ใครทำธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการ ต้องบอกว่าช่วงนี้ “น้ำลายเหนียวคอ” เลยครับ!
ไหนจะถูกดันก้น ด้วยราคาวัตถุดิบ
ไหนจะถูกกดหัว ไม่ให้ขึ้นราคา หรือขึ้นราคาไป ลูกค้าก็ไม่ซื้อ
กลายเป็นใส้แฮมเบอร์เกอร์ ที่นับวันจะถูกทับให้แบนขึ้น แบนขึ้นเรื่อยๆ
(แต่จะเบอร์เกอร์ไก่ หรือเบอร์เกอร์หมู อันนี้ต้องส่องกระจกดูเอง แหะๆ)
พ่อค้าหลายรายจึงต้องดิ้นหาทางออกชั่วคราว ด้วยการลดราคา
แม่จะกำไรหด แต่กำเงินสดก็ดีกว่ามีสินค้าค้างสต๊อกเป็นไหนๆ
ช่วงนี้ร้านรับทำป้าย คงเอียนกับตัวหนังสือ
“ลดกระหน่ำ”
“ลดล้างสต๊อก”
“ลดแล้วลดอีก”
“Mighty Sale”
“Midnigth Sale”
“Summer Sale”
“Special price”…
ผมว่าสถานการณ์แบบนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่คิดจะเริ่มทำธุรกิจ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ learning อย่างเต็มที่
ที่ผมขึ้นต้นว่า “ขายอะไรดี” ไม่ได้หมายถึงตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว
แต่รวมความถึง “จุดขาย” หรือเอกลักษณ์ของร้านค้าด้วยครับ
สังเกตุไหมว่า ทำไมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาร้านค้าขนาดเล็กแบบติดแอร์เย็นฉ่ำ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายก่ายกอง
ก็เพราะคนเราขี้เกียจขึ้นยังไงครับ!
ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
ฉะนั้น ร้านสะดวกเสียตังค์ จึงโตเอาๆ
ความสะดวกนี้ หลายคนอาจนึกถึง Place หรือ สถานที่ขาย
ว่าต้องเปิดร้านเยอะๆ เปิดร้านใกล้ๆลูกค้า หรือไม่ก็ ค้าขายออนไลน์
แต่อันที่จริง เราสามารถทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องมี Place ก็ได้ นั่นคือ ทำ Product ของเรา ให้เข้าไปใกล้ชิดกับลูกค้า
ที่เห็นชัด ก็อาหารแช่แข็งยังไงครับ!
อาหารพร้อมทานแช่แข็ง, กับข้าวแช่แข็ง, ขนมหวานแช่แข็ง, ผลไม้แช่แข็ง และอีกหลายๆอย่างที่แข็งได้ (อิอิ อย่าคิดลึกครับ)
ต่างมีเมนูใหม่ๆ ออกมาให้เลือกตลอดเวลา และก็เข้าไปอยู่ในตู้เย็นเกือบทุกบ้าน
แต่ด้วยภาวะการณ์กระเป๋าตังค์หด (อันที่จริง ต้องเป็นกระเป๋าตังค์บวมมากกว่า เพราะพกบัตรเครดิตหลายใบ)
ต่อให้มีสินค้าดีแค่ไหน ก็ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาช่วย
คนที่เรียนวิชาการตลาดมา รู้ดีว่ามันเป็นพื้นฐานธรรมดาๆของ marketing mix ที่ต้องปรับ Product, Price, Place และ Promotion ให้เข้ากับสถานการณ์
หากเปรียบเทียบสินค้าเป็นเหมือนฟุตบอล
“ราคาสินค้า” ก็เหมือน “การยิงประตู”
“ธุรกิจมีกำไร” ก็เหมือน “ทีมได้แชมป์”
แฟนๆทีมแมนยู นอกจากอยากจะเห็นทีมรักชนะคู่แข่งแล้ว ต้องการเห็น “โด้ สับ” ด้วย (ขอขยายความต่อ สำหรับบางคนที่ไม่ใช่นักดูบอล โด้ หมายถึง โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเป็นนักเตะจอมเทคนิก ที่มีลูกเล่นแพรวพราว โดนเฉพาะการเลี้ยงหลบและสับขาหลอกฝั่งตรงข้าม) ถึงทีมชนะ แต่ถ้าไม่เห็น “โด้ สับ” แฟนผี คงแฮ้ปปี้ไม่เต็มร้อย
หรืออย่างทีมเชลซี แม้ตอนที่เป็นแชมป์ลีก แต่การเล่นฟุตบอลที่เน้นผลชนะเกินไป ขาดความสวยงาม แฟนบอลก็เริ่มบ่นเหมือนกัน
ตรงกันข้ามกับอาร์เซนอล ที่เล่นบอลสวยงาม ต่อบอลจากเท้าไปเท้า (ต่างจาก mouth to mouth ตรงไหน?) แม้บางปีจะไม่ได้เป็นแชมป์ แต่ก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ
(ขออนุญาตไม่เอ่ยถึงลิเวอร์พูลนะครับ เพราะทีมโปรดของผมทีมนี้ ไม่มีแชมป์ลีกติดมือ เกือบ 20 ปีแล้ว เหอๆ เรื่องมันเศร้า)
เหมือนกันครับ
แม้ราคาจะสำคัญ แต่ “ราคาถูก” อย่างเดียว หรือขึ้นป้ายลดราคา ใช่ว่าลูกค้าจะซื้อ
ของลดราคา 80% ยังวางอยู่เต็มกะบะ
เพราะลูกค้าเดี๋ยวนี้ เสพติดคุณภาพสินค้า ไปเสียแล้ว!

เพื่อนๆออกไอเดีย