Archive for » January, 2010 «

ข่าวหวยออนไลน์เงียบหายไปเลยนะครับ ทั้งๆที่ใกล้จะถึงเวลาเฉลยคำตอบกันแล้ว หวังว่างานนี้ไม่มีทดเวลาบาดเจ็บกันอีกนะ
เห็นชอบกันจังมุกนี้ ยื้อแล้วยื้ออีก!

คงเป็นเพราะช่วงนี้มีข่าวฮอตข่าวแรง แซงข่าวหวย
นายกฯต้องขอบคุณป้าเช็งนะเนี่ย อย่างน้อยๆก็ทำให้มีอะไรมาคานเรื่องกลุ้มๆของรัฐบาล
แต่ป่านนี้ป้าเช็งคงเป็นป้าเซ็งไปแล้ว ธุรกิจมูลค่าหลายล้านมลายหายไป พร้อมกับมีเรื่องใหม่ให้ปวดหัว “จะติดคุกตอนแก่มั๊ยเนี่ย”

กลับมาเรื่องหวยออนไลน์ครับ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรไม่รู้ แต่ผมกล้าฟันธงว่าหวยออนไลน์ในเมืองไทยเกิดแน่ๆ
แม้รัฐบาลชุดนี้จะล้ม แต่ผมว่าของแบบนี้ ล้มได้ก็ลุกได้
ไม่ได้เชียร์ให้มีนะครับ แต่คาดเดาไปตามเหตุการณ์
เพราะพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย คิดคนละแบบ ก็พร้อมจะเอามาเป็นจุดขาย
การล้มโครงการตอนนี้ ก็มีโอกาสเกิดใหม่ในรัฐบาลชุดต่อไป หรือถ้าไม่ใช่ ก็อาจจะเป็นรัฐบาลชุดต่อไปของชุดต่อไปอีก

แบบนี้แล้ว จะล้มโครงการเพื่อให้เสียค่าปรับให้เอกชนเป็นพันๆล้านบาททำไมครับ สู้หาวิธีบริหารจัดการดีกว่า

เพราะ ‘ความเสี่ยง’ เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่แถมมากับมนุษย์ทุกเวอร์ชั่น
จะเกิดในยุคโรมัน หรือสมัยสงครามโลก ก็มีโปรแกรมนี้ติดมาด้วย
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโปรแกรม error โดนไวรัสเล่นงาน หรืออัพเกรดเครื่องไม่ทันกันแน่ จึงทำให้แต่ละเครื่องที่มีโปรแกรมนี้สั่งการไม่เหมือนกัน
ความเสี่ยง ถูกสร้างมาให้รับใช้ในภารกิจ คิดก่อนเลือก คิดก่อนลงทุน คิดก่อนทำธุรกิจ หรือแม้แต่ คิดก่อนกิน เพราะของบางอย่างกินแล้วอาจจู๊ดๆได้
ในขณะเดียวกัน มันก็ถูกใช้ไปในเรื่องการพนันด้วย

บ้างก็บอกว่า เพราะฐานะยากจน หมดหนทางทำมาหากิน จึงเสี่ยงเล่นหวย เผื่อจะรวยขึ้นมา
แต่ผมว่า บ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ นี่คนมีตังค์ทั้งนั้นเลยนะ
เออ.. อาจจะมีตังค์ตอนเดินเข้า แต่ตอนเดินกลับออกมา สถานะอาจเปลี่ยนไป
สรุปแล้ว อาการชอบพนันไม่น่าจะเกี่ยวกับฐานะทางเศรษฐกิจ แต่อยู่ที่วิธีคิด ‘อยากได้เยอะ อยากได้เร็ว แต่จะออกแรงน้อย’

ดังนั้นในฐานะรัฐบาลที่มีอำนาจ(ออกกฎหมาย)บังคับได้
ลองแก้ไขกติกานิดหน่อยสิครับ
โดยเลียนแบบสลากออมสิน ที่ตอนนี้มีโปรโมชั่นแจกรถเบนซ์ แต่ต่างกันที่ ‘หักค่าต๋ง’ สักเล็กน้อย

