อาหารสำหรับคนแพ้

 

0-1 พ่ายคาบ้านอีกแล้วครับ
ถึงคราวเจอทีมบิ๊กๆด้วยกันทีไร ทำแต้มหลุดมือทุกที
นี่แหละหนอ! ทีมหงส์แดง

เมื่อ 5 วันที่แล้วโชว์ฟอร์มชั้นเทพ
บุกไปยิงมาร์กเซร์ถึงฝรั่งเศส 4-0 เชียวแหนะ
แต่เมื่อคืนนี้ เทพไม่ลงมาประทับ เลยทำได้แค่ป้อซ้ายป้อขวา เฉี่ยวเสาประตูไปมา

“บอกแล้ว ว่าอย่ายิงมาร์กเซย์เยอะ ให้เก็บไว้ยิงแมนยูบ้าง”  น้องที่ออฟฟิศที่เชียร์อาร์เซนอลไม่วายแซว ตอนเจอะกันหน้าลิฟท์

แพ้แบบนี้ บรรดากองเชียร์คงเซ็งและไม่อยากทานอะไร
แต่ผมมีอาหารเมนูเฉพาะสำหรับคนแพ้
น่าสนมั๊ยครับ?

เป็นอาหารสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้
แฮะๆ น่าจะพอแก้ขัดได้นะครับ
ถือเคล็ด “แก้แพ้” เหมือนกัน เผื่อนัดหน้าจะดีขึ้น (ขอให้กลับไปโชว์ฟอร์มแบบเทพอีกเถอะ สาธุ!)

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ คงจะรำคาญน่าดูเลย เวลาไปเที่ยวไหนแล้วต้องอดทานอาหารบางเมนู เพราะดั้นมีส่วนผสมของถั่ว นมวัว ไข่ งา หรืออาหารทะเล
หรือแม้แต่ การซื้อขนมในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องระวัง และอาจอดทานคุ้กกี้อร่อยๆ ไปเลย

และคนที่เป็นโรคนี้ ก็ไม่ได้มีน้อยๆ
อย่างเช่นในอเมริกา มีผู้แพ้อาหารจำพวกปลามากถึง 6.9 ล้านคน  แพ้ถั่วลิสงอีกราวๆ 3.3 ล้านคน
นี่เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนไว้
แปลว่า จริงๆแล้ว ต้องมีมากกว่านี้

เด็กหลายคนอดทานไอติม เพราะแพ้นมวัว
ผู้ปกครองหลายคน ไม่กล้าซื้อคุ้กกี้ให้ลูกทาน กลัวภูมิแพ้กำเริบ

นางลอรี แซนด์เลอร์ ซึ่งมีลูกชายเป็นภูมิแพ้เหมือนเด็กอีกหลายๆคน
ทนดูลูกชาย ถูกกีดกัดออกจากวงอาหารไม่ได้
จึงมุ่งมั่นคิดสูตรอาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นภูมิแพ้
และได้เปิดร้านขายคุ้กกี้ในเวลาต่อมา ด้วยเงินลงทุน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เริ่มจากผลิตเค้กและมัฟฟินสำหรับผู้แพ้อาหารเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
มาถึงวันนี้บริษัทมีโรงงานเล็กๆ ของตัวเอง ผลิตสินค้าส่งจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต 4 แห่งและจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต ทำยอดขายเข้าใกล้เป้าหมาย 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ขอย้ำครับ 6 ล้านดอลลาร์!!!
เป็นตลาดนิช ที่ไม่นิด เลย

ในเมืองไทย แม้ไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่ผมเดาว่า น่าจะมีจำนวนเกิน 1 ล้านคน
ผมใช้ความรู้ตามหลักวิศวกะ
กะเอาว่า
คนรอบข้างทุกๆ 10 คน เป็นภูมิแพ้อย่างน้อย 1 คน
ประเทศไทยมีราวๆ 65 ล้านคน
ฉะนั้น เป็นภูมิแพ้เกินล้านแน่นอน

ตลาดนี้ไม่เล็กเลย แต่ยังไม่มีใครเจาะตลาดนี้อย่างจริงจัง
มีแต่อาหารแก้แพ้ชั่วคราว
ก็บรรดา เหล้า เบียร์ ยังไงครับ
“อ้าว! ชน เอาให้หมดแก้วแลย จะได้ลืมๆว่าบอลแพ้อีกแล้ว”

คำเตือน : การดื่มสุรา ทำให้ความสามารถในการยืนฉี่ลดลง

1 comment December 17th, 2007

Right nutrition at the right time

 

มื้อเช้า “ข้าวเหนียวหมูทอด”
มื้อเที่ยง “ส้มตำ น้ำตก และข้าวเหนียว” แถมท้ายด้วยของหวาน “ข้าวเหนียวเปียกลำใย”
มื้อเย็น “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง”

นี่ไม่ใช่เมนูลดดั้ง ของฝรั่งที่อยากเป็นเขยไทยหรอกนะครับ
แต่เป็นอาหารที่คนไทยเราทานประจำ
อย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้ง สำหรับเมนู “เหนียวๆ”นี้

