
เอ๊ะ! พิมพ์ผิดหรือเปล่า ควรจะเป็นทำธุรกิจแกะดำกระมัง
แต่แกะดำ เขามีเลี้ยงกันเป็นธุรกิจด้วยหรือ?
มันเป็นสำนวนมากกว่านะ!
หรือว่า นี่เป็นนิทานสำหรับเด็ก
ยอมรับว่าหยิบหนังสือเล่มนี้เพราะชื่อที่กวนๆชวนค้นหาและพาสับสน
“Zigzag เมื่อแกะดำทำธุรกิจ”
บวกกับรูปแบบเล่มที่สวยงาม ภาพปกก็สะดุดตา
แต่ที่โดนใจกว่านั้น กลับเป็นเนื้อหาข้างใน
เข้าทำนองเจอผู้หญิงสวย ทีแรกนึกว่า สวยใสบ๊องแบ๊ว ทั่วๆไป
แต่ที่ไหนได้ ทั้งฉลาด ทั้งเก่ง
ผมหมายถึงหนังสือนะครับ!
จากประสบการณ์ในการปั้นธุรกิจของตนเองกว่า 10 ปี ในแนวทางที่เชื่อว่า “ใช่”
ทำให้คุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ ถ่ายทอดเรื่องได้คมและน่าอ่าน
บางเรื่องอ่านแล้ว รู้สึกว่า “ใช่เลย” “คิดเหมือนกันเลย”
บางเรื่องก็ดูธรรมดา แต่คนอ่านกลับรู้สึกว่า “คิดได้อย่างไร”
หน้าที่ของนักการตลาดในการเดินนำหน้าผู้บริโภค เป็นมิติใหม่ หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นกับบทบาทนี้ การเดินนำหน้าต้องอาศัยทักษะที่ผสมผสานระหว่าง ตรรกะกับความคิดสร้างสรรค์ ความรู้กับความรู้สึก ข้อมูลกับการสังเกต ความรับผิดชอบกับความเสี่ยง
การเดินนำหน้าไม่ใช่ไปถามผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เพราะผู้บริโภคเป็น Futurist ที่ไม่ได้ความ
ข้อมูลจากผู้บริโภคเป็นเพียงกระจกส่องหลัง คำถามก็คือว่า เวลาคุณขับรถ คุณมองกระจกหน้าหรือกระจกหลัง
นอกจากจะเป็นกระจกหน้ารถแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังเป็นเหมือนเครื่องยนต์ให้คนมีฝัน อยากก้าวต่อไป
ใครมีคำถาม “ทำธุรกิจอะไรดี?” แล้วยังไม่ได้อ่านเล่มนี้
น่าเสียดายแทนจริงๆครับ
March 19th, 2008
พื้นที่ขายหลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ในร้านสะดวกซื้อ
และตู้ตั้งโชว์หน้าร้านโชห่วย เป็นตำแหน่ง display สินค้าที่เด่นมาก
เพราะเป็นตำแหน่งที่ลูกค้าทุกคน “ต้องมอง”
ซึ่งถูกจับจองโดยบริษัทขาย “บุหรี่”
แต่เดี๋ยวนี้ เจอกฎเหล็กห้ามโชว์บุหรี่ พื้นที่ดังกล่าวจึงสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
เรียกว่ามีทำเลดี แต่ก็เสียของ
จากทำเลทอง กลายเป็น “ทำเลเทียม” เพราะทำได้แค่ติดป้ายขนาด A4 เท่านั้น
“มาตรการห้ามโชว์บุหรี่”แบบนี้ ไม่ได้มีแค่ในไทย
แต่หลายประเทศ ก็ออกกฎนี้มาบังคับเช่นกัน
ที่หนักกว่าบ้านเรา คือ บางประเทศมีตู้จำหน่ายบุหรี่อัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Vending machine
เจอมาตรการนี้ ก็แย่ซิครับ
แต่ช้าก่อน…
สถานการณ์วิกฤตแบบนี้ หากคิดให้ดี ก็พลิกเป็นโอกาสได้เหมือนกัน
บริษัทที่ฉวยโอกาสนี้ได้ก่อนใคร คือ TankBooks ซึ่งเป็นผู้ผลิตหนังสือ และเอเจนซี่โฆษณาของอังกฤษ
เขานำนวนิยายชื่อดัง อาทิ “Heart of Darkness” ของ Joseph Conrad
“The Undefeated” และ “The Snows of Kilimanjaro” ของ Ernest Hemingway
“The Metamorphosis” และ “In the Penal Colony” ของ Franz Kafka
“The Man who would be King”, “The Phantom ’Rickshaw” และ “Black Jack” ของ Rudyard Kipling
“Dr. Jekyll and Mr. Hyde” ของ Robert Louis Stevenson
“The Death of Ivan Ilych” และ “Father Sergius” ของ Leo Tolstoy
มาจัดทำในรูปเล่ม ขนาดกล่องบุหรี่ ห่อหนังสือด้วยกระดาษฟอยล์เหมือนบุหรี่ และก็บรรจุในกล่องที่ซูเปอร์คล้ายบุหรี่
ที่สำคัญ เขาตั้งใจจะยึดพื้นที่บุหรี่มาเป็นที่ขายหนังสือ
ทั้งการวางโชว์ในร้าน และการวางขายในตู้ Vending machine
กลยุทธ์นี้ คนอยากบุหรี่อาจเผลอซื้อด้วยความเคยชิน
แต่แทนที่จะได้บุหรี่ กลับมีหนังสือ 1 เล่ม มาให้แทน
จากที่จะต้อง “ตายไว” กลายเป็น “ฉลาดขึ้น”
ไอเดียธุรกิจของ TankBooks น่าเลียนแบบมากๆ
ไหนๆ หนังสือและบุหรี่ ก็ใช้ต้นไม้(กระดาษ) เป็นวัตถุดิบเหมือนกัน
ฉะนั้น เปลี่ยนโรงงานยาสูบ เป็นที่ผลิตหนังสือเลยดีมั๊ย?
…ทิ้งท้ายอีกหน่อยครับ
และก็มีคำแนะนำข้างซองว่า “การอ่านหนังสือทำให้ฉลาดขึ้น” หรือ “ควรอ่านอย่างน้อยวันละหนึ่งซอง” ส่วนรูปข้างซองก็เปลี่ยนจากภาพน่ากลัว มาเป็น “รูปนางแบบ นายแบบ ฉีกยิ้มสดใส”
July 24th, 2007