
หายหน้าหายตาไปครบอาทิตย์พอดิบพอดี
งานไม่ได้ยุ่งเท่าไรหรอกครับ แต่ที่หายไปหลายวันเพราะเพิ่งกลับจากพักร้อน
พอเข้าออฟฟิศก็มีอะไรให้จัดการหลายอย่าง
พักร้อนครั้งนี้ ไปไกลถึงกระบี่เลยครับ
เป็นการลงใต้ที่ไกลที่สุดของผม (อ้อ อันนี้นับเฉพาะเขตประเทศไทยครับ)
เป็นการเดินทางโดยเครื่องบินในประเทศเป็นครั้งแรกเช่นกัน (ปกตินั่งแต่รถทัวร์ รถไฟ)
และก็สร้างความจดจำไม่รู้ลืม
ลองทายไหมครับว่า ประสบการณ์นี้ดีหรือไม่ดี
แม้จะเผื่อใจว่าต้องเดินทางด้วยโลว์คอส์ทแอร์ไลน์ อาจมีอะไรไม่สะดวกเหมือนที่เคยบินก่อนหน้านี้ (พูดเหมือนบินบ่อย ทั้งที่จริงแค่นิ้วในมือข้างเดียวก็เหลือเฝือ) แต่กระนั้นมันก็เจออะไรมากกว่าที่คาดคิด
น้องชายจองเครื่องบินล่วงหน้าร่วมสามเดือน
เราเลือกสายการบินที่ใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นโลว์คอรส์ท ที่ระบุที่นั่งได้
ก่อนเดินทางไม่ถึงเดือน พนักงานของสายการบินจากกระบี่โทรศัพท์มาแจ้งว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในเดือนนี้ เนื่องจากประสบปัญหาต้นทุนสูง จากราคาน้ำมัน
“อ้าว แล้วผมจะทำยังไงนี่ ทัวร์ก็จอง โรงแรมก็รูดบัตรไปหมดแล้ว”
แต่ทีมงานของบริษัทที่กระบี่ได้จองเครื่องบินของสายการบินอื่นให้แทนเรียบร้อยแล้ว
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
แต่นั่น มันเที่ยวกลับเท่านั้น แล้วเที่ยวไปหล่ะ
รออยู่หลายวันก็ไม่มีโทรศัพท์จากออฟฟิศที่กรุงเทพ
เห็นทีจะรอไม่ได้ น้องชายต้องติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์ ก่อนจะได้รับแจ้งว่า สายการบินได้จองเที่ยวบินของสายการบินอื่นให้แล้ว เครื่องออก 10 โมง 20 นาที วันที่ 4 กรกฎาคมเหมือนเดิม
เช้าวันเดินทางเราไปถึงสนามบินก่อนกำหนดพอสมควร
ตั้งใจว่าจะได้มีเวลาจิบกาแฟเสียหน่อย
เรามุ่งหน้าไปจุดเช็คอิน แต่พนักงานแจ้งว่าไม่มีข้อมูลการจอง
เราต้องย้อนไปที่เคาเตอร์ขายตั๋วของสายการบินที่โทรมาแจ้งว่าเปลี่ยนให้แล้ว
“ปกติข้อมูลการเดินทางจากกรุงเทพ จะถูกส่งมาให้เรา แล้วเราก็จะจองสายการบินอื่นให้ครับ
แต่รายชื่อของพี่ ไม่มีการแจ้งว่าให้เราจองสายการบินอื่น แต่ก็เห็นรายชื่ออยู่ในระบบ เราก็แปลกใจเหมือนกัน” พนักงานประจำบูท อธิบายวิธีการทำงาน
อ้าว แล้วแปลว่าอะไรเนี่ย
แปลว่า พวกผมไม่มีที่นั่ง ทั้งที่จ่ายตังค์ไปล่วงหน้าสามเดือน
พูดให้ชัด ก็คือถูกหลอกนั่นแหละครับ
เราเริ่มรู้ชะตากรรมแล้วว่า ทริปนี้คงมีอะไรให้ตื่นเต้นอีกแน่ๆ
พนักงานประจำบูท พยายามเช็คที่นั่งสายการบินอื่น แต่ก็คว้าน้ำเหลว เพราะจำนวน 6 ที่นั่ง มันไม่ได้ว่างกันง่ายๆ
หลังจากยืนเจรจาเกือบ 3 ชั่วโมง ก็ถึงเวลามื้อเที่ยง
“เอาไงดีนี่ หิวก็หิว”
บริษัทจ่ายค่าเสียความรู้สึกให้พวกเรา ด้วยคูปองทานอาหารที่สนามบินสุวรรณภูมิ คนละ 100 บาท
ย้ำครับว่า 100 บาท
และย้ำครับว่า เป็นร้านอาหารที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ผมปฏิเสธ ไม่ขอรับ เพราะเกรงจะสร้างความลำบากให้กับบริษัทไปมากกว่านี้
หลังทานข้าวผัดปูที่ร้านเอสแอนด์พี แทนที่จะเป็นอาหารทะเลที่กระบี่ ผมก็กลับไปถามความคืบหน้า
“ที่เร็วสุด ก็มีการบินไทย เที่ยวเวลา 13.30 ครับ แต่ไปภูเก็ต ส่วนไปกระบี่เต็มหมด” พนักงานชายหนุ่มคนเดิมแจ้งพวกเรา
“เครื่องดีเลย์ เป็น 15.30 ค่ะ” พนักงานการบินไทยแจ้งความคืบหน้า
“มีไฟลท์ 4 โมงเย็นครับ ไปภูเก็ต เดี๋ยวผมติดต่อรถตู้ให้ไปส่งที่กระบี่”
ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่า ระหว่างที่เรายืนหลายชั่วโมงอยู่หน้าเคาเตอร์ ในอีกด้านหนึ่งของกรุงเทพ ผู้บริหารสายการบินนกแอร์กำลังประชุมอย่างเคร่งเครียดถึงแผนกู้ชีพบริษัท
วันนั้นคณะของเราถึงกระบี่ ราวๆ 2 ทุ่ม โดยได้ของแถมด้วยการนั่งรถตู้เที่ยว จากภูเก็ตไปกระบี่
วันรุ่งขึ้น พนักงานของสายการบินได้รู้ว่า บริษัทต้องลดเงินเดือนพนักงาน และให้ลาออกได้โดยอิสระ(ไม่มีจ่ายค่าชดเชย)
ขอกลับจากกระบี่ ผมแวะไปดูโฆษณาที่เคาท์เตอร์เปล่าของนกแอร์อีกครั้ง
“บินสบายๆ กับนกเปลี่ยนได้”
มิน่าหละ ถึงได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จะไม่รู้ว่าจะได้บินเวลาไหน สายการบินอะไร
เพื่อนๆออกไอเดีย