Archive for May, 2008
ใครทำธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการ ต้องบอกว่าช่วงนี้ “น้ำลายเหนียวคอ” เลยครับ!
ไหนจะถูกดันก้น ด้วยราคาวัตถุดิบ
ไหนจะถูกกดหัว ไม่ให้ขึ้นราคา หรือขึ้นราคาไป ลูกค้าก็ไม่ซื้อ
กลายเป็นใส้แฮมเบอร์เกอร์ ที่นับวันจะถูกทับให้แบนขึ้น แบนขึ้นเรื่อยๆ
(แต่จะเบอร์เกอร์ไก่ หรือเบอร์เกอร์หมู อันนี้ต้องส่องกระจกดูเอง แหะๆ)
พ่อค้าหลายรายจึงต้องดิ้นหาทางออกชั่วคราว ด้วยการลดราคา
แม่จะกำไรหด แต่กำเงินสดก็ดีกว่ามีสินค้าค้างสต๊อกเป็นไหนๆ
ช่วงนี้ร้านรับทำป้าย คงเอียนกับตัวหนังสือ
“ลดกระหน่ำ”
“ลดล้างสต๊อก”
“ลดแล้วลดอีก”
“Mighty Sale”
“Midnigth Sale”
“Summer Sale”
“Special price”…
ผมว่าสถานการณ์แบบนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่คิดจะเริ่มทำธุรกิจ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ learning อย่างเต็มที่
ที่ผมขึ้นต้นว่า “ขายอะไรดี” ไม่ได้หมายถึงตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว
แต่รวมความถึง “จุดขาย” หรือเอกลักษณ์ของร้านค้าด้วยครับ
สังเกตุไหมว่า ทำไมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาร้านค้าขนาดเล็กแบบติดแอร์เย็นฉ่ำ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายก่ายกอง
ก็เพราะคนเราขี้เกียจขึ้นยังไงครับ!
ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
ฉะนั้น ร้านสะดวกเสียตังค์ จึงโตเอาๆ
ความสะดวกนี้ หลายคนอาจนึกถึง Place หรือ สถานที่ขาย
ว่าต้องเปิดร้านเยอะๆ เปิดร้านใกล้ๆลูกค้า หรือไม่ก็ ค้าขายออนไลน์
แต่อันที่จริง เราสามารถทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องมี Place ก็ได้ นั่นคือ ทำ Product ของเรา ให้เข้าไปใกล้ชิดกับลูกค้า
ที่เห็นชัด ก็อาหารแช่แข็งยังไงครับ!
อาหารพร้อมทานแช่แข็ง, กับข้าวแช่แข็ง, ขนมหวานแช่แข็ง, ผลไม้แช่แข็ง และอีกหลายๆอย่างที่แข็งได้ (อิอิ อย่าคิดลึกครับ)
ต่างมีเมนูใหม่ๆ ออกมาให้เลือกตลอดเวลา และก็เข้าไปอยู่ในตู้เย็นเกือบทุกบ้าน
แต่ด้วยภาวะการณ์กระเป๋าตังค์หด (อันที่จริง ต้องเป็นกระเป๋าตังค์บวมมากกว่า เพราะพกบัตรเครดิตหลายใบ)
ต่อให้มีสินค้าดีแค่ไหน ก็ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาช่วย
คนที่เรียนวิชาการตลาดมา รู้ดีว่ามันเป็นพื้นฐานธรรมดาๆของ marketing mix ที่ต้องปรับ Product, Price, Place และ Promotion ให้เข้ากับสถานการณ์
หากเปรียบเทียบสินค้าเป็นเหมือนฟุตบอล
“ราคาสินค้า” ก็เหมือน “การยิงประตู”
“ธุรกิจมีกำไร” ก็เหมือน “ทีมได้แชมป์”
