เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ฮอนด้าจึงทำการลดจำนวนล้อ ให้เหลือล้อเดียว!
แหะๆ ไม่ใช่ครับ
เหลือ ‘ล้อเดียว’ นะใช่ แต่เหตุผลมันเป็นอย่างอื่น บ่แมนเรื่องต้นทุนเด้อ!
นอกจากหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่ฮอนด้าคิดค้นขึ้นมา และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในนาม
Asimo แล้ว
ก็มีนวัตกรรมยานยนต์อย่างอื่นด้วย ซึ่งก็มีข่าวแพลมออกมาเรื่อยๆ
ล่าสุดเป็น จักรยานยนต์ล้อเดียว ชื่อ U3-X
อุปกรณ์เคลื่อนที่ชิ้นนี้มีน้ำหนักไม่ถึง 10 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยไฟจากแบตเตอรี่ ซึ่งถ้า
ชาร์จเต็มที่จะวิ่งได้นาน 1 ชั่วโมง
ส่วนความเร็ว ทำเวลาได้ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เอ๊ะ! น่าจะเรียกความช้ามากกว่านะ
แต่สินค้าตัวนี้ยังไม่ขาย!
“อ้าว แล้วผลิตมาทำแมวน้ำอะไรหล่ะ?”
ยังไม่ขายตอนนี้ แต่อนาคตไม่แน่!
ท่านประธาน Takanobu ito บอกว่า ญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นสังคมคนแก่ บริษัทต้องคิดค้นยานยนต์ในรูปแบบใหม่ ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น
U3-X ที่เห็นนี้ เป็นตัวอย่างของการพัฒนา ซึ่งการหน้านี้เราก็ได้ทดลองหุ่นยนต์ครึ่งตัวที่มนุษย์ขึ้นไปนั่งและเคลื่อนที่ได้ เช่นเดียวกับหุ่นยนต์ Asimo ที่จะต้องพัฒนาขึ้นไปอีก
แล้วไป!
ผมนึกว่าจะให้คนแก่ โชว์ทักษะการทรงตัว ให้หลานๆดู
“ว่าแต่ ไม่มีแฮนด์จับแล้วจะขับอย่างไร?”
ง่ายๆครับ อยากไปข้างหน้า ก็เอนตัวไปข้างหน้า อยากถอยหลัง ก็ทิ้งน้ำหนักไปด้านหลัง
เอนซ้ายขวา รถก็วิ่งไปทางนั้น
ทิศทางขึ้นอยู่กับการถ่ายเทน้ำหนักของคนขับขี่
แบบนี้ก็ดีซิครับ ตัดปัญหาเมาแล้วขับ ได้อยู่หมัดเลย
แม้จะเป็นข่าวใหญ่โต ตั้งแต่ก่อนเดินทางไปแข่งที่ญี่ปุ่น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ขากลับน้องหม่องยิ่งดังกว่าเดิม
กลายเป็นคนสำคัญ ขนาดรัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ฯยังต้องไปรับ! คิดดูแล้วกัน
ความสำเร็จของ ‘ด.ช. หม่อง ทองดี’ น่าชื่นชมดีใจ แต่ผมอยากรู้เบื้องหลังความสำเร็จมากกว่า
คิดว่าครูคงสอนนักเรียนเหมือนกันทั้งห้อง
แต่แล้วทำไมน้องหม่อง ร่อนเครื่องบินพับได้เก่งคนเดียว?
จะว่า เพราะเด็กไปหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต หรือได้ทริคจากสารคดีทางเคเบิ้ลทีวี
… ก็ไม่น่าจะใช่!
น่าสงสัยและน่าสนใจครับ
เผื่อได้เทคนิคเอามาพับเครื่องบินเล่นบ้าง แก้ตัวจากที่เคยล้มเหลวในวัยเด็ก
จำได้ว่าตอนประถม ผมแพ้ประจำ เพราะปืนต้นไม้ไม่เก่งเหมือนเพื่อน
คนที่ปืนต้นไม้สูง จะปล่อยจากตำแหน่งที่เหนือกว่า
เครื่องบินก็อยู่ในอากาศได้นานกว่า
และคนปล่อยก็เสียวกว่า!!!
“เค้าเป็นคนที่ช่างคิด ช่างถาม พอเค้าถามผมก็แนะนำให้โดยใส่คำถามกลับไปให้เค้าลองไปทดลองเอง”
ใช้คำถามตอบคำถาม
เป็นเทคนิคการสอนที่ไม่ธรรมดาของอาจารย์อำนาจ กิตติจริยา แห่งโรงเรียนบ้านห้วยทราย
“อย่างทำไมมันถึงบินเอียง ผมก็ลองแนะนำถ้าอย่างนั้นพับปีกด้านข้างไหม ถ้าพับให้เท่ากันล่ะจะเกิดอะไร เค้าก็ลองไปทำดู”
ไม่สรุปคำตอบให้ว่า วิธีใดถูกต้อง! แต่เป็นการแนะนำ ตั้งคำถามชวนทดลอง ทำให้ ดช.หม่อง อยากค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
“ทำได้ก็ดีใจมาก รีบมาบอกผม ทำให้ผมเห็นแววว่าเด็กคนนี้ไปได้”
ขยันถาม และนำไปทดลองทำ
นี่มันเป็นเทคนิคเดียวกับที่ ‘ต๊อบ เถ้าแก่น้อย’ ใช้เลย
ตอนเริ่มทำสาหร่ายอบกรอบ เขาก็วิธี ‘ถาม ถาม และก็ถาม’
หรือตอนที่ทำสตูดิโอถ่ายรูป ‘ตัน โออิชิ’ ผู้ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องถ่ายรูป ก็บินตรงไปไต้หวัน เพื่อ ‘ถาม ถาม และก็ถามเช่นกัน’
รู้อย่างนี้ ถ้าตอนเด็ก ผมถามครูเรื่องปืนต้นไม้ ก็ชนะเพื่อนไปแล้ว
“ครูครับ ทำยังไงไม่ให้เสียว”
เพื่อนๆออกไอเดีย