเราก็ถามตรงๆ และก็ถึงบางอ้อ!
“ช่วงปลายเดือน เงินครูหมด ก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านซิ!”
เออ… แกตอบได้ตรงมากครับ ไม่ปิดบังเลย

และเดี๋ยวนี้ก็เข้าใจคำพูดของคุณครูท่านนี้มากขึ้น แม้จะไม่ถึงขั้น “สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ” แต่ก็เข้าใจพฤติกรรมคนกินเงินเดือนมากขึ้น
ช่วงต้นเดือนก็เป็นฮันนีมูนพีเรียด ทั้งเที่ยว ช็อป ชิม เอาหมดทุกอย่าง ปลายๆเดือนค่อยว่ากันอีกที

พฤติกรรมลูกค้าเป็นแบบนี้ มีหรือที่ผู้ค้าปลีกจะปล่อยให้หลุดมือ
อย่างเช่น Tesco ที่อังกฤษ เขาถึงกับมี Pay Day discount strategy เป็นการเฉพาะเลยทีเดียว
คือลดราคาเป็นพิเศษ ในช่วงเงินเดือนออก (รวมถึงเทสโก้ในไทย ผมก็เริ่มเห็นแคมเปญนี้แล้ว)

แทนที่จะลดราคาตามเทศกาลปีใหม่, ตรุษจีน, สงกรานต์, วาเลนไทน์ หรือยิงสป็อตโฆษณาตลอด

ทั้งปี ก็หันมาทำการตลาดแบบเน้นๆ เอาเฉพาะช่วงปลายเดือน
ซึ่งผลจากการทดลองมาได้ระยะหนึ่ง ก็พอพิสูจน์แล้วว่ากลยุทธ์นี้ได้ผล

อ้าว! ช่วงปลายเดือนแบบนี้ ใครต้องเลี้ยวขวาบ้าง?