Archive for » December, 2009 «

แล้วคนไทยก็ผ่านปียุ่งยากไปได้อีกหนึ่งปี
ปีที่หลายคน กังวลว่าจะมีเรื่องร้ายๆให้ขบคิด
เพราะทุกรอบปีที่ฉลูมาเยือน มันทำให้เดือดร้อนกันเสมอ
ปี 2516, 2528 และ 2540 ก็ถูกจารึกด้วยเรื่องราวที่ไม่พึงประสงค์
และแล้ว ปี2552 ก็ทำให้เทศกาลสงกรานต์ต้องมัวหมอง

แต่คนไทยก็ใช้สติ(เท่าที่มี) ก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้

ในทางเศรษฐกิจ สองปีที่ผ่านมา เราเดินกลับไปอยู่จุดเดิม
แต่ในทางสังคม เราสะสมปัญหาใหญ่ให้คนรุ่นถัดไป ต้องหาทางออก

หลายคนเชื่อว่า
“คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น หากตกลงไปในบ่อจระเข้ ก็สามารถเอาตัวรอดได้”
แต่ผมคิดว่า เราไม่ต้องรอให้บ้านเมืองเข้าสู่สถานการณ์เลวร้าย แล้วค่อยหาทางออก
เราไม่ต้องรอให้เกิดปัญหา แล้วค่อยแก้ไข
แต่เราทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ ด้วยการปลดทุกข์สองขั้น

ใช่แล้วครับ! ปลดทุกข์ ก็คือ สร้างความสุขนั่นเอง
ดังนั้น ปลดทุกข์สองขั้น ก็ต้องเป็น สร้างความสุขสองต่อ
ต่อที่หนึ่ง คือความสุขของเราเอง
ต่อที่สอง คือความสุขของคนที่อยู่รายล้อมตัวเรา

เป็น ‘สองต่อ’ ที่ไม่ต้องรอลุ้นโชคใต้ฝาหรือว่าส่งเอสเอ็มเอสไปชิงโชค
แต่อยู่ที่เราลงมือทำ

หากสิ่งไหนทำแล้วเรามีความสุข แต่คนอื่นเป็นทุกข์ ก็หลีกเลี่ยงเสีย
แต่สิ่งใดทำให้คนอื่นแฮ้ปปี้ ไม่มีใครเดือนร้อน แล้วเราก็แฮ้ปปี้ด้วย ก็ควรจะทำเยอะๆ ทำไปเรื่อยๆ ทำโดยไม่ต้องกลัวว่าความสุขจะลงพุง

เมื่อทำเช่นนี้ได้ สังคมก็น่าอยู่
แล้วเราก็จะรู้ว่า ‘การมีความสุขบนความสุขของคนอื่น’ นั้น มันสุดยอดแค่ไหน
เป็นความสุขสุดยอด ที่ไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ข้างบนเสมอไป (อิอิ)

สวัสดีปีใหม่ครับ!!!

ไม่คิดว่าจ่าเฉยใจดี จะถูกปลดประจำการเร็วขนาดนี้
นับรวมเวลาแล้ว ก็รับใช้ชาติมาได้เพียง 1 ปีกว่าๆเท่านั้น ยังไม่มีโอกาสได้แถลงผลงานเลย
โดนเด้งเสียแล้ว!

สาเหตุที่จ่าเฉยถูกเด้งเข้ากรุ (เข้ากรุเข้าโกดังจริงๆครับ) ก็เพราะปฎิบัติหน้าที่หละหลอม ปล่อยให้ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจร อย่างหน้าตาเฉย
“มีอย่างที่ไหน มอเตอร์ไซด์บิดฝ่าไฟแดง จ่ายังตะเบ๊ะและยิ้มให้”
ทั้งที่ตอนเริ่มประจำการใหม่ๆ เมื่อปลายปี 51 ยังทำเอาขาซิ่ง เบรกหัวคะมำมาแล้วหลายคน แต่พอประจำการไปนานๆ ผลงานกลับแย่ลง กลายเป็นตัวตลกประจำสี่แยก

ฟังดูเหมือน ‘จ่าเฉย’ แย่จริงๆเลยนะครับ แต่ผมว่าฟังความข้างเดียว มันไม่ค่อยยุติธรรม ลองมาฟังเหตุผลของจ่าเฉยกันบ้างไหม?

