“อะไรเอ่ย อยู่ๆก็หดลงไปตั้ง 5-6 เซ็นติเมตร?”
ก็กรุงเทพธุรกิจฉบับเสาร์อาทิตย์งัย
หากไม่ได้แวะไปอ่าน interiorsiam.com ของคุณ MiND ผมคงตกข่าวแน่ๆ
(อันนี้ของเขาดีจริง มีอัพเดทอะไรใหม่ๆเสมอ ไม่ได้เชียร์นะครับแค่พูดเรื่องจริง)
จะด้วยต้นทุนแพง กำลังซื้อหด หรืออย่างไรไม่ทราบ
ทราบแต่ว่า ช่วงนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” กำลังเปลี่ยนแปลงเยอะทีเดียว
ก่อนหน้านี้ เพิ่งยกเลิก “Bizweek” หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับรายสัปดาห์
มาครั้งนี้ ก็ปรับโฉม “กรุงเทพธุรกิจฉบับเสาร์อาทิตย์”
ไม่รู้ว่า นี่จะเป็น แผนบันได 3 ขั้น ก่อนจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยน “กรุงเทพธุรกิจฉบับวันทำงาน” หรือเปล่า?
กลยุทธ์ย่อขนาด ที่จะเรียก ขนาดใหม่ว่า Compack size มีให้เห็นในหลายธุรกิจ
“สินค้าย่อขนาด” แต่ราคาคงเดิม เราก็เคยเห็นมาแล้ว! จาก 120 กรัม เหลือ 100 กรัม แต่ราคาเท่าเดิม
“ร้านค้าย่อขนาด” เราก็คุ้นเคยมาได้สักระยะเหมือนกัน! สังเกตุไหมครับว่า บิ๊กซีในบางจังหวัด ขนาดเล็กกว่าในกรุงเทพ
ทีนี้มาดู “หนังสือพิมพ์ย่อขนาด” บ้างว่ามีอะไรต่างจากเดิม
ขนาดที่เล็กกว่าเดิม แต่ใช้ฟ้อนต์เท่าเดิม แบบนี้เนื้อหาก็หายไปซิ!
ไม่ครับ เขาย่อขนาด แต่มีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้น
แต่เอ๊ะ! แล้วเล่มแจก ที่ชื่อ “เสาร์สวัสดี” หายไปไหน?
คนส่งหนังสือมุบมิบไปหรือเปล่า?
พลิกไปมา ก็เจออยู่เซ็กชั่นที่สองครับ
เขาจัดทำใหม่ ในอยู่ในขนาดเดียวกันเสียเลย
แล้วก็ยุบเซ็กชั่นสองเดิม ที่เป็นเรื่องหุ้น การเงิน มาอยู่ในเซ็กชั่นหนึ่งแทน
อะแฮ่ม! ที่แท้ก็แปลงของแถม เป็นสินค้านี่เอง
โดยรวมแล้ว ฉบับคอมแพ็กแบบนี้ ก็ถูกใจผมเหมือนกัน
ฉบับปกติต้องการแขนกว้าง 70 เซ็น ฉบับเสาร์อาทิตย์ก็หุบลงหน่อย เหลือ 60 เซ็น
กางแขนน้อยลง เมื่อยน้อยลง ยืนอ่านได้นานขึ้น
อย่างนี้ ต้องลุ้นให้ปรับทุกฉบับเล็กลงให้หมด
แต่ขอเพิ่มจำนวนหน้า เป็นการชดเชยนะครับ
เพราะเดี๋ยวเวลาชั่งโลขาย จะไม่ได้เท่าเดิม (แฮะๆ)
ไม่ได้เขียนแนะนำหนังสือเสียนานเลยครับ อันที่จริงก็มีเวลาว่างได้อ่านหนังสือบ้างเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอเล่มที่โดนใจ พอที่จะมาช่วยโฆษณาต่อ

แต่พอเจอเล่มนี้ ต้องบอกว่า ทั้งรีบอ่านเพื่อจะได้มาบอกต่อ เพราะสนุกจริงๆครับ
ผมว่าเรื่องราวในเล่ม สามารถดัดแปลงทำเป็นบทหนังได้เลย
เหตุเกิดจาก สุดยอดผู้บริหารคนหนึ่งในแคนนอนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับภารกิจ ต้องไปกอบกู้กิจการที่ขาดทุนสุดๆ (ถ้าเป็นหนังสือพิมพ์ เขาจะใช้คำว่า ขาดทุนบักโกรก)
ทุกคนรู้ว่า หนทางสู่กำไรในยุคที่การแข่งขันสูง มีอยู่หนทางเดียวคือ “ลดต้นทุน” ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี แต่ CEO ของที่นี่ มีวิธีที่ไม่เหมือนใคร
การประชุมผู้บริหารที่ยืดเยื้อเป็นวัน
แต่พอให้เอาเก้าอี้ ออกจากห้องประชุม ก็ทำให้ประชุมเสร็จเร็วขึ้น
“เอาเก้าอี้ออก แล้วประชุมอย่างไร?”
