Branded brand แม้แต่ยี่ห้อดัง ยังต้องหาคู่

clookclick
การแข่งขันที่รุนแรง ทำให้เจ้าของสินค้า ต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆออกมาทำตลาด
นอกจากจะชูคุณสมบัติที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งแล้ว
การจับคู่ทางธุรกิจ ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ฮิตในตอนนี้

เพราะลำพังโฆษณา ความดี ความเด่น ของสินค้าตัวเอง ก็เริ่มหมดมุข
นวัตกรรมหรือคุณสมบัติใหม่ๆ ก็ใช่ว่าจะคิดกันได้ง่ายๆ
แต่พอจับมือกับเพื่อนต่างธุรกิจ ก็ทำให้มีเรื่องใหม่ มาเล่า มาโฆษณาเพิ่มบ้าง

ถือคติ “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” และถ้ามีเพื่อนหลายคน ก็ตายยากขึ้น

ที่จับคู่ได้ฮือฮา สนั่นเมือง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คงจะหนีไม่พ้น Nike กับ iPod
ไม่ใช่แค่การนำเอา คุณสมบัติของสินค้าตัวที่หนึ่ง มาใส่ไว้ในสินค้าตัวที่สอง
แต่นี่เป็นการ “มัดมือชก” ให้ซื้อสินค้าสองชิ้น
เพราะออกแบบสินค้ามาให้ใช้ร่วมกัน

แฟนๆ iPod บางคนที่คลั่งไคล้ Adidas
ยังจำใจต้องถอดรองเท้ายี่ห้อดังจากเยอรมันเก็บไว้ แล้วหันมาใส่ไนกี้วิ่งแทน เพื่อจะได้ฟัง iPod
อะแฮ่ม! แต่ยังสวมเสื้อและกางเกง Adidas (แอบกิ๊ก)

นอกจาก Nike แล้ว
iPod ก็ยังมีพันธมิตรต่างสินค้าอีกมากมาย
แค่ในธุรกิจรถยนต์ ก็ร่วมมือเกือบทุกยี่ห้อ
ไล่เรียงตั้งแต่ BMW, Mini Cooper, Mercedes-Benz, Volvo, Nissan, Alfa Romeo จนถึง Ferrari

กลับมาที่คู่ Nike กับ iPod กันต่อ
และแล้วคู่แข่งของทั้งสองราย ที่ซุ่มจับมือพัฒนาสินค้ามาสักพัก ก็ปล่อยหมัดเสียที
โดยครั้งนี้ Adidas มี Samsung เป็นคู่

ด้วยความที่มาทีหลัง จึงต้องพยายามหาจุดต่าง
โดยสินค้าตัวใหม่นี้ หวังทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ที่จะคอยบอกว่าควรเร่งสปีดแค่ไหน ต้องวิ่งอีกนานไหม จึงจะได้ตามเป้า โดยเครื่องวัดรอบอกจะคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจ
ต้องติดตามกันต่อครับว่าสินค้า “ยี่ห้อคู่” นี้จะขายดีแค่ไหน

Photobucket
อันที่จริง การจับคู่ของสินค้า มีมากมายหลายแบบ
เช่น Puma and Mini โดยเบาะนั่งของรถทรงเท่ห์ ใช้เทคโนโลยี air mesh ของรองเท้า Puma
หรือสินค้าชื่อ Perfective ที่ Philips ใช้เทคโนโลยีช่วยให้ผ้าเรียบง่ายของ Unilever ในการผลิตเตารีดรุ่นพิเศษ

แม้แต่อาหารการกินและของใช้ในชีวิตประจำวัน ก็มีคู่ของมัน
เพียงแต่เจ้าของสินค้าทั้งสองชนิด อาจจะยังไม่ได้จับมือกัน

อยากรู้ว่าสินค้าอะไร ใช้คู่กับอะไร
ลองซื้อของที่ร้านเซเว่นฯซิครับ เดียวเด็กร้าน จะเสนอให้เอง

ถ้าเด็กร้านถามว่า “รับกระทิงแดงเพิ่มไหมครับ” ทายซิว่า ลูกค้าซื้ออะไร?

4 comments March 17th, 2008

สินค้ารักษ์โลกของแบรนด์ดัง

nike

เพิ่งขายหนังสือเก่า หนังสือพิมพ์ และขวดพลาสติก
ของเหลือใช้ กองเบ้อเร้อ แต่แปรเป็นเงินได้นิดเดียว

“กระดาษผมให้โลละ 5 บาท พลาสติกโลละ 8 บาทครับ” เจ้าของซาเล้งบอกราคารับซื้อ

จะบอกราคาเท่าไร ก็ต้องขายครับ เพราะนานๆจะอยู่บ้านตรงกับวันที่รถเข็นซื้อของเก่าเข้ามาพอดี
ขนของออกจากหลังบ้าน มาชั่งกิโลเสร็จสรรพ นับไปนับมา
“รวมทั้งหมด 80 ครับ” คนรับซื้อบอกมูลค่า 
“โห น้อยจัง” ผมคิดในใจ
แม้จะรู้ว่า ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เป็นขยะ 
แต่นี่คงเป็นวิธีที่สร้างมูลค่าได้น้อยที่สุด

แล้วจะมีวิธีไหน เพิ่มมูลค่าให้ได้มากกว่านี้?
คำถามแบบนี้ น่าหาคำตอบนะครับ ยิ่งในยุคที่ทุกคนกังวลเรื่องโลกร้อนด้วยแล้ว การนำของมารีไซเคิล น่าจะเพิ่มมูลค่าได้มาก 

จากที่ติดตามและหาข้อมูล มีหลายรายหลายรูปแบบมากครับ ที่นำของเก่า ของหมดสภาพ มาสร้างสินค้าตัวใหม่ แต่ที่โดนใจมากสุด ต้องยกนิ้วให้ Nike

ด้วยความที่เป็นยี่ห้อดัง
ลำพังเสื้อผ้า รองเท้าธรรมดาๆ ก็สามารถขายในราคาที่สูงกว่ายี่ห้ออื่นได้
แต่พอ Nike นำวัสดุเหลือใช้ เศษด้ายต่างๆ มาผลิตสินค้า ก็ทำให้ประหยัด
บวกกับเทคโนโลยีการผลิตและออกแบบที่พิถีพิถัน ทำให้ใช้วัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยะลดลง ต้นทุนก็ลดลง

นั่นแปลว่า สามารถขายได้ในราคาต่ำกว่าเดิม
รองเท้ารุ่นนี้ สนนราคาอยู่ที่คู่ละ 100 ดอลลาร์ คิดเป็นไทยก็ 3 พันกว่าบาท ถือว่าถูกมากสำหรับรองเท้ายี่ห้อนี้

แบรนด์ดี ราคาต่ำกว่าเดิม เสริมภาพลักษณ์ว่าอนุรักษ์โลก
โอ้โห! ไอเดียนี้ Nike ได้ไป 3 เด้งเลย

เก่งพอๆ กับรัฐบาลชุดนี้
เพราะเพิ่ง 3 เด้งไปเหมือนกัน   ;-)

(อธิบดีดีเอสไอ, เลขาธิการ อย. และล่าสุดอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ยังไงครับ)

2 comments February 29th, 2008


Recent Posts

 

July 2008
M T W T F S S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked