
เพิ่งขายหนังสือเก่า หนังสือพิมพ์ และขวดพลาสติก
ของเหลือใช้ กองเบ้อเร้อ แต่แปรเป็นเงินได้นิดเดียว
“กระดาษผมให้โลละ 5 บาท พลาสติกโลละ 8 บาทครับ” เจ้าของซาเล้งบอกราคารับซื้อ
จะบอกราคาเท่าไร ก็ต้องขายครับ เพราะนานๆจะอยู่บ้านตรงกับวันที่รถเข็นซื้อของเก่าเข้ามาพอดี
ขนของออกจากหลังบ้าน มาชั่งกิโลเสร็จสรรพ นับไปนับมา
“รวมทั้งหมด 80 ครับ” คนรับซื้อบอกมูลค่า
“โห น้อยจัง” ผมคิดในใจ
แม้จะรู้ว่า ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เป็นขยะ
แต่นี่คงเป็นวิธีที่สร้างมูลค่าได้น้อยที่สุด
แล้วจะมีวิธีไหน เพิ่มมูลค่าให้ได้มากกว่านี้?
คำถามแบบนี้ น่าหาคำตอบนะครับ ยิ่งในยุคที่ทุกคนกังวลเรื่องโลกร้อนด้วยแล้ว การนำของมารีไซเคิล น่าจะเพิ่มมูลค่าได้มาก
จากที่ติดตามและหาข้อมูล มีหลายรายหลายรูปแบบมากครับ ที่นำของเก่า ของหมดสภาพ มาสร้างสินค้าตัวใหม่ แต่ที่โดนใจมากสุด ต้องยกนิ้วให้ Nike
ด้วยความที่เป็นยี่ห้อดัง
ลำพังเสื้อผ้า รองเท้าธรรมดาๆ ก็สามารถขายในราคาที่สูงกว่ายี่ห้ออื่นได้
แต่พอ Nike นำวัสดุเหลือใช้ เศษด้ายต่างๆ มาผลิตสินค้า ก็ทำให้ประหยัด
บวกกับเทคโนโลยีการผลิตและออกแบบที่พิถีพิถัน ทำให้ใช้วัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยะลดลง ต้นทุนก็ลดลง
นั่นแปลว่า สามารถขายได้ในราคาต่ำกว่าเดิม
รองเท้ารุ่นนี้ สนนราคาอยู่ที่คู่ละ 100 ดอลลาร์ คิดเป็นไทยก็ 3 พันกว่าบาท ถือว่าถูกมากสำหรับรองเท้ายี่ห้อนี้
แบรนด์ดี ราคาต่ำกว่าเดิม เสริมภาพลักษณ์ว่าอนุรักษ์โลก
โอ้โห! ไอเดียนี้ Nike ได้ไป 3 เด้งเลย
เก่งพอๆ กับรัฐบาลชุดนี้
เพราะเพิ่ง 3 เด้งไปเหมือนกัน
(อธิบดีดีเอสไอ, เลขาธิการ อย. และล่าสุดอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ยังไงครับ)
February 29th, 2008
หลายวันก่อน เขียนเล่าถึง รองเท้าไนกี้ ที่แปลงกายจากรองเท้าผ้าใบ กลายเป็นรองเท้าแตะ
เป็นการซื้อ 1 ได้ 2
และน่าจะเหมาะกับหน้าฝนแบบนี้
วันนี้ จะขอเอาใจคุณผู้หญิงบ้าง แต่ยังอยู่ที่เรื่องรองเท้าเหมือนเดิมครับ
เหตุเกิดในอังกฤษ เมืองที่ผู้หญิงกว่า 11.5 ล้านคน ต่างขับรถไปทำงาน
แต่ด้วยชุดทำงานที่ใส่ ซึ่งก็แน่อยู่แล้วว่าต้องใช้ “รองเท้าส้นสูง” มันไม่เหมาะกับการขับรถ
และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุด้วยซ้ำ
ทำอย่างไร จึงจะให้สาวๆทำงานออฟฟิศ ได้ใช้รองเท้าที่สะดวกสะบาย และปลอดภัยในยามขับรถ
ในขณะเดียวกัน รองเท้านั้น ก็เหมาะกับชุดที่ใส่ ยามเปิดประตู เดินออกมาด้วย
หากกำลังขับรถ อุปสรรคก็คือเจ้า “ส้นแหลม” ของรองเท้า
แต่จะกำจัดอุปสรรคนี้ทันทีเลยก็ไม่ได้ เพราะเมื่อลงจากรถ “ส้นแหลม” ที่เคยเป็นตัวอุปสรรค กลับกลายเป็น ไฮไลท์ ของรองเท้าซะนี่