“ผมขอรับผิดชอบ ที่ไม่สามารถป้องปรามผู้ขับขี่ได้ครับพ้ม”
“แต่ทั้งนี้ ก็เพราะผมได้รับมอบหมายให้ยืนประจำการ มากกว่าที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก ครับพ้ม”
“ผมได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา เพื่อช่วยสลับเวร กับตำรวจท่านอื่น เพราะไม่มีตำรวจคนไหนจะยืนได้ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเด็กเซเว่นฯ ครับพ้ม”

“เออ..จ่าฯ เด็กเซเว่น เขามีเปลี่ยนกะกันครับ” (ผมขอพูดแทรก)

“นั่นแหละ แต่นี่ผมยืนวันละ 24 ชั่วโมง มาเป็นร้อยๆวัน ยังไม่มีใครมาเปลี่ยนกะเลย ครับพ้ม”

น่าสงสารจ่าเฉยเหมือนกันนะเนี่ย
หากแกไม่ถูกใช้งานหนักขนาดนี้ บางทีมุขยืนขู่ก็ยังพอใช้ได้
ถึงตอนนี้ อย่าว่าแต่คนขับขี่รถเลยครับ เอาจ่าฯไปตั้งกลางทุ่งนา ไม่รู้ว่านกกาจะกลัวหรือเปล่า

ตัวอย่างของจ่าเฉย เป็นบทเรียนสอนใจ คนทำมาค้าขายได้เป็นอย่างดีครับ
เพราะการ ‘ยืนขู่’ ของจ่าเฉย ก็คล้ายๆ ‘แคมเปญการตลาด’ นั่นเอง

‘ยืนขู่’ เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ไม่ให้ทำผิด ซึ่งเป็นภารกิจของตำรวจจราจร
ส่วน ‘แคมเปญการตลาด’ ก็เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้า เป็นภารกิจของบริษัททั่วๆไป

ทั้งสองกลยุทธ์เหมาะสำหรับการนำมาใช้เฉพาะกิจ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
เพื่อเบี่ยงเบนพฤติกรรมจากความเคยชินปกติ
ดังนั้น มุขแบบนี้ จึงไม่ควรมีบ่อยเกินไป

มิดไนท์เซล ที่จัดเพียง 1 อาทิตย์ ก็เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารีบมาช้อป และต้องสละเวลาครึ่งค่อนคืน ยืนลุ้นโชค
แคมเปญช้อปลุ้นล้าน แจกบ้านพร้อมคนใช้ อะจึ๊ย! อย่างหลังนี้ไม่มีให้ครับ ก็จัดรายการราวๆ 1 เดือน เพื่อให้ลูกค้าที่กรอกชื่อที่อยู่ ไม่ต้องรอลุ้นโชคจนเหงือกแห้ง
โปรโมชั่นแสตมป์ ก็จัดเต็มที่ 2-3 เดือน มันถึงจะสนุก หากจัดรายการสั้นเกินไป ลูกค้าคงไม่ได้แลกของรางวัล

ลองคิดดูสิครับ ถ้าแคมเปญที่ว่ามานี้ จัดรายการทั้งปีจะเกิดอะไรขึ้น
ลูกค้าจะเห่อไปช้อปจนเที่ยงคืนทุกวันไหม?
สินค้าแจกแสตมป์ทองทีเดียว 10 ดวง จะหมดเชลฟ์ทุกวันหรือเปล่า?

เห็นใช่ไหมครับว่าที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชามอบหมายหน้าที่ให้จ่าเฉยพลาด แต่ก็ใช่ว่าจ่าเฉยจะหมดประโยชน์
หลังจากประกาศถอนตัวออกจากสี่แยก ไปเมื่อ 20 ธันวาที่ผ่านมา
ผมว่านี่แหละเป็นโอกาสอันดี ที่จ่าฯ จะค่อยๆกระดึ๊บมาประจำการอีกครั้ง

ตอนนี้คนขับขี่เข้าใจตรงกันว่า ที่เห็นตามสี่แยกนะของจริง
ดังนั้น ถ้าเอาตัวปลอมมายืนสลับกับตัวจริง แบบไม่ระบุเวลาแน่นอน รับรองต้องได้ผล
และเมื่อทำไปได้อีกสักพัก ประชาชนเริ่มจับทางได้
“ยืนนิ่งๆแบบนี้ จ่าเฉยใจดีแน่ๆ เดี๋ยวอั๊วะหิ้วขึ้นรถกระบะให้ดู”

ตำรวจก็ต้องใช้มุขใหม่ แทนที่จะใช้ จ่าเฉยฯหลอกว่าเป็นจ่าจริง
ก็ให้ จ่าจริง ยืนตะเบ๊ะนิ่งๆ หลอกว่าเป็นจ่าเฉย ส่วนจ่าเฉยฯก็ไปนั่งดูทีวีในป้อมติดแอร์
หลอกไปเรื่อยๆจนประชาชนเดาไม่ถูก คราวนี้คนจะฝ่าฝืนกฎหมายก็เริ่มงง

ถึงตรงนั้น ทุกท่านจะเห็นคุณค่าของจ่าเฉย เผลอๆอาจได้เลื่อนตำแหน่ง แทนที่จะต้องเป็นจ่าฯไปตลอดชีพ
ส่วนจะเลื่อนขั้นเป็นยศอะไรนั้น ก็แล้วแต่ ผบ.ตร.
“อ้าว เก้าอี้ว่างอยู่นี่”
“จ่าเฉยฯ ไปนั่งแก้ขัดสิ!”