Archive for » August, 2008 «

7 – 1 และ 10 – 5
ไม่ได้ใบ้หวยนะครับ นี่เป็นผลงานของนักชกไทย ที่วันนี้โชว์ฟอร์มเทพ เอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างสวยสดงดงามทั้ง 2 คน อย่างนี้ได้ลุ้นเหรียญทองสนุกแน่!

โอลิมปิกส์ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้จักประเทศจีนมากขึ้น และตะลึงในความเป็นมหาอำนาจโลก
เปิดฉากด้วยการเหาะเหิรเดินอากาศไปจุดขบเพลิง เหมือนดูหนังกำลังภายในยังไงยังงั้นเลย
สถิติโลก สถิติโอลิมปิกส์ ถูกทำลายเป็นว่าเล่น เพราะจีน(อ้างว่า)เทคโนโลยีของสนามแข่งมีส่วนอย่างมาก เช่น สระน้ำจะไม่มีแรงกระเพื่อมย้อนกลับ ระดับน้ำก็อุณหภูมิก็นิ่งมาก

ผมเชื่อว่าอีกไม่นานโลกต้องกล่าวขานถึงจีนมากกว่าสหรัฐ
อย่าลืมนะครับว่า ที่เศรษฐกิจโลกอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะมีจีนเป็นตัวดึง ตัวฉุด
หากพึ่งมะกันเหมือนแต่ก่อน ป่านนี้พวกเราก็ล้มตาม sub-prime กันหมดแล้ว

แต่ก่อนคนไปลงทุนจีน เพราะค่าแรงถูก วัตถุดิบเยอะ หวังใช้จีนเป็นแหล่งผลิตเพื่อส่งออก
เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ คนไปลงทุนในจีน ก็หวังขายในจีนนั่นแหละ เพราะตอนนี้คนจีนเริ่มมีฐานะเพิ่มขึ้นมาก

เห็นการเตรียมการทั้งในและนอกสนาม ต้องบอกว่า นี่เป็นเหมือนงาน “เปิดตัวประเทศ” สู่สายตาโลกอย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีงานใหญ่อีกครั้งในปี 2010 ที่จีนจะเป็นเจ้าภาพจัด World Expo

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง คือ เรื่องอาหาร
ไปดูกันครับว่า ในช่วงการแขงขันโอลิมปิกส์แบบนี้ จีนเขาประดิษฐ์คิดค้นเมนูแบบไหนออกมาขายบ้าง

ภาพชุดแรกนี้ เป็นอาหารเมนูโอลิมปิกส์ครับ

เห็นแล้วน่ากินทุกสนามเลย
เอ๊ะ กินสนาม คุ้นๆมั๊ยครับ ว่าเมืองไทยก็มี?
(ขอขอบคุณ ภาพจากดีดีจัง)

ภาพชุดต่อมา เป็นสุดยอดงานแกะสลัก เมื่อเขานำไก่มาแกะสลักเป็นลวดลายนักกีฬา
ดูเผินๆเหมือนวาด แต่ตามข่าวบอกว่าเป็นการแกะสลักจริงๆ

(ขอขอบคุณ ภาพและเนื้อเรื่องจาก chinadaily.com)

ชุดสุดท้ายเป็นความพยายาม ที่น่าทึ่ง เมื่อชาวจีนสามารถปลูก “ลูกฟุตบอล” ได้
ใช่แล้วครับ! ผลไม้ที่ได้เป็นลูกฟุตบอล ที่ไม่ได้ผ่านการแกะสลัก

หลังจากทำการวิจัยอยู่นาน 6 ปี ท้ายที่สุด มิสเตอร์จา (Mr. Cha) ก็ได้ผลไม้ทรงลูกฟุตบอล ออกมาทันเฉลิมฉลองการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกส์

และแน่นอนว่า เทคนิคสุดลับนี้ เขาได้จดสิทธิบัตรไปแล้ว
ตอนนี้ลูกฟุตบอลยังไม่มียี่ห้อ ไม่รู้ว่า ถ้า NIKE หรือ ADIDAS เห็นเข้า จะรีบติดต่อ Mr. Cha ให้ปลูกลูกฟุตบอลยี่ห้อของตัวเองหรือเปล่า

(ขอขอบคุณ ภาพและเนื้อเรื่องจาก yeinjee.com)

กลายเป็นปัญหาใหญ่ของ P&G เสียแล้วครับ เมื่อธุรกิจมีดโกนหนวดต้องเผชิญกับการชะลอตัว ทั้งที่เมื่อสามปีก่อน P&G คิดการใหญ่ ด้วยการทุ่มเงินกว่า 57,000,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ผมใส่เลขศูนย์ไม่ผิดครับ อ่านว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อซื้อกิจการยิลเลตต์

แต่ตอนนี้ธุรกิจที่ลงทุน กลับมีทีท่าว่าจะไม่คุ้มเสียแล้ว
เหมือนผมซื้อกล้วยไม้เลยครับ ตอนซื้อก็ออกดอกสวยงาม แต่พอนำมาเลี้ยงที่บ้าน ไฉนไม่มีดอกใหม่มาให้ชื่นชมเลย

กลับมาที่ยิลเลตต์กันต่อ
แคมเปญที่ฮือฮา คงหนีไม่พ้นการจ้าง David Beckham มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โกนหนวดโกนเครา
ผมไม่แน่ใจว่า แคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายหรือเปล่า เพราะแฟนๆ Beckham เป็นสาวๆ แต่ผลิตภัณฑ์หลักของยิลเลตต์เป็นผู้ชาย
ถึงกระนั้น ผมก็ยังซื้อยิลเลตต์ใช้เป็นปกตินะ เพราะรู้สึกว่า ฝีเท้าการเตะฟุตบอลใกล้เคียง Beckham ไปเรื่อยๆแล้ว ผมไม่ได้เก่งขึ้นหรอกครับ Beckham ต่างหากที่แย่ลง (แหะๆ) ส่วนเรื่องหน้าตา ไม่ต้องพูดถึง เพราะสูสีกันอยู่แล้ว (5555 เขียนไปได้)

แต่ถึงอย่างไร ก็คงไม่ใช่ความผิดของ Beckham ที่ทำให้ยอดขายยิลเลตต์ลดลง
สาเหตุหลัก เพราะผู้ชายโกนหนวดกันน้อยลง จากที่โกนทุกวัน เหลือเพียง 3-4 วันต่ออาทิตย์

ที่โกนลดลง มันมีที่มาครับ!
หลักๆคือ ผู้คนเริ่มทำงานที่บ้านกันมากขึ้น แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องโกนหนวดบ่อย
ยังไม่พอครับ แฟชั่นผู้ชายยุคนี้ก็มีส่วน เพราะผู้ชายแมนๆนิยมลุคเซอร์ๆ มีหนวดเคราหรอมแหรม มาแรงกว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลา
ทำให้ P&G ต้องหาแคมเปญมากระตุ้นตลาด คล้ายๆน้องพลับขอสอง ที่โอวัลตินทำเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่ P&G ใช้วิธีขู่แทนการเชิญชวน

แคมเปญทางอินเตอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้ในชื่อ NoScruf เป็นเรื่องของกลุ่มหญิงสาวที่พยายามกดดันให้หนุ่มๆ ของพวกเธอโกนหนวดโกนเครา
ไม่เช่นนั้นพวกเธอจะไม่โกนขนรักแร้เช่นกัน!!!

ไม่รู้วิธีนี้จะทำให้ผู้ชายโกนหนวดถี่ขึ้นหรือไม่?