ยุทธวิธี คือ ต้องหาโอกาสให้ “ส้นแหลม” ได้แสดงบทบาท ถูกที่ถูกเวลา
รองเท้าคู่นี้ จึงออกแบบมาให้ พับส้นแหลมเก็บได้ ในขณะขับรถ
รองเท้า Sheila’s Heels คู่นี้ ทำให้ผมนึกถึงนักฟุตบอลคนหนึ่งครับ
เป็นนักเตะของลิเวอร์พูล เขามีจุดเด่นที่ความสูง
ก่อนหน้านี้ “ปีเตอร์ เคร้าซ์” ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไร แต่พอ”เบนิเตส” ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของลิเวอร์พูล ซื้อมาร่วมทีม ก็สามารถปั้นนักเตะธรรมดา ให้ติดทีมชาติอังกฤษได้
นัดไหนเจอกองหลังที่ไม่ถนัดลูกกลางอากาศ ก็ส่งนักเตะส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว ลงไปป่วน
เมื่อได้โชว์ฝีเท้า ถูกที่ ถูกเวลา ผลงานก็เข้าตาผู้จัดการทีมชาติ
หรือว่า! คนประดิษฐ์รองเท้าคู่นี้ จะได้แรงบันดาลใจจากฟุตบอล
เพราะหากทีมอังกฤษเปลี่ยนตัว “ปีเตอร์ เคร้าซ์” ออก แล้วส่ง “ไมเคิล โอเว่น” ที่มีส่วนสูงเพียง 5 ฟุต 8 นิ้ว ลงไปเล่นแทน
ก็เหมือนเก็บส้นรองเท้าคู่นี้เลย
July 3rd, 2007
ก. Sofie Collin ผู้ออกแบบงานชิ้นนี้ เคยมาเที่ยวเมืองไทย และเดินผ่านไปหน้าโรงเรียนมัธยม
ข. มีคนส่งคลิปแอบถ่ายเด็กมัธยม ไปให้ทีมออกแบบของ NIKE (เออ!! เป็นคลิปแอบถ่ายเด็กแต่งกายผิดระเบียบครับ)
ค. มีคนไปเข้าฝัน Sofie Collin
ง. Sofie Collin โดนรองเท้ากัดเป็นประจำ
ผมไม่รู้ว่า choice ไหน ที่เป็นสาเหตุให้ Sofie Collin นักออกแบบรองเท้าของ NIKE ดีไซน์รุ่นนี้ออกมา
แต่ยอมรับ เห็นแล้วถูกใจมากเลย
ทำให้นึกถึงสมัยเรียนมัธยม
(ต้องนึกนานหน่อย เพราะย้อนเวลาไปไกล)
ผมจำไม่ได้ว่า เหตุใดพวกเราจึงชอบใส่รองเท้าเหยียบส้น
จะว่าตัวโตไว จนขาใหญ่เกินรองเท้า ก็ไม่น่าใช่
เพราะซื้อรองเท้าใหม่ทุกปี
รองเท้าของผู้ชายใช้งานเต็มที่ไม่เกินปีครับ เนื่องจากพวกเราไม่ได้แค่ใส่มาเรียน แต่มันคือของคู่กาย ที่ใช้ฟาดแข้งทุกเย็นหลังเลิกเรียน
ทั้งเตะฟุตบอล ทั้งเตะตะกร้อ
จำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่ง (จำชื่อเพื่อนคนนี้ไม่ได้ จำได้แต่ชื่อพ่อ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อพ่อของเพื่อนนะครับ)
โดนอาจารย์ฝ่ายปกครอง เรียกไปพบ
มันก็บอกว่า
“รองเท้าเล็กครับอาจารย์ ผมใส่ไม่ได้จึงต้องเหยียบ”
“ผมก็อยากใส่ให้ถูกระเบียบ แต่ที่บ้านจน ไม่มีตังค์ซื้อ”
แนะ!! ทำผิดระเบียบไม่พอ ยังจะมาแช่งครอบครัวตัวเองอีก
อันที่จริง ตอนไปซื้อรองเท้า เพื่อนคนนี้ ก็บรรจงเลือกเป็นพิเศษ เน้นขนาดที่ใส่ไม่ได้
เพราะตั้งใจเอามาเหยียบ
คำตอบน่าจะเป็น “อยากเหยียบ” แบบไม่มีเหตุผล
ยังดีทีมีแต่สีทูโทน ถ้าผลิตออกมาเป็นสีน้ำตาลล้วน ผมว่ากระทรวงศึกษาธิการ
คงแบน NIKE รุ่นนี้ไม่ให้ขายในไทยเป็นแน่
June 22nd, 2007