Archive for » September, 2008 «

ไปสุรินทร์ครั้งนี้ ผมมีเวลาเพียงน้อยนิด แต่ภารกิจเยอะชิบโป๋ง
เลยไม่ได้ไปเดินดูท้องทุ่งไร่นา แต่เท่าที่เห็นผ่านตาตอนนั่งรถก็บอกได้เลยว่า ปีนี้ดูดีน้อยกว่าปีก่อน
แม้จะมีฝนตกหนัก เหมือนหลายๆจังหวัดที่เจอปัญหาน้ำท่วม
แต่ว่า ฝนมาช้าเกินไป
ช่วงที่ต้นข้าวกำลังชูช่อ รอฝน ดั้นไม่ยอมตก
ปล่อยให้ต้นหญ้าโตเอา โตเอา แซงหน้าไปเฉยเลย

สีเขียวๆเต็มท้องทุ่งนาจึงมีต้นหญ้าแซมอยู่เยอะมากๆ
ฟันธงเลยครับว่า ปีนี้ผลผลิตข้าวเปลือกน้อยกว่าปีก่อนแน่นอน
แต่ข้าวจะราคาสูงทำสถิติเหมือนปีก่อนได้หรือไม่ อันนี้ต้องลุ้นกันต่อครับ

สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเมืองช้าง นอกจากข้าวสารแล้ว ก็มีเบียร์ช้าง ครับ!
แฮะๆ ล้อเล่นหนะ สินค้าอีกอย่างคือ ผ้าไหม!

จำได้ว่า ตั้งแต่เคยเห็นผ้าไหม ผมไม่เคยถูกใจลวดลายที่มีอยู่เลย
ไม่ใช่ไม่สวยนะครับ เพียงแต่ว่า ไม่รู้จะเอามาใช้งานอย่างไร?
เพราะว่าสีและลวดลาย จะมีความเป็นอารยธรรมเขมรปนอยู่ไม่มากก็น้อย

แต่เดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปแล้วครับ
สีและลวดลาย ดูร่วมสมัยมากขึ้น
เท่าที่ได้แวะชม(แต่ไม่ได้ซื้อเลย เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะเอามาทำอะไร)ร้านผ้าไหม 2-3 แห่ง ก็ได้เห็นผ้าไหมเป็นผืนใหญ่ สีสันและลวดลาย น่าใช้มากๆ
สอบถามได้ความว่า หลายผืนเป็นออร์เดอร์จากเมืองนอก เขานำผ้าไหมไทยไปทำผ้าม่าน ทำกระเป๋า ….

งานทอมือ คุณภาพเนียบทุกผืน ราคาเพียงเมตรละ 250-350 บาท น่าใช้มากครับ
ผมตั้งใจว่าเที่ยวหน้าจะซื้อมาใช้ แต่ขอกลับมาคิด มาวัดพื้นที่บ้านก่อน

ร้านผ้าไหมมีหลายร้าน ไม่รู้จะเชียร์ร้านไหน แต่ถ้าต้องการเสื้อผ้า เน็กไท หรือกระเป๋าก็แวะได้ที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP อยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัด
ใครผ่านไปสุรินทร์อย่าลืมแวะอุดหนุนนะครับ!!!

อ้อ! ผมลืมให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับว่า สุรินทร์เป็นอีกจังหวัดที่มีเขยฝรั่งเยอะเหมือนกัน บางบ้านรวยในชั่วข้ามคืน จากหลังคาสังกะสี กลายเป็นมุงซีแพค พร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบเซ็ต
สาวไทยกลุ่มนี้แหละครับ ที่มีส่วนช่วยเปิดตลาดผ้าไหมและนำเงินดอลลาร์เข้าประเทศ

พูดถึงเขยฝรั่ง ผมเคยได้ยินเพื่อน มันอธิบายว่า “รู้มั๊ยทำไมฟุตบอลญี่ปุ่นถึงพัฒนาไปเร็วกว่าไทย”
ผมบอกว่า ก็บอลไทยขี้เกียจซ้อม แดดร้อน ไม่มีคนดู
“ผิด เพราะเขาซื้อตัวนักเตะเก่งๆ ให้โอนสัญชาติมาเป็นญี่ปุ่น”
“ในลีคญี่ปุ่น ก็จ้างนักเตะจากบราซิล ยุโรปมาเล่นเยอะๆ เป็นการถ่ายทอดฝีมือ ยกระดับการเล่น”
แล้วไงต่อ ผมถาม
“อีกเดี๋ยวอีสานก็รวยและเจริญแซงหน้าภาคอื่น”
“เพราะแต่งงานกับผัวฝรั่ง”

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีแล้วครับ
คนทำมาค้าขาย จะรายเล็ก รายใหญ่ คงต้องเหนื่อยอีกพอสมควร
จากการสำรวจแบบง่ายๆของผม ทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดละลายทรัพย์

ตลาดแรก ดูปริมาณการซื้อขาย ดูรายงานผลประกอบการ ดูข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ อีกตลาด ผมดูสีหน้าและน้ำเสียง ยามลูกค้าขอลดราคา
“อย่าต่อเลยคะะะะะ กำไรก็น้อยอยู่แล้ว ขายก็ไม่ค่อยดี”

สถานการณ์เป็นแบบนี้ บวกกับช่วงปลายปีเป็นฤดูช้อบปิ้งเสียด้วย เดี๋ยวเราได้เห็นเกมรุกแน่นอน

ผมจับจ้องดูค้าปลีกรายใหญ่ๆ ว่าจะมีแคมเปญอะไรให้ตื่นเต้น และยั่วเงิน(ที่ไม่ค่อยจะมี)ในกระเป๋าได้บ้าง
รู้สึกปีนี้จะไม่ค่อยกล้าขยับตัวเท่าไร อาจเพราะบ้านเรากำลังอยู่ในสภาวะ ‘สังคมอุดมปัญหา’

แต่แล้ว TOPs ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง วันนี้เพิ่งเปิดแคมเปญใหม่ซิงๆ
‘SPOT Money Back’ ชื่อก็บอกโทงๆว่า คืนเงิน แต่จะคืนจริงมั๊ย? คืนอย่างไร? คืนมากน้อยแค่ไหน? ผมขอไปลองใช้บริการดูก่อน แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง

เอาข่าวมาฝากสั้นๆแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวคืนนี้จะเดินทางกลับบ้านนอก เนื่องในโอกาสวันสาร์ทไทย
แต่คนละเส้นทางกับนายกฯนะครับ
ท่านลงใต้ ผมไปอิอีสาน
หวังว่าการรถไฟฯ คงไม่แถมเวลาให้ผมนะครับ แค่ 6 ชั่วโมงครึ่งก็เมื่อยตู-จะแย่อยู่แล้ว!