แฟนๆทีมแมนยู นอกจากอยากจะเห็นทีมรักชนะคู่แข่งแล้ว ต้องการเห็น “โด้ สับ” ด้วย (ขอขยายความต่อ สำหรับบางคนที่ไม่ใช่นักดูบอล โด้ หมายถึง โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเป็นนักเตะจอมเทคนิก ที่มีลูกเล่นแพรวพราว โดนเฉพาะการเลี้ยงหลบและสับขาหลอกฝั่งตรงข้าม) ถึงทีมชนะ แต่ถ้าไม่เห็น “โด้ สับ” แฟนผี คงแฮ้ปปี้ไม่เต็มร้อย
หรืออย่างทีมเชลซี แม้ตอนที่เป็นแชมป์ลีก แต่การเล่นฟุตบอลที่เน้นผลชนะเกินไป ขาดความสวยงาม แฟนบอลก็เริ่มบ่นเหมือนกัน
ตรงกันข้ามกับอาร์เซนอล ที่เล่นบอลสวยงาม ต่อบอลจากเท้าไปเท้า (ต่างจาก mouth to mouth ตรงไหน?) แม้บางปีจะไม่ได้เป็นแชมป์ แต่ก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ
(ขออนุญาตไม่เอ่ยถึงลิเวอร์พูลนะครับ เพราะทีมโปรดของผมทีมนี้ ไม่มีแชมป์ลีกติดมือ เกือบ 20 ปีแล้ว เหอๆ เรื่องมันเศร้า)
เหมือนกันครับ
แม้ราคาจะสำคัญ แต่ “ราคาถูก” อย่างเดียว หรือขึ้นป้ายลดราคา ใช่ว่าลูกค้าจะซื้อ
ของลดราคา 80% ยังวางอยู่เต็มกะบะ
เพราะลูกค้าเดี๋ยวนี้ เสพติดคุณภาพสินค้า ไปเสียแล้ว!
May 30th, 2008
“ชอบทำบุญ”
“ชอบใส่ซองผ้าป่า”
“ถวายสังฆทานบ่อยๆ”
“ปล่อยนก ปล่อยปลา ในวันเกิด”
“เข้าวัดทุกๆวันหยุด”
“ที่คอนโดฯมีหิ้งพระ”
“ที่บ้านมีพระพุทธรูปหลายองค์”
“ในรถแขวนเหรียญหลวงพ่อ”
ถ้าใครไม่ชอบสักอย่าง หรือไม่มีแม้สักรายการตามที่ลิสต์มาข้างต้น ผมก็ต้องขออภัยที่เนื้อหาวันนี้อาจไม่ตรงใจ เพราะเรื่องที่จะเล่า เกี่ยวข้องกับวัดวาอารามและการทำบุญ
หากย้อนไป 12 เดือนที่แล้ว พอจะจำกันได้ไหมครับ ว่า “กระแสที่บูมสุดขีด” ในสังคมไทยคืออะไร?
ถ้าตอบว่า “แดจังกึม” แปลว่านั่ง Time Machine ย้อนไกลไปหน่อย ต้องเข้าเกียร์เดินหน้ามาอีก
กระแสสุดฮิตเมื่อปีที่แล้ว ก็คือ “จตุคามฯ” ครับ!
แม้ตอนนี้จะซาลงไปมากพอสมควร แต่หากเกิดปัญหาหรือวิกฤตในบ้านเมือง ความเชื่อและความศรัทธาแบบนี้ ก็จะได้รับนิยมอีกครั้ง
อย่างเช่นช่วงนี้ เศรษฐกิจกำลังแย่ๆ ข้าวของราคาแพง ในขณะที่การบ้านการเมืองยังมีถกเถียงก่อม๊อบกัน หลายคนเริ่มหมดที่พึ่ง จึงหันหน้าเข้าวัดมากขึ้น
ใช้การทำบุญ เพื่อสงบจิตสงบใจ!
แม้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ จะจัดทำเครื่องสังฑทานไว้ให้เลือกมากมายหลายราคา แต่ก็ต้องบอกว่ายังไม่ครบเครื่องพอ
นี่จึงทำให้เกิดห้างฯแบบใหม่ ที่เป็น One Stop Shopping สำหรับการทำบุญโดยเฉพาะ
ตามข่าวบอกว่า
“บริษัท สังฆภัณฑ์ จำกัด” เปิดตัวห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์แห่งแรก ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 บนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ มีพื้นที่ขายราวๆ 2 พันตารางเมตร
ก็ใหญ่พอๆกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมาตรฐาน
ในนี้จะมีทั้งเครื่องบวช เครื่องกฐิน เครื่องผ้าป่า เครื่องไทยธรรม สังฆทานชุด พวงหรีด วัตถุมงคล ของขวัญ ของชำร่วย ….
