ยิงระยะประชิด

modstream
ในยุคสมัยที่ “การตลาด” มีบทบาทนำในเกือบทุกๆเรื่อง
จึงไม่แปลกใจเลยว่า จะหันซ้ายหรือแลขวา ล้วนเจอข้อความป้ายโฆษณาเต็มไปหมด
การเมือง การหาเสียง เดี๋ยวนี้ต้องมีเอเยนซี่ดูแลให้โดยเฉพาะ
หรือกระทั่งการสร้างวัตถุมงคล ก็ต้องซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้าหนังสือพิมพ์

เหตุเกิดจากลูกค้ามีความรู้มากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ฉลาดขึ้น และก็หลอกยากกว่าเดิม
ดังนั้นการเอาชนะใจ เพื่อให้ลูกค้ายอมควักเงินจากกระเป๋า หรือเอาชนะใจเพื่อให้กาลงคะแนนเสียง จึงต้องใช้เทคนิคขั้นสูงกว่าเดิม

แต่ก็ใช่ว่า การกระหน่ำโฆษณาหรือโหมประชาสัมพันธ์ จะประสบความสำเร็จเสมอไป
สินค้าแบรนด์ดัง มีเงินถุงเงินถัง อาจสร้างภาพลักษณ์หรือยิงโฆษณาทางทีวีอย่างต่อเนื่อง
แต่แบรนด์เล็กๆ กระสุนมีไม่มากพอ ก็ต้องเลือกวิธียิงโฆษณา

เหมือนฟุตบอลยังไงครับ
หากเป็นแมนยู อาร์เซนอล หรือเชลซี ที่มีดารานักเตะเต็มทีมความสามารถล้นเหลือ แถมยังมีตัวสำรองเกรดเอนั่งรอข้างสนามอีกเพียบ ก็ทำการเปิดเกมรุกบุกพับสนามคู่แข่งตลอด 90 นาทีได้

แต่หากเป็นทีมรองบ่อน อย่างมิดเดินสโบรท์ ปอร์ธมัท หรือเวสต์แฮม ก็ต้องเน้นตั้งรับเหนียวแน่น และหาจังหวะโต้กลับเป็นครั้งคราว เท่าที่โอกาสเอื้ออำนวย
เรียกว่าต้องหากินกับลูกฟรีคิก ลูกคอนเนอร์
“ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ต้องปลอดภัยไม่เสียประตู”

เออ! สังเกตว่าทำไมไม่มีลิเวอร์พูล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะทีมนี้มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร คือจะจัดอยู่ในกลุ่มแรกก็ได้ กลุ่มหลังก็ดี
หมายความว่า เล่นดีเป็นบางนัด แต่เล่นไม่ดีหลายนัด (ฮา ไม่น่าหลวมตัวเชียร์เลย)
 
วิธีการหนึ่งของแบรนด์เล็ก คือการซื้อโฆษณาในระยะที่หวังผล 
ป้ายโฆษณาไหน ที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งสินค้าที่ลูกค้าจะหยิบของลงตะกร้า นั่นแหละคือเป้าหมาย

เราพอจะเคยเห็นทีวีขนาดเล็ก ติดตาม shelf ขายสินค้ากันบ้างนะครับ
แต่ยังมีตำแหน่งที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากกว่านั้นอีก
นี่จึงเป็นที่มา ของป้ายโฆษณาบนราวรถเข็น

วิธีการโฆษณาของ modstream นี้ ออกแบบให้สามารถส่งข้อความโฆษณา แบบwireless ไปยังรถเข็นได้
ดังนั้น เจ้าของสินค้าหรือห้างค้าปลีก ก็สามารถเลือกว่าจะส่งข้อความใด เวลาไหน ไปยังผู้บริโภค
โดยขั้นตอนทุกอย่าง ง่ายเพียงแค่สั่งการผ่านเว็บของ modstream เท่านั้น

การซื้อโฆษณาแบบนี้
เหมือนมีพรายมากระซิบ เวลาจะยิงลูกโทษเลย
“ไม่เข้าก็ให้มันรู้ไป”

3 comments November 20th, 2007

Premium Cart รถเข็นช้อปปิ้งแบบหรูๆ

 

เคยคิดอยู่ว่า น่าจะมีคนออกแบบรถเข็นช็อปปิ้งให้ดีกว่านี้หน่อย หลังจากที่เคยมีประสบการณ์ ได้แผลที่ส้นเท้าเพราะรถเข็น

นอกจากคนแล้ว เจ้ารถเข็นทำจากโลหะทั้งคันนี้ ยังเคยสร้างวีรกรรมท้าชนกับรถยนต์มาแล้ว
เหตุเกิดในห้างฯแห่งหนึ่ง เมื่อพ่อแม่ใจดี อยากให้ลูกได้แสดงฝีมือ สุดท้าย “มือใหม่หัดเข็น” ไปจูบรถยนต์ของคนอื่นซะงั้น

ที่ออสเตรเลีย จึงมีคนทำรถเข็นช้อปปิ้งแบบพรีเมี่ยม
รถรุ่นนี้ มีดีที่ชนกับรถยนต์แล้ว ไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรทั้งรถที่ชน และรถถูกชน
  เพราะเค้าใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นได้ดี
แต่ถ้าจะมีคุณสมบัติแค่นี้ ก็คงทำตลาดไม่ได้

Markitcart จึงเพิ่มความสามารถพิเศษลงไป
เริ่มจากติด RFID กับรถทุกคน  ที่จะช่วยเก็บข้อมูลเสร็จทางการช้อปปิ้งของลูกค้า
ข้อมูลนี้ร้านค้าปลีก นำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของได้อย่างดี
ว่าลูกค้า ใช้เวลาเดินนานแค่ไหน?
ซื้ออะไรก่อนหลัง?
สินค้าตัวไหน ลูกค้าหยุดคิด พิจารณาก่อนซื้อ มากที่สุด?
ฟังก์ชั่นนี้ ผู้ค้าปลีกต้องชอบแน่ๆ

เนื่องจากวัสดุหลักเป็นพลาสติก จึงทำให้รถเข็น มีน้ำหนักเบากว่าเดิม
และเมื่อออกแบบล้อหน้าให้หมุนได้รอบทิศทางง่ายขึ้น
ก็ช่วยผ่อนแรงเวลาเข็น
แล้วจึงเติมความสนุก ด้วยการใส่สีสันให้สดใส มองเห็นแต่ไกล
ฟังก์ชั่นนี้ น่าจะถูกใจนักช้อป

ยังไม่พอ
เขายังทำพื้นที่ข้างรถ เป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่
อันนี้ถูกใจทั้งเจ้าของสินค้า ที่จะได้ใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น และเจ้าของห้าง ที่จะหารายได้เพิ่มขึ้น

ก่อนจะปิดท้าย แบบอินเทรนด์สุดๆ
ด้วยการย้ำว่า วัสดุที่ใช้ทำจาก พลาสติกรีไซเคิล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน และไม่เป็นอันตรายเหมือนรถเข็นทั่วๆไป ที่ทำจากเหล็กชุบโครเมี่ยมหรือสังกะสี ที่มีโลหะหนักทำลายธรรมชาติ

Add comment September 12th, 2007


Recent Posts

 

July 2008
M T W T F S S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked