ไปสุรินทร์ครั้งนี้ ผมมีเวลาเพียงน้อยนิด แต่ภารกิจเยอะชิบโป๋ง
เลยไม่ได้ไปเดินดูท้องทุ่งไร่นา แต่เท่าที่เห็นผ่านตาตอนนั่งรถก็บอกได้เลยว่า ปีนี้ดูดีน้อยกว่าปีก่อน
แม้จะมีฝนตกหนัก เหมือนหลายๆจังหวัดที่เจอปัญหาน้ำท่วม
แต่ว่า ฝนมาช้าเกินไป
ช่วงที่ต้นข้าวกำลังชูช่อ รอฝน ดั้นไม่ยอมตก
ปล่อยให้ต้นหญ้าโตเอา โตเอา แซงหน้าไปเฉยเลย
สีเขียวๆเต็มท้องทุ่งนาจึงมีต้นหญ้าแซมอยู่เยอะมากๆ
ฟันธงเลยครับว่า ปีนี้ผลผลิตข้าวเปลือกน้อยกว่าปีก่อนแน่นอน
แต่ข้าวจะราคาสูงทำสถิติเหมือนปีก่อนได้หรือไม่ อันนี้ต้องลุ้นกันต่อครับ
สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเมืองช้าง นอกจากข้าวสารแล้ว ก็มีเบียร์ช้าง ครับ!
แฮะๆ ล้อเล่นหนะ สินค้าอีกอย่างคือ ผ้าไหม!
จำได้ว่า ตั้งแต่เคยเห็นผ้าไหม ผมไม่เคยถูกใจลวดลายที่มีอยู่เลย
ไม่ใช่ไม่สวยนะครับ เพียงแต่ว่า ไม่รู้จะเอามาใช้งานอย่างไร?
เพราะว่าสีและลวดลาย จะมีความเป็นอารยธรรมเขมรปนอยู่ไม่มากก็น้อย
แต่เดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปแล้วครับ
สีและลวดลาย ดูร่วมสมัยมากขึ้น
เท่าที่ได้แวะชม(แต่ไม่ได้ซื้อเลย เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะเอามาทำอะไร)ร้านผ้าไหม 2-3 แห่ง ก็ได้เห็นผ้าไหมเป็นผืนใหญ่ สีสันและลวดลาย น่าใช้มากๆ
สอบถามได้ความว่า หลายผืนเป็นออร์เดอร์จากเมืองนอก เขานำผ้าไหมไทยไปทำผ้าม่าน ทำกระเป๋า ….
งานทอมือ คุณภาพเนียบทุกผืน ราคาเพียงเมตรละ 250-350 บาท น่าใช้มากครับ
ผมตั้งใจว่าเที่ยวหน้าจะซื้อมาใช้ แต่ขอกลับมาคิด มาวัดพื้นที่บ้านก่อน
ร้านผ้าไหมมีหลายร้าน ไม่รู้จะเชียร์ร้านไหน แต่ถ้าต้องการเสื้อผ้า เน็กไท หรือกระเป๋าก็แวะได้ที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า [...]