โอ้ย! เยอะครับ รวมแล้วนับแสนชิ้น
และในเมื่อเป็นห้างฯขายอุปกรณ์ทำบุญ ลูกค้าคงไม่ไช่ฆราวาสอย่างเดียว ต้องมีพระสงฆ์มาใช้บริการด้วยแน่ๆ ทางห้างฯจึงจัดทำห้องรับรองพระสงฆ์ ที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ
บริการอีกอย่างที่ทำให้ห้างฯนี้แตกต่างจากร้านขายทั่วไป คือการให้คำแนะนำ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่นะครับว่า เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่แม้จะชอบทำบุญแต่ก็ยังไม่เข้าใจในแต่ละพิธี ว่าต้องใช้อะไรบ้าง?
บางทีกลัวทำผิด ทำถูก เลยพาลให้ไม่เข้าวัดเสียอย่างนั้น
หากห้างขายสินค้าเฉพาะอย่าง หรือ Specialty Store แห่งนี้ประสบความสำเร็จ และขยายสาขาเพิ่ม เหมือนที่บริษัทเขาตั้งใจไว้ว่าจะเปิดให้ครบ 4 มุมเมือง
ต่อไปในช่วงวันหยุด พ่อแม่อาจพาลูกๆไปเดินห้าง เพื่อเตรียมของไปไหว้พระ
เข้าวัดทำบุญในวันหยุด เพื่อสงบจิตสงบใจ
แต่ถ้าได้เลขท้าย 3 ตัวด้วยก็จะดี (อิอิ ไม่ได้ทำบุญหวังผลนะครับ แต่หวังเลขท้าย)
:ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 23 พฤษภาคม 2551
May 26th, 2008

วันหยุดยาวสามวัน ผมแทบไม่ได้เข้ามาดูบล็อกเลย ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดที่ไหน อยู่กรุงเทพนี่แหละ
อย่างว่าครับ ชีวิตก็มีทั้งภาคออฟไลน์ และออนไลน์สลับกันไป
จะบอกว่างานยุ่งก็ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่เป็นเพราะตอนนี้กำลังคิดการใหญ่ อยากขยับขยายหาเคหะสถานที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม
ทาวน์เฮ้าส์ที่อยู่ก็ไม่ได้เล็กหรอกนะครับ (อันนี้ ผมเอาเกณฑ์เรื่องการทำความสะอาดเป็นตัวชี้วัด) แต่ก็อยากมีบ้านเดี่ยวกะเขาบ้าง
จึงเริ่มขับรถตะลอนๆ เยี่ยมชมโครงการต่างๆ
นี่ก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โครงการแล้ว อีกไม่นานก็คงเขียนรีวิวบ้านได้เหมือนกัน
ยิ่งดูมาก ก็ยิ่งตัดสินใจยาก
ยากอย่างแรก คือ ไม่มีที่ถูกใจทั้งหมด
ชอบห้องนอนโครงการนี้ แต่ชอบห้องครัวโครงการนั้น แต่ชอบสภาพแวดล้อมของโครงการโน้น แต่ชอบทำเลโครงการนู้น
ยากอย่างที่สอง คือ อันที่ชอบมากๆหน่อย ราคาแพงครับ (นิสัยชอบของแพงยังแก้ไม่หาย)
แม้จะมีบางโครงการ เสนอออปชั่นให้เปลี่ยนแปลงตำแหน่งห้องต่างๆได้ตามใจชอบ แต่ก็ถูกจำกัดด้วยขนาดบ้านและขนาดที่ดิน
ครั้นจะเลือกปลูกบ้านเอง จะได้ DIY ได้เต็มที่ตามใจชอบ ก็ไม่ใช่ง่าย ต้องเหนื่อยอีกหลายเท่า เพราะต้องติดต่อทุกๆอย่างเองหมด แถมบ้านที่เราอยู่ก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิด และ รปภ. เหมือนโครงการใหญ่ๆ