หลายคนอาจสงสัย
“ไม่มีเก้าอี้ ก็ต้องยืนซิครับ”
ถูกต้องแล้วครับ ที่นี่จะใช้วิธีการยืนประชุม
แม้ผู้บริหารบางคน จะมีปัญหาสุขภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่า การยืนที่ถูกวิธี ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น!
พอผู้บริหารเริ่มทำให้ดูเป็นตัวอย่าง จากนั้นมันก็ง่ายขึ้น ที่จะให้ลูกน้องทำตาม
บางองค์กร ผู้บริหารชอบคิด ชอบสั่ง แต่ตัวเองไม่ทำเป็นตัวอย่าง ผลงานจากการคิดเลยไม่ถึงไหน
นอกจากห้องประชุมแล้ว บริษัทนี้ก็เริ่มกำจัดเก้าอี้ออกไปจากหน่วยงาน ทีละฝ่าย ทีละแผนก
พอไม่มีเก้าอี้ ก็ทำให้งานไหลลื่นขึ้น
จากที่เคยขี้เกียจลุก เดินไปคุยงานที่แผนกอื่น แต่พอไม่มีเก้าอี้ ความขึ้เกียจก็หายไป
ไอเดียของ CEO ที่นี่ช่างแยบยลจริงๆ
นอกจากนั้น การยืนทำงาน ก็ช่วยให้พนักงานได้กระชับกระเฉง เพราะแน่นอนว่า คงไม่มีใครยืนหลับ
และที่ได้มากกว่านั้นคือ ประหยัดพื้นที่ทำงาน (จ่ายค่าเช่าตึกน้อยลง)
ประหยัดค่าใช้จ่ายซื้อเก้าอี้ (ทั้งซ่อม ซื้อใหม่ และเปลืองพื้นที่วาง)
อ้อ แต่เขาไม่ได้เอาเก้าอี้ออกไปทั้งบริษัทหรอกนะครับ หน่วยงานไหนที่จำเป็นก็ต้องมี
ผมยังไม่อยากให้เชื่อที่ผมเล่า แต่อยากให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้
เพื่อให้เข้ากับเนื้อหา ผมก็ลองยืนเขียน entry นี้ และก็ได้ผลทีเดียวครับ
เขียนเสร็จเร็วขึ้น (เพราะเมื่อย!!! ฮา)
“ต้องกำจัดเก้าอี้ ถึงจะมีกำไร”
มิน่า! คนในหลายบริษัทชอบเลื่อยขาเก้าอี้กัน เขาหวังดีกับบริษัทนี่เอง!
แต่เอ๊ะ! หนังสือเพิ่งออกได้ไม่นาน แต่พฤติกรรมนี้มีมาก่อนอีกแฮะ?
เพื่อนๆออกไอเดีย