Archive for » February, 2010 «


ตอนนี้ฟุตบอลอาชีพในบ้านเรากำลังมาแรง คนดูเริ่มหันมาสนใจ พร้อมๆกับสปอนเซอร์ในเมืองไทยก็เอาด้วยเหมือนกัน หลายทีมได้รับเงินอุดหนุนเป็นสิบล้าน

ไม่รู้ว่าที่ต่อยกันในสนามศุภฯเมื่ออาทิตย์ก่อน จะเป็นหนึ่งในแผนประชาสัมพันธ์หรือเปล่า
แต่กลัวจะกลายเป็น ประชาสัม ‘พัง’ มากกว่า เพราะแฟนบอลหลายทีมเริ่มชักแหยง เวลาเจอทีมการท่าเรือฯ

ที่น่าห่วงไม่แพ้เรื่องแฟนบอลตีกัน คงจะเป็นเรื่องที่นักการเมืองเข้ามายุ่ง
เป็นที่รู้กันว่า นักการเมืองเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ
พิเศษในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ดีหรือเก่ง นะครับ
เอาเป็นว่า ไม่เหมือนคนธรรมดาสามัญที่หาเช้ากินค่ำ เสียภาษีและทำหน้าที่ตามกฎหมายทุกข้อ
ดังนั้นเวลามีคนกลุ่มนี้เข้ามายุ่ง เรื่องบางเรื่องก็กลายเป็นเรื่องได้
(”อ้าว แล้วมันเรื่องอะไรหละ”)
ก็ได้แต่ลุ้นว่า อย่ามาทำให้วงการฟุตบอลอาชีพไทย ที่เริ่มจะตั้งไข่ได้ เสียศูนย์ก็แล้วกัน

ผมได้แต่ติดตามดูว่า ในช่วงกระแสนิยมบอลไทยอย่างนี้ มีบริษัทไหนฉวยโอกาสได้ดีกว่ากัน
การเป็นสปอนเซอร์ คงเป็นแคมเปญการตลาดแบบธรรมดาของสินค้าแบรนด์ดัง อาทิ
จ่ายเป็นหลักล้าน แลกกับ โลโก้สินค้าบนอกเสื้อ
ใจป้ำขึ้นมาหน่อย ก็จ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อใช้ยี่ห้อสินค้าเป็นชื่อทีม ดังนั้นอย่าได้แปลกใจหากบางทีม จะมีชื่อใหม่ทุกปี
ที่เท่ขึ้นมาอีกนิด ก็คือ เอายี่ห้อสินค้า มาตั้งเป็นชื่อสนาม
เผลอๆ อาจมีชื่อถนน ชื่อสนามซ้อม หรือ ฝั่งสแตนด์ที่นั่ง เป็นชื่อรุ่นสินค้าต่างๆก็ได้ ไอเดียแบบนี้ไม่มีการันตีว่าจะไม่เกิด

แต่ที่ฉวยโอกาสได้นิ่มๆ ต้องยกให้ ‘เคาน์เตอร์เซอร์วิส’ เจ้าเดียวกับที่รับจ่ายค่าน้ำค่าไฟนั่นแหละครับ
อาศัยจังหวะที่คู่แข่งมะรุมมะตุ้น ทั้ง Pay at post ของไปรษณีย์ฯ, เจมาร์ทเพย์พ้อยท์ ในร้านแฟมิลี่มาร์ท และใหม่ล่าสุดคือ บิลเพย์เมนท์ของเทสโก้โลตัส ที่อัดโปรโมชั่น ลดค่าธรรมเนียม

คู่แข่งชวนทะเลาะด้วย ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า แต่เจ้าตลาดไม่เล่นด้วย
หันไปแก้เกมด้วยการเพิ่มจุดบริการ และเพิ่มบริการใหม่ๆแทน
หนึ่งในนั้น คือการจับมือกับสโมสรฟุตบอลในไทยลีค ขายตั๋วเข้าชม
งานนี้วินวินทั้งสองฝ่าย เคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ค่าต๋งนิ่มๆ ส่วนสโมสรก็ประหยัดค่าจ้างพนักงานมานั่งขาย
แม้จะมีเพียง 2 ทีม คือชลบุรี เอฟซี และศรีสะเกษ ที่ขายตั๋วแบบนี้ แต่คิดว่าอีกไม่นานทีมอื่นๆก็เอาด้วย
นี่เป็นตลาดเกิดใหม่ ที่รอวันขยายตัว

ภาพจาก สยามกีฬา

ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน
ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง
ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ
ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว
ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลย ด้วยซ้ำ

ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรง
และถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้านเพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง
ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1 และเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง
แล้วถามภรรยาคนที่ 1 ว่า
“ถ้าผมต้องตาย คุณจะทำอย่างไร?”
ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน”
คำตอบที่ได้รับ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง
เขารู้สึกเจ็บปวด และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
นึกเสียดาย ว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย

จากนั้นเขาก็ไปหาภรรยาคนที่ 2
ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง
และถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า “ถ้าผมต้องตาย คุณจะทำอย่างไร? ”
ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า “ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่”
เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขา อย่างจัง
เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา เขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน

เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง
พร้อมกับถามแบบเดิม
“ถ้าผมต้องตาย คุณจะทำอย่างไร?”
ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า “ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง”
เขาคลายความเศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา

ก่อนกลับไปรับโทษ
เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงรีบไปหาภรรยาคนที่ 4 และถามว่า
“ถ้าผมต้องตาย คุณจะทำอย่างไร?”
ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า “ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไปด้วย”
แทนที่เขาจะดีใจ กลับเสียใจหนักขึ้นไปอีก
เพราะ…มันสายเกินไปเสียแล้ว
ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา พร้อมจะติดตามเขาไปอยู่ด้วย

แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร
และเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ ตายตามไป ด้วย…

เชื่อไหมครับ เราทุกคน ล้วนมีภรรยา 4 คนนี้
คำถามมีอยู่ว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? คิดกันก่อนนะครับ แล้วค่อยเฉลย…
more…