สลากออมสิน ได้ลุ้นรางวัลแล้วเงินต้นยังอยู่ แต่หวยแบบใหม่นี้ เงินต้นอาจจะเหลือ 60-70% ซึ่งเงินที่หายไป ก็เอาไปจ่ายรางวัลนั่นแหละ
ที่ต้องหักค่าต๋ง ก็เพื่อเอามาเป็นรางวัลล่อใจ เพราะถ้าหักไว้น้อย ก็จ่ายรางวัลได้น้อย คนก็หนีไปเล่นหวยใต้ดินเหมือนเดิม
แต่นี่เป็นวิธีดึงมาอยู่บนดิน และแปลงการเล่นหวย ให้เป็นการออมเงินทางอ้อม
สัดส่วนการหักตรงนี้ ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านหวยและนักสถิติช่วยอีกแรง ว่าต้องหักเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการจ่ายเงินรางวัล
สมมติว่า ตัวเลขเหมาะสมคือ 60% และถ้า 1 ปีมีเงินซื้อหวยสะพัด 2 หมื่นล้านบาท อย่างน้อยๆประเทศไทยก็มีเงินออม 1 หมื่นกว่าล้านบาท
อ้อ เงินส่วนนี้ไม่จ่ายคืนทันทีหรือให้ตอนสิ้นปีนะครับ อาจกั๊กไว้สัก 5 ปีหรือมากกว่านั้น หรือเอาไว้เป็นสวัสดิการยามแก่เฒ่า

วิธีนี้คนเล่นหวยจะต้องลงทะเบียนก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าเงินใครมีเท่าไรแล้ว
ซึ่งขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะขายผ่านเครื่องออนไลน์อยู่แล้ว เพียงแค่ก่อนซื้อก็กดหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก็เท่านั้นเอง การขายด้วยเครื่องอัตโนมัติจะสามารถจำกัดอายุผู้เล่นได้ หรือถ้าจะจำกัดวงเงินก็ทำได้ไม่ยาก
และอาจเพิ่มไอเดียเก๋ๆ ด้วยการทำสเตทเมนท์สรุปให้ด้วย
บัญชีเงินฝากธนาคาร จะมีตัวเลขบอกว่า มีเงินอยู่เท่าไร
แต่บัญชีหวยออนไลน์ จะบอกว่า หมดตัวไปแล้วกี่บาท
ถ้าอยากให้คนเสี่ยงโชค ตระหนักมากกว่านี้ ก็เปลี่ยนตัวเลข เป็นรูปภาพครับ
เพราะการสื่อด้วยภาพจะเข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความ

ข้างซองบุหรี่ เขาติดภาพคนป่วยโรคต่างๆ ให้คนสูบได้สำนึก
ท้ายสเตทเมนท์หวย ก็ใส่รูปสินค้าที่มีมูลค่าใกล้เคียงกับเงินที่เสียไป
เช่น รูปทีวีจอแบน พร้อมข้อความด้านล่าง ‘ถ้าไม่เล่นหวย ก็ได้ทีวีสวยๆเครื่องนี้’
รูปรถมอเตอร์ไซด์ มีใจความกำกับว่า ‘ถ้าไม่เล่นหวยก็ได้รถคันนี้ไปขี่แล้ว’
รูปทะเลกระบี่ พร้อมเขียนกระแทกใจ ‘ลูกๆเกือบได้ไปเที่ยวทะเลแล้ว ถ้าคุณไม่เล่นหวย’

นี่ไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาการพนันหรอกนะครับ
ของแบบนี้ต้องใช้เวลาในการให้ความรู้ อาจใช้เวลาเป็นชั่วอายุคน

แต่เอ… วิธีลุ้นโชคแบบนี้มันแปลกๆนะ จะเป็นหวยก็ไม่ จะใช่สลากก็ไม่เชิง
อย่างนี้เรียกว่า ‘สลวย’ ก็แล้วกันครับ
เป็นลูกครึ่ง ที่จะมาช่วยปรับพฤติกรรม
เราคงให้คนเล่นหวย เลิกเล่นในทันทีไม่ได้ งั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนคนเล่น ‘หวย’ ให้มาเล่น ‘สลวย’
จากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยน ‘สลวย’ มาซื้อ ‘สลากออมสิน’