ผมเองก็ทานแบบนี้ จนเคยชินและลืมไปว่า แต่ละมื้อร่างกายต้องการอาหารที่ไม่เหมือนกัน อาหารเช้า ต้องให้พลังงานเพียงพอ สำหรับกิจกรรมในแต่ละวัน ส่วนอาหารค่ำ ควรจะเบาๆก็พอ

เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่บางทีก็ลืม
อาจจะ “ตั้งใจลืม” หรือไม่ก็ “ลืมตั้งใจ”
เป็นแบบนี้ ต้องมีใครมาช่วยเตือนสติหน่อยหล่ะ

BeechNut เห็นโอกาสตรงนี้ จึงทำอาหารสำหรับแต่ละมือ
แต่เหมือนจะรู้นิสัยของผู้ใหญ่ ที่มักดื้อกว่าเด็ก
เขาจึงทำเฉพาะอาหารสำหรับเด็กเท่านั้น
เป็นเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เลือกทานเอง แต่เป็นผู้ปกครองเลือกให้

เข้าทำนอง “คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน” ซึ่งวิธีนี้ เป็นการตัด “ความดื้อ” ออกไป

มื้อเช้าเป็น BeechNut Good Morning ที่มีส่วนผสมของไฟเบอร์ที่ละลายได้ดี เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาล และให้พลังงานในตอนเช้า ส่วนมื้อเย็นเป็น BeechNut Good Evening ก็จะมี โปรตีนจากหางนม และโปรไบโอติก ซึ่งทำให้แบคทีเรียเติบโตดี ช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ตอนเช้าตื่นมาจะได้ถ่ายคล่อง 

อีกรายที่ใช้แนวคิดนี้ คือ Gatorade ผู้ผลิตเครื่องดื่มให้พลังงาน รายใหญ่ของโลก ซึ่งได้เปิดตัว Gatorade A.M.
แค่ชื่อก็เดาได้นะครับ ว่าควรดื่มตอนไหน
ส่วนผสมก็คล้ายกับ  Gatorade Thirst Quench เพียงแต่ไม่มีคาเฟอีนเท่านั้นเอง
Gatorade A.M. นี้จะช่วยรักษาพลังงานและลดการสูญเสียน้ำให้น้อยลง เนื่องจากผลวิจัยพบว่า ลูกค้ากว่าครึ่งที่ออกกำลังกายตอนเช้า มักสูญเสียเหงื่ออย่างมาก ดังนั้นต้องหาวิธีรักษาพลังงานให้เพียงพอต่อการทำงานในช่วงเช้า

เห็นทีต้องเล่าเรื่องนี้ให้ร้านอาหารแถวๆออฟฟิศฟังบ้างแล้ว
มิเช่นนั้น แกก็ไม่หยุดแอบใส่ยานอนหลับ ลงในมื้อเที่ยงทุกวัน
เป็นแบบนี้ ผมก็แย่ซิ หาว…ววว

2 comments August 7th, 2007

ของดีๆ สำหรับมือใหม่หัดปรุง

 

ไม่รู้เป็นเพราะแม่บ้าน ทำอาหารรสชาติผิดเพี้ยน เดี๋ยวเค็ม เดี๋ยวจืด
หรือว่าเป็นเพราะ Jess Griffin และ Jim Termeer อยากจะทำอาหารทานเอง
ถึงได้คิด “ตัวช่วย” ชิ้นนี้ขึ้นมา

มันอาจจะเกินความจำเป็นไปหน่อย สำหรับพ่อครัวหัวปาก์
แต่ถ้าเป็นมือใหม่หัดปรุง ที่มือซ้ายกางตำรา มือขวาถือทัพพี
การมี “ถาดหั่นผัก ที่ชั่งน้ำหนัก” ได้ คงจะดีไม่น้อย

แนวคิดในการผลิตสินค้าตัวนี้ คือนำระบบชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล ซึ่งมีเซ็นเซอร์ทำาน พร้อมหมึกอิเล็คทรอนิกส์ มาติดตั้งกับถาดหั่นผักขนาด 10X15 นิ้ว โดยผู้ออกแบบหวังว่า หากมีการพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่อง electronic ink display, photovoltaics และการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ ก็ใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี น่าจะเป็นรูปเป็นร่าง

แต่อย่างไรซะ Jess Griffin และ Jim Termeer ก็คาดว่าสินค้าที่ผลิตได้ในช่วงแรกๆ น่าจะมีราคาสูง คงทำตลาดยาก แต่ถ้ามองไปในอนาคตข้างหน้า สินค้าตัวนี้จะกลายเป็นของใช้ประจำครัวทุกบ้านก็ได้ ใครจะไปรู้

คนที่มีพรแสวง แต่ยังขาดพรสวรรค์ในการทำอาหาร คงต้องอดทนรอกันอีกหน่อยนะครับ

2 comments July 12th, 2007

Previous Posts


Recent Posts

 

July 2008
M T W T F S S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked