Archive for » December, 2008 «

เคยได้ยินผู้รู้ท่านหนึ่ง กล่าวไว้ว่า คนไทยส่วนใหญ่มีลักษณะนิสัยคล้ายกระต่าย
คือ มองโลกอย่างมีความหวัง และพร้อมจะให้อภัย
“เดี๋ยวสิ่งร้ายๆ ก็ผ่านไป”
“เดี๋ยวเรื่องดีๆ ก็เกิดขึ้น”

ทัศนคติแบบนี้ละมั้งครับ ที่ทำให้เราผ่านเรื่องแย่ๆมาได้ ครั้งแล้วครั้งเล่า
ดูเหมือนเราจะมี “ความยืดหยุ่น” มากเกินไปในบางครั้ง
ดูเหมือนเราจะหละหลวมกับ “หลักการ” ในบางครา
แต่ผมเชื่อว่า ลึกๆเราต่างรักเพื่อนร่วมชาติ (หรือแม้กระทั่งต่างชาติ) และปรารถนาให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับบ้านเมือง

“ความรัก” และ “ความปรารถนาดี” ต่อเพื่อน ทำให้
บางครั้ง เราไม่พอใจที่เห็นเพื่อนบ้าน กวาดขยะออกมากองทิ้งนอกบ้าน
บางครั้ง เรารำคาญ ที่เพื่อนบ้าน จอดรถขวางทางเข้าออก
บางครั้ง เราหงุดหงิด ที่เพื่อนบ้านชอบแฟชั่นเสื้อผ้า คนละสีกับเรา
บางครั้ง ก็อยากเตือนให้ดูแลสุนัขมากกว่านี้หน่อย
หรือ บางครั้ง เราก็อยากจะบอกเพื่อนบ้าน ว่าอย่าให้ลูกเล่นเกมหรือดูทีวี มากเกินไป

ไม่ใช่ว่าเรา “ไม่กล้า” หรือ “กลัว” เพื่อน
แต่เราอยากอยู่ร่วมกับเพื่อน อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
หลายคนจึงเลือกที่จะ “ให้” แทนที่จะ “ห้าม”
“ให้อภัย” จึงเป็นทานอันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในก้นลึกหัวใจของคนไทยทุกคน

แม้นักพยากรณ์หลายท่านจะออกมา ฟันธง และ คอนเฟิร์ม ว่าปีหน้าจะมีเรื่องวุ่นๆให้ต้องปวดหัวอีกเยอะ
และเมื่อดูสถิติที่บันทึกไว้ ก็ยิ่งหวั่นใจ
เพราะหากย้อนรอยเหตุการณ์ปีฉลู ในครั้งที่ผ่านมา มันน่าระทึกใจทั้งนั้น
12 ปีที่แล้ว คือปี 2540
24 ปีที่แล้ว คือปี 2528
36 ปีที่แล้ว คือปี 2516

แต่ผมก็มั่นใจว่า เราจะฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้
สามซีรี่ย์ของปีฉลูที่ผ่านมา ช่วยทำให้ ปี 2552 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง
สู้ๆครับ ขอให้ “สติ” และ “กำลังใจ” อยู่เคียงข้างทุกคน
สวัสดีปีใหม่!!!

Merry X’Mas
สนุก สุข สมหวังกันถ้วนหน้านะครับ
จบข่าว…

แหะๆ จะแวะมาทักทายแค่นี้ เดี๋ยวคนอ่านจะว่าเอา งั้นขอตอบคำถามหน่อยนึง
เป็นกระทู้สดจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติ

คำถามมีอยู่ว่า “บริษัท ยูก็อปปี้(ไทยแลนด์) จำกัด ที่ร่วมกับแคนนอนจัดสื่อด้านหลังกระดาษ
ถ่ายเอกสารฟรี อยากทราบไอเดียว่าเมืองไทยจะปรับให้เข้ากับ นศ ไทยอย่างไรเนื่องจากลูกค้ากังวลว่าเด็กไทยจะถ่ายเอกสารมากๆต่อครั้ง ต่อคน”

