อากาศร้อนแบบนี้ อยากจะลาพักร้อน ไปนอนเล่นริมทะเล
ปีนี้ตั้งใจจะใช้โควต้าวันหยุดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียหน่อยครับ
เป็นมนุษย์เงิน ก็มีข้อดีตรงนี้แหละ
ไม่สบายก็ลาป่วย มีธุระก็ลากิจ เหนื่อยกายก็ลาพักร้อน ไม่อยากทำงานก็ลาออก (อย่างหลังนี้ไม่ควรทำบ่อยนะครับ)
แต่ตรงกันข้าม
กับโลกกลมๆใบนี้ ที่เราเหยียบย่ำทุกวัน
กลับต้องทำหน้าที่ไม่มีโอกาสได้หยุด
ด้วยเหตุนี้แหละ “อาการโลกร้อน” จึงประทุขึ้น
ซึ่งก็ทำให้เรานั่นแหละ ที่ต้องลำบากกว่าเดิม
อยู่ๆฝนตกหน้าหนาว
แต่ตลอดฤดูหนาว ได้ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นเพียงไม่กี่วัน
เป็นเหมือนบูมเมอแรง ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว
นั่น… เป็นเพลงพี่เบิร์ดไปเลย
(ใครรู้จักเพลงนี้ ก็เข้าข่ายมีอายุพอสมควร)
ด้วยเหตุนี้แหละบรรดาเอ็นจีโอ อาสาสมัครต่างๆ จึงหาวิธีกระตุ้นจิตสำนึก
และนี่เป็นการรณรงค์ครั้งแรกของยูเอ็น World Silent Day หลังจากการประชุมว่าด้วยเรื่องโลกร้อน ที่บาหลี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ค่ำวันที่ 21 มีนาคมนี้ ขอให้ช่วยหยุดการใช้ไฟ้ฟ้าทุกชนิด เพียง 4 ชั่วโมง จากสี่ทุ่มถึงตีสอง เพื่อให้โลกได้หายใจคล่องขึ้น
ใครจะอนุญาตให้ “โลก” ได้ลาพักร้อนวันพรุ่งนี้บ้างครับ
ส่วนผมเซ็นอนุมัติไปแล้ว

March 20th, 2008
“มันน้อยไปหน่อยนะ ที่จะรณรงค์ให้ปิดไฟพร้อมกัน เพียง 1 ชั่วโมง”
ความคิดแรกทำงานทันทีเลยครับ หลังเห็นโฆษณารณรงค์ให้ปิดไฟพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้
“น่าจะมีการรณรงค์ให้มากกว่านี้”
“และที่สำคัญต้องทำให้ต่อเนื่อง มันถึงจะได้ผล”
ต่อมความคิด ยังทำงานไม่หยุดครับ
“รณรงค์ทุกเดือนเลย เอาเดือนละ 2 วัน กำลังดี และเพื่อให้จำง่าย ก็เอาวันหวยออกนี่แหละ” นั่น ยังคิดไปอีก
“หวยออกวันไหน ก็ปิดไฟ ค่ำวันนั้น เป็นการไว้อาลัยที่ไม่ถูกหวย”
พอ…พอเถอะครับ ก่อนไอเดียผมจะเลยเถิดไปไกล
เราไปดูการรณรงค์ในต่างประเทศกันดีกว่า
เผื่อมีตัวอย่างดีๆ ให้เลียนแบบ
เพราะการรณรงค์แบบรวมๆนี้ หากคิดแบบนักการตลาด ก็เหมือนการขายสินค้าในตลาดแมส(Mass) ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ผลเท่าไร
NGO กลุ่มหนึ่งในสหรัฐ จึงค้นหาวิธีรณรงค์แบบอื่น
และจากข้อมูลที่เขาไปค้น ก็พบวิธีที่เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น
รู้ไหมครับ ว่าเงินส่วนใหญ่ของครอบครัว อยู่ในกระเป๋าใคร?