สรุปก็ตะลอนๆหาต่อไป คงมีที่ถูกใจและถูกตังค์
ร่ายมาเสียยาว แต่ยังไม่เข้าเรื่องวันนี้เลย อันที่จริงก็ปูเรื่องมาพอสมควรแล้วหล่ะ เพราะที่จะเล่าวันนี้เป็นคอนเซ็ปต์ DIY
หากใครจะทำธุรกิจ ลองใช้แนวคิดนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ
สินค้าทุกอย่างที่มีส่วนประกอบมากกว่า 2 ชิ้น ก็สามารถ DIY โดยให้ลูกค้าเลือก Mix & Match ได้ตามใจชอบ
เรื่องบ้านอาจยากไปนิด สำหรับการ DIY เพราะมีข้อจำกัด ไหนจะเรื่องการใช้เวลาสร้าง, การทำสัญญา, การตรวจรับ, การโอนบ้าน จะโอนช่วงไหน และอีกหลายๆเรื่อง ที่รอให้คุณปวดหัว
แต่ถ้าเป็นสินค้าอื่น ที่ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะอย่างนี้ ก็ใช้ DIY ได้หมด
เมื่อปีที่แล้ว ผมเขียนรีวิว MyShape ซึ่งเป็นธุรกิจเสื้อผ้า ที่ชูจุดขายว่า สาวๆมีทรวดทรงที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่าง
วันนี้ก็ถือโอกาสเขียนถึง “DIY กระเป๋าถือ” เสียเลย จะได้เข้าชุดกัน
และก็เหมือนกับหลายๆธุรกิจในยุคนี้ คือใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์
ร้าน elementalthreads จะมีแบบกระเป๋าทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ แบบมีหูหิ้ว หรือใช้ซิป
ขั้นตอนเริ่มจากลูกค้าเลือก “แบบกระเป๋า” ก่อน
จากนั้น ก็เลือกสีของ “บอดี้กระเป๋า” ซึ่งเขามีช้อยส์ให้เยอะมากๆ
พอได้บอดี้แล้ว ก็เป็นคิวของ หูหิ้ว, กระดุม และตบท้ายด้วย “ผ้าบุ” ด้านใน
ง่ายๆเพียง 4-5 คลิก ก็ได้กระเป๋าที่ดีไซน์เอง
และถ้าไม่แน่ใจว่าสวยพอไหม ก็ส่งอีเมลไปให้เพื่อนดู
ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนจ่ายตังค์
อีกตัวอย่างที่ใช้ DIY ในการทำตลาดตอนนี้ คือรถมอร์เตอร์ไซด์ครับ
จำได้ว่าตอนเรียนมัธยม อยู่ต่างจังหวัด เรื่องฮิตของหมู่วัยรุ่นคือการทำสีรถมอร์เตอร์ไซด์
แม้จะถอยมาใหม่เอี่ยม ก็ต้องมาพ่นสีล้อใหม่ เปลี่ยนกระจกมอง เปลี่ยนท่อไอเสีย และอีกนานาชิ้นส่วน
ดูเหมือนผู้ผลิตรถมอร์เตอร์ไซด์จะเข้าใจวัยรุ่นมากขึ้น ว่าชีวิต
จึงออกแบบรถให้เลือกสีเบาะ สีท่อไอเสีย ไฟท้าย หรือบังโคลน
จริงๆแล้ว ชีวิตเราทุกวัน ก็อยู่กับ DIY ตลอด
ลองนึกถึงเวลาสั่งก๋วยเตี๋ยวซิครับ
“เล็ก ชิ้น ไม่งอก ไม่เครื่องใน ผักเยอะๆ”
เพราะคนเรา ชอบไม่เหมือนใคร และก็ไม่อยากให้ใครเหมือน
ดังนั้น จะทำธุรกิจก็ต้องมีทางเผื่อเลือก ให้ลูกค้าได้ DIY บ้าง
May 21st, 2008
Previous Posts