หายไปหลายวัน ถ้าจะถามเหตุผล ก็ต้องอ้างตามเคยว่า งานเข้า!!!
จันทร์ถึงศุกร์ เจองานจุกอก พอได้หยุดเสาร์อาทิตย์เลยขอหนีเข้าสวนไปหย่อนอารมณ์เสียหน่อย
ไม่ใช่ สวนจตุจักร สวนพลู หรือสวนสามพรานแต่อย่างใด
หากแต่เป็นสวนไซด์มินิ ที่อยู่รอบบ้านครับ ช่วงนี้อากาศเย็นๆ ไม้ดอกหลายต้นออกดอกชูช่อ แย่งซีนกันหน้าดู แต่ที่ผมทุ่มเวลาให้มากเป็นพิเศษ กลับเป็นผักสวนครัว
อยากลองปลูกผักกินเองดูบ้าง!
เคยได้ยินมาว่า ถ้าจะหาความสุขแบบง่ายๆและได้กำไรหลายต่อ ต้องลองปลูกผัก

หลายเดือนก่อน พี่ที่ สมาคม ปรส. (ชื่อเต็มว่า สมาคมปลูกผักรักสวนแห่งชาติ ชื่อนี้ผมตั้งเองครับ ขณะนี้มีสมาชิกประเดิมแล้ว 2 คน คิดว่าอีกไม่นานจะเปิดรับสมาชิกเพิ่ม) เอาต้นกล้ามะเขือเทศมาให้ พร้อมกำชับว่าช่วยเอาไปขยายพันธุ์ต่อ
ผมรับมาแบบไม่คิดไรมาก แม้จะไม่เคยปลูกมะเขือเทศมาก่อน ส่วนการปลูกผักก็มีประสบการณ์แค่พืชกินใบ ดังนั้น การได้รับมอบหมายให้ทำคลอดลูกมะเขือเทศ จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง


ผ่านไปเดือนกว่าๆ หน้าตาก็เปลี่ยนไป ต้นไร้กระดูกสันหลังจะเลื้อยไปเรื่อย ต้องหาไม้มาประคอง และมัดเชือกแค่พอประมาณ ไม่ถึงขั้นขันชะเนาะแบบโดนงูกัด
ทีแรกว่าจะดัดเป็นรูปหงส์ พอเวลาลูกสุกเต็มต้น มันจะกลายเป็นหงส์แดงไงครับ แต่เอาเข้าจริง แค่มัดให้มันไม่ล้มไม่หักก็เมื่อยแล้วครับ

เหมือนฟ้าจะแกล้ง จู่ๆฝนก็ตกในเดือนมกรา ดอกมะเขือเทศที่เริ่มจะติดลูกก็ร่วงสิครับ เหลือ ‘ดอกอึด’ ที่ทนฝนทนแดด เพียงไม่กี่ช่อ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ได้ลุ้น

“เห็นดอกเหี่ยวๆไหมครับ นั่นแหละ ติดลูกแล้ว”

จากนั้นไม่นาน มันก็ใหญ่ขึ้น

และผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ก็แดงเป่ง!

หลังจากลูบๆคลำๆ ผมประมาณได้ว่า อีก 2-3 วัน น่าจะได้ผลที่สุกอร่อย
แต่… ระหว่างนั้นมีกองทัพนก มาตั้งกองกำลังในระยะประชิด พร้อมส่งเสียงดัง
“จิกแน่ จิกแน่ๆๆ”
เห็นท่าจะไม่ดีเสียแล้ว
เก็บตอนนี้ ดีกว่าอดกิน

เอ…ทำไมมันกลมจัง
เอ…ทำไมแต่ละก้านมีสองลูก
มะเขือเทศพันธุ์นี้ ทะลึ่งนะเนี่ย!