คำถามนี้ ต่อให้เป็นหนุ่มโสดก็ตอบได้
ยิ่งหนุ่มไม่โสด ยิ่งตอบได้เต็มปากเต็มคำ
ครับ! เม็ดเงินกว่า 85 % ของการซื้อของเข้าบ้าน อยู่ในมือคุณผู้หญิง
ดังนั้น ถ้าจะให้ประหยัด ต้องสื่อสารกับบรรดาสาวน้อย สาวใหญ่ เพราะเขาเป็น CFO ที่ทำหน้าที่ทั้งเก็บเงินและใช้เงิน
NGO กลุ่มนี้จึงจัดตั้งพันธมิตรแม่บ้านเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือชื่อแท้ๆในภาษาอังกฤษว่า Eco Mom Alliance
หากใครอยากเป็น Eco Mom ก็ต้องทำให้ได้ 10 ข้อนี้ก่อน เริ่มจากเปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดไฟ, ขับรถให้น้อยลง ติดรถเพื่อนหรือไปด้วยกันหลายๆคน
เลือกซื้อสินค้าออร์กานิคเพราะใช้พลังงานในการแปรรูปไม่มาก เลือกซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น เพราะไม่ต้องเสียพลังงานในการขนส่ง
หลีกเลี่ยงการใช้สินค้าที่มีสารพิษสารเคมี เพราะนอกจากจะเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นอันตรายต่อลูกๆอีกด้วย
รีไซเคิลให้มากขึ้น, ประหยัดไฟให้มาก ปิดไฟ และถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้, วางแผนก่อนซักผ้า ควรใช้น้ำเย็นและใส่ผ้าให้พอดีถัง ไม่มากไม่น้อยเกินไป เพราะเปลืองไฟ, ปลูกต้นไม้ให้เยอะๆ มีพื้นที่น้อยก็ปลูกในกระถาง มีที่ว่างก็ปลูกหลายๆต้น
อย่าทำแล้วต้องแก้ไข เช่น วันนี้ทานขนมหวาน แล้วพรุ่งนี้ต้องไปฟิตเนสเพื่อลดน้ำหนัก
ข้อนี้อาจยากไปซักนิดสำหรับสาวๆชอบทาน แต่ถ้าทำได้ กำไรสองต่อเลยครับ ประหยัดเงินค่าขนม ค่าฟิตเนส แถมยังได้หุ่นสวย
และข้อสุดท้าย
ข้อนี้ผมชอบมาก
เขาบอกว่า “เล่นให้มาก ใกล้ชิดกันให้มาก” เพราะสังคมเดี๋ยวนี้ เร่งรีบเกินไป พลอยทำให้เครียดกันหมด
และความเครียดนี่เอง ที่เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ
หากคนในครอบครัวได้เล่น ได้หยอกล้อกัน ก็จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ
อ่านดูแล้วพอจะทำได้ซักกี่ข้อครับ
แต่อย่าเน้นเฉพาะข้อ 6 กับข้อ 10 นะ
เพราะถ้าทำแค่ปิดไฟ และเล่นให้มาก ใกล้ชิดให้มาก
ผมลัพธ์อาจจะกลายเป็น “มีลูกหัวปีท้ายปี” คราวนี้ยุ่งเลย
March 5th, 2008
เพิ่งกลับจากต่างจังหวัดกับเพื่อนๆที่ทำงานครับ
เป็นการไปทำกิจกรรมแบบครบวงจร
ทั้งเที่ยว เล่น และบำเพ็ญประโชน์ ขาดอย่างเดียวคือสัมนาวิชาการ (งานนี้จึงถูกใจหลายๆคน)
เพื่อไม่ให้ตกกระแสโลกร้อน กิจกรรมปีนี้จึงมี “การปลูกป่า” เป็นไฮไลท์ของงาน
ฝนตกติดต่อกันหลายวันก่อนเดินทาง ทำให้ทุกคนรู้ว่า ต้องเตรียมชุดลุยป่าฝ่าโคลนแค่ไหน สำหรับกิจกรรมใหม่นี้
และก็ไม่ผิดหวังครับ ได้เปื้อน ได้เปียก กันพอประมาณ
เป็นการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ์ ที่ต่อจากนี้ไป จะมีการนำเมล็ดพันธ์ของต้นไม้ที่ออกดอกเป็นสีเหลือง ไปวางขายตามร้านค้าปลีกต่างๆ เพื่อให้ประชาชน ซื้อไปเพาะ-ปลูก
พอต้นไม่โต ออกดอกเป็นสีเหลืองอร่ามเต็มต้น เราทุกคน ก็จะได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง
ใครมีที่เพียงพอ ก็เตรียมดินรอเลยครับ
เห็นประธานจัดงานฯ บอกว่าจะเริ่มรณรงค์ในวันที่ 12 สิงหานี้
ช่วยกันคนละไม้ละมือครับ
เพื่อโลกของเราใบนี้ จะได้น่าอยู่ไปนานๆ
ปัญหาเรื่องโลกร้อน มีการพูดถึงมาหลายปี
แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร
ต้องขอบคุณ “อัล กอร์” อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จุดประกายให้คนทั้งโลกได้ตระหนักถึงภัยที่จะมาเยือน
ไม่ง่ายนะครับ ที่จะเอานำข้อมูลสถิติเป็นร้อยๆปี มาสะกดคนดูได้เป็นชั่วโมง
แต่ภาพยนต์สารคดี An Inconvenient Truth ที่อัล กอร์ เป็นพระเอก ทั้งเล่าเรื่องเอง และการนำเอาข้อมูลมา simulation ให้เห็นถึงภัยพิบัติในอนาคต รวมทั้งอ้างถึงประวัติในอดีตของเขา เรื่องราวในครอบครัว เพื่อใส่อารมณ์ให้หนัง ดูมีชีวิตมากขึ้น
หนังเรื่องนี้ จึงดีกว่าหนังแนว “แผ่นดินไหว น้ำท่วมโลก พายุถล่ม ภูเขาไฟระเบิด” ของฮอลลีวูดหลายๆเรื่องทีเดียว
เห็นความตั้งใจของอัล กอร์ แล้วยังไม่แปลกใจและอดเสียดายไม่หายว่า
ทำไมคนอเมริกาถึงเลือกบุช เป็นผู้นำ?
July 1st, 2007
Previous Posts