
เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ที่อุตสาห์ประกาศให้ ‘การอ่าน’ เป็นวาระแห่งชาติ ผมจึงถือโอกาสนี้ รวมเรื่องราวในบล็อกขลุกขลิกจัดทำเป็น พ็อกเกจบุ๊คส์ เสียเลย
แหะๆ อ้างซะไกลเลยครับ
อันที่จริงก็มีแผนจะรวมเล่มมาได้สักพักแล้ว แต่เพิ่งจะมาลงตัวในช่วงนี้
ผมนำเรื่องราวในนี้ มาปัดฝุ่น ล้างน้ำ และขัดสีฉวีวรรณเสียใหม่ ให้ทันสมัยต่อเหตุการณ์มากขึ้น
โดยมี บก.มืออาชีพมาช่วยขัดเกลาอีกที
ตั้งใจมากครับ อยากให้เป็นหนังสือสามัญประจำบ้าน
เนื้อหาข้างในใกล้เสร็จแล้ว แต่ข้างนอกนี่ซิ
ผมยังคิดชื่อหนังสือไม่ออกเลย?
เห็นทีต้องขอรับบริจาคความคิดเห็น
ใครคิดออกก็ส่งชื่อมาได้เลยครับ!เปิดฟรีทุกสไตล์ ไม่จำกัดรูปแบบ จะสั้น จะยาวก็ส่งมาได้
จะส่งวัน 3 ครั้งหลังอาหารก็ได้เช่นกัน
ชื่อที่โดนใจคณะกรรมการ (ซึ่งก็คือผมนั่นแหละ) จะมีสินน้ำใจตอบแทนเล็กๆน้อยๆ เป็น Blackberry 1 ผล (แหะๆ กำลังคิดอยู่ว่า ถ้าให้หนังสือเล่มใหม่พร้อมลายเซ็นผม จะมีใครอยากได้มั๊ย?)
โพสต์ตอบในนี้ หรือจะส่งไปที่อีเมล clookclick@hotmail.com ก็ได้ตามสะดวกครับ
แล้วเจอกันบนแผงขายผลไม้
เอ้ย! แผงหนังสือเร็วๆนี้
“ทำธุรกิจก็เหมือนขับรถ หากเห็นเลนข้างๆไปเร็วกว่า ก็เปลี่ยนเลนซะ
ใครจะคลานอยู่เลนเดิมไปเรื่อยๆ ไม่ทันกินพอดี”
นักธุรกิจรุ่นพี่ที่ซี้กัน สรุปให้เห็นภาพการทำเงิน
คงจะจริงอย่างที่พี่เขาว่า การปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นเสมอๆในวงการธุรกิจ
บ้างก็ขยายกิจการในธุรกิจเดิม
บ้างก็ข้ามเลน ไปลองทำอย่างอื่นดู
แต่ก่อนเปลี่ยนเลน ต้องรอบคอบหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไปเสยก้นรถเสียที่จอดอยู่
ที่น่าจับตามองมากที่สุดในช่วงนี้ เห็นจะเป็น ปตท.
หลายปีก่อน ตอน ปตท. จับมือกับเซเว่นฯให้เข้ามาเปิดร้านในปั๊ม ก็สร้างความฮือฮาให้วงการพอสมควร
เพราะเป็นการร่วมมือของเบอร์ 1 กับเบอร์ 1
บริษัทที่มีปั๊มน้ำมันมากที่สุด จับมือกับร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากสุด
กลายเป็นยักษ์สองตัวยืนอยู่หน้าปั๊มเดียวกัน
แต่พอ ปตท. ซื้อปั๊มเจ็ท ไอเดียอยากลองของใหม่ก็เกิดขึ้น
เป็นธรรมดาของคนมีเงินเยอะ จะลองผิดลองถูกซะหน่อย คงไม่เสียหายอะไร
พอซื้อปั๊มเจ็ท ก็ได้ร้านจิฟฟี่แถมมาด้วย
เอ.. ไม่รู้ว่าอยากได้ของแถมมากกว่าหรือเปล่า?
เพราะพอซื้อเสร็จ ปตท.ก็ตั้งบริษัทลูก เพื่อบริษัทร้านค้าในปั๊มเป็นการเฉพาะ
เป็นการลองเปลี่ยนเลน แบบกั๊กเลนเดิมไว้ด้วย
เพราะบริษัทใหม่ จะดูแลจิฟฟี่ทั้งหมดร้อยกว่าสาขา
ส่วนอีกเจ็ดร้อยกว่าร้านที่เป็นเซเว่นฯ ก็ยังมีเหมือนเดิม
เป็นยักษ์ใหญ่มันดีอย่างนี้นี่เอง เล่นบท ‘ก้ำกึ่ง’ ได้สบายๆ
แต่อาการแทงกั๊กเริ่มกระจ่างขึ้นอีกนิด เมื่อเจ้าของร้านจิฟฟี่รายใหม่ไปจับมือกับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือเซ็นทรัล
เอาละซิ! นี่จะเป็นรักสามเส้า เราสามบริษัทหรือเปล่า?
‘ปตท. ซีพีออลล์ และค่ายเซ็นทรัล‘
เป็นที่รู้กันว่า เซ็นทรัลก็พยายามโตในรูปแบบอื่น นอกเหนือไปจากห้างสรรพสินค้า
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง เพราะเวลาเศรษฐกิจหด ห้างใหญ่ๆจะแย่ แต่ยอดขายไปเพิ่มในร้านเล็กๆ
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเมื่อครั้งเปิดมินิมาร์ทเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจร้านขนาดเล็ก
รอเพียงจังหวะเท่านั้น!
และเมื่อโอกาสมาถึงอีกครั้ง มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ
‘จัดหาสินค้าและส่งให้สาขาจิฟฟี่’ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือนี้
‘ทดลองเอาสินค้าแฟชั่นไปวางขายในบางปั๊ม’ เป็นไอเดียถัดไป
หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยอดขายเพิ่ม กำไรพุ่ง ก็ไม่รู้ว่า ปตท.จะขยายสัญญากับเซเว่นฯหรือเปล่า
งานนี้ทายยากจริงๆครับ ว่าสุดท้ายแล้ว ‘อั้ม พัชราภา’ จะเลือกใคร?
เพื่อนๆออกไอเดีย