Archive for » October, 2009 «


เมื่อเช้าเข้าครัว อยากทานอะไรร้อนๆก่อนออกไปทำงานครับ
แต่ในตู้เย็นมีเสบียงไม่มากนัก ผักก็เกลี้ยง เนื้อก็ไม่มีสำรองไว้
ตั้งแต่เข้าเทศกาลกิจเจ ตู้เย็นที่บ้านก็เลยปลอดเนื้อสัตว์ไปด้วย
ถึงตอนนี้ยังไม่มีเวลาไปซื้อของมาตุนเลยครับ

วัตถุดิบมีแค่ไข่ เมนูวันนี้จึงเป็น ‘ไข่คน’ เอ้อ…เรียกให้เต็มๆก็คือ ‘ไข่ไก่คน’ ครับ
เมนูนี้ทำง่าย ใช้เวลาน้อย เหมาะมากๆกับคนเมืองที่เร่งรีบ
“ข้าวร้อนๆกับไข่คนแบบขลุกขลิกๆ”

แค่ตั้งกะทะ เปิดไฟอ่อนๆ ใส่น้ำมันพอหมาดๆ แล้วตอกไข่ลงไปเลย
จากนั้นก็ตามด้วย ผู้ช่วยพระเอกครับ! ผมเลือกใช้ ซอสลีกุมกี่ โชยุ และเหล้าสาเก
ปรับรสให้กลมกล่อมด้วย เกลือและน้ำตาล
โรยนิดหน่อยก็พอ!
ผมเลี่ยงน้ำปลาครับ เพราะเป็นคนมือหนัก ใช้น้ำปลาทำเมนูนี้ทีไร จะได้ ‘ไข่ทะเล’ ทุกที

จากนั้นก็คนไปเรื่อยๆ
ถ้าชอบแบบแห้ง ก็คนนานหน่อย
ถ้าชอบฉ่ำๆ ก็คนแป๊บเดียวเป็นอันเสร็จ ตักวางบนข้าวร้อนๆ น่าทานทีเดียวครับ!
แฮ่ม…วันนี้มาผิดแนว ชวนทุกคนเข้าครัวซะงั้น

เมนูนี้ฝีมือไม่ต้องครับ ทุกอย่างอยู่ที่เครื่องปรุง
ผมเคยลองใช้ซอสหอยนางรมหลายยี่ห้อ แล้วก็เห็นความแตกต่างครับ
ยี่ห้อลีกุมกี่ มีความเข้มข้นกว่ายี่ห้ออื่น จึงทำให้ได้รสกลมกล่อม

พอไม่ได้เข้าครัวบ่อย ซอสที่เปิดไว้เลยดูแห้งๆ ผมไม่แน่ใจว่าจะทำให้ความอร่อยน้อยลงหรือเปล่า
แต่คิดว่า น่าจะมีส่วน
แม้ลิ้นผมจะแยกแยะไม่ได้ขนาดนั้น
เคยได้ยินกูรูด้านอาหาร จำไม่ได้ว่าเป็น หมึกแดง อาหม่อมฯ หรือลุงหมัก บอกว่า ‘ความสดคือกุญแจสำคัญของการทำอาหาร’
“อาหารไทย ถ้าจะทำให้อร่อย ต้องใช้กะทิสด เพราะจะได้กลิ่นหอม” คงจะเหมือนกาแฟมั้งครับ คั่วบดใหม่ๆจะทำให้หอม อร่อย

คำพูดนี้น่าจะจริง เพราะผู้ผลิตซอสในญี่ปุ่นก็ชูคุณสมบัติเรื่องความสดใหม่ เป็นจุดขาย
ซอสบรรจุขวด อาจจะทำให้พ่อครัวใช้งานสะดวก แต่เมื่อเปิดใช้แล้ว ของที่เหลือในขวดจะไม่สดอีกต่อไป
เพราะเมื่อซอสเจออากาศ รสชาติก็เปลี่ยน
จะทำซองเล็กๆ ใช้หมดเป็นครั้งๆ ก็เปลืองต้นทุนน่าดู

yamasa จึงคิดค้นซองแบบใหม่ ที่ให้อากาศไหลทางเดียว ห้ามย้อนศร
เมื่อซอสข้างในไม่สัมผัสอากาศ จึงอยู่ในสภาพใหม่เสมอ
ทุกครั้งที่เทซอสน้ำจิ้ม จึงเหมือนฉีกซองใหม่ทุกครั้ง
ทำให้รสชาติคงเดิม