เอาละซิ! ไอเดียธุรกิจแบบแจกของฟรี พอนำมาใช้ในเมืองไทยก็เป็นแบบนี้ละครับ
หากใครจำได้ เมื่อ 4-5ปีที่แล้ว ที่มีการทำการ์ดแจกฟรี ด้านหลังเป็นโฆษณาสินค้าดีไซน์สวยๆ วางตามร้านค้า ร้านอาหาร ให้หยิบฟรี

ไม่แน่ใจว่า การโฆษณาแบบนี้ ผิดพลาดเพราะเหตุใด แต่เท่าที่เจอกับตา คือ บางคนหยิบมากกว่า 1 ใบ เอาไปแจกต่อ เอาไปสะสม หรือไปเก็งกำไร ก็ไม่ทราบได้
ทราบแต่ว่า เจ้าของสินค้าคงไม่แฮ้ปปี้แน่

หรือที่เห็นกันชินตาทุกวัน ตามริมถนน มีการแจกสินค้าตัวอย่าง
บางคนสวมวิญญาณน้องพลับ
“ขอสอง”
เออ…. เอากะเขาซิ

ทั้งสองอย่างนี้ เจ้าของสินค้าต้องการ ‘กระจาย’ แต่ลูกค้าคนไทย ทำให้มัน ‘กระจุก” ซะงั้น

ที่ผมเล่าสองกรณีตัวอย่างนี้ ก็เพื่อให้นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าคนไทย ว่า “มันเป็นอย่างนี้นะ”
การแจกฟรีๆ ประเภทเดินมา รับของเลย จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่เห็นค่าและใช้ทิ้งใช้ขว้าง

ทางออกหนึ่ง ที่พอนึกออก คือ จำกัดปริมาณการใช้ หรือ ฟรีแบบมีเงื่อนไข
หมายความว่า
หากถ่ายเอกสารในจำนวนที่กำหนดไว้ (เช่น 50 แผ่นต่อคนต่อวัน) ก็ถ่ายฟรีแบบไร้เงื่อนไข แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น ก็ต้อง ‘จ่ายนิดหน่อย’

‘การจ่ายนิดหน่อย’ ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง เงินนะครับ!!!
ต้องหาวิธีที่เนียนกว่านี้

‘การจ่ายนิดหน่อย’ เพื่อให้ได้โควต้าถ่ายเอกสารเพิ่มขึ้น อาจเป็นการตอบคำถาม เล่นเกมส์ ในเว็บไซด์ เช่น ดูคลิปโฆษณา ความยาว 30 วินาที แล้วตอบคำถาม หากตอบถูกก็จะได้รับ SMS เป็นรหัสผ่านนำไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ถ่ายเอกสาร

หรือ ‘การจ่ายนิดหน่อย’ อาจเป็น กระดาษถ่ายเอกสาร ที่มีความแตกต่างจาก ของฟรี 50 แผ่นแรก
โดยแผ่นที่ 51 เป็นต้นไป จะมีโฆษณาอยู่ด้านหน้าด้วย อาจเป็นแถบด้านบนหรือด้านล่างเล็กๆ คล้ายๆสมุดจด ที่นักศึกษาไปขอสปอนเซอร์ ก็จะมีโฆษณาอยู่ด้านล่างและด้านบน

ย้ำนะครับ เนื่องจาก concept คือ “ฟรี” ดังนั้น ทุกวิธีที่เลือกใช้ ต้องไม่ให้ลูกค้า(นักศึกษา)เสียตังค์ แต่อาจเป็น ต้องเสียเวลา เพื่อดูโฆษณามากขึ้น

อ้าว! ไหนว่าจะตอบหน่อยเดียว?
งั้นขอจบแค่นี้ก่อน ท่านใดมีไอเดียต่างจากนี้ เชิญละเลงเลยครับ…