เห็นวิธีถนอมรสชาติอาหารแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงการเตรียมนมลูกของคุณแม่ยุคใหม่
หากได้ถุงแบบนี้ ชีวิตก็น่าจะดีขึ้น
เพราะสามารถสต๊อกนมให้ลูกได้มากกว่าเดิม ทำให้มีเวลาเหลือที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้อีก!
“…แล้วทำอะไรหล่ะ?”
;-)


แม้ไม่ค่อยมีเวลา แต่ถ้าว่างเมื่อไร ผมก็เข้าครัวลงมือปรุงอาหารทานเองครับ
ด้วยความมั่นใจว่าทำอาหารเก่ง ผมจึงไม่ต้องพึ่งตำรา
เออ… เก่ง กับ อร่อย บางครั้งก็ไม่ได้ไปด้วยกันนะครับ

อันที่จริงก็สามารถทำให้อร่อยได้เหมือนกัน แต่ผมเกรงว่าถ้าทำอร่อย เดี๋ยวน้ำหนักตัวจะเพิ่มเร็วเกินไป สุดท้ายก็เลือกทางสายกลางครับ
พอทานได้!

เนื่องจากความสุขไม่ได้อยู่ที่รสชาติเสียทีเดียว
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ไปซื้อของอร่อยๆมาทานเลย ก็หมดเรื่อง

แต่ความสุข เกิดขึ้นในขั้นตอนการปรุงครับ
ดังนั้น ผมจึงชอบปรับโน้นปรุงนี่ไปเรื่อยๆ แต่คงไม่พิสดารเท่าอาจารย์ยิ่งศักดิ์
เป็นการหาความสุขระหว่างทาง
เหมือนการนั่งรถไปทำงาน แม้จะเป็นเส้นทางเดิมๆ แต่บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปทุกวัน
วันไหนรถไม่ติด ไม่เก็บแดงทุกแยก ชีวิตก็มีความสุข
วันไหนรถไฟฟ้าไม่แน่น ไม่แถมกลิ่นแปลกๆที่เกิดจาก Chanel ผสม Dior และเจือด้วย Armani ชีวิตก็สุขี

ผมเชื่อว่าหลายคนคงหาความสุขจากการเข้าครัวเช่นเดียวกับผม
ไม่เช่นนั้น นิตยสารอาหาร คงไม่ออกมาวางขายมากมายแบบนี้
และรายการทีวี คงไม่เชิญเชื้อหม่อมฯ มาสอนทำอาหาร

แต่… ตำราอาหารแบบนี้มันโดนใจคนสมัยนี้หรือเปล่า?
เพื่อไม่ให้ตกขบวน ‘ทัช’ ที่มาแรงเหลือเกิน
TechCrunch จึงร่วมมือกับ Apple ทำ Cook book แบบสัมผัสได้ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่และสาวกไอโฟน

จอสี่เหลี่ยม ตั้งเอียงได้ นอนงายได้ มีชื่อว่า QOOQ เริ่มทำตลาดในฝรั่งเศสแล้ว ด้วยราคา 349 ยูโร
ในนี้จะมีวิธีการปรุงอาหาร 500 เมนู และวิดีโออีก 10 เรื่อง
ดูเหมือนไม่เยอะใช่ไหมครับ
แต่ช้าก่อน ของเล่นในครัวชิ้นนี้เขาออกแบบมาให้อัพเดทข้อมูลได้ตลอด
ในเครื่องจะติดตั้งระบบ WiFi มาเรียบร้อย
เพียงแต่ว่า ถ้าจะรับข้อมูลเพิ่มก็ต้องจ่ายรายเดือนอีก 12.95 ยูโร
แลกกับเมนูกว่า 2 พันรายการ 500 วิดีโอทำอาหาร และการเพิ่มเมนูใหม่ๆอีกเดือนละ 50 เมนู

นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของ Apple ที่ต้องมองหาสินค้าอื่นๆมารองรับเผื่อมือถืออิ่มตัว
ต่อไปเราอาจได้เห็นของที่ ทัช ได้มากกว่านี้
แต่ที่น่าห่วงคือ มันไม่ฟรีนะซิ!
เพราะมีค่าจ่ายรายเดือนให้เป็นภาระไปเรื่อยๆ
ภาพจาก fubiz.net