Archive for April, 2008

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

ขึ้นต้นแบบนี้ อย่าคิดว่าผมจะเขียนวิจารณ์หนังหรือชวนให้ไปย้อนอดีตกันนะครับ
หากแต่ยังเป็นเรื่องเล่าค้าปลีกเหมือนเดิม

ปิดเทอมใหญ่ แล้วเกี่ยวอะไรกับค้าปลีก?
หลายคนคงอยากถาม

ขอเฉลยแบบนี้เลยนะครับ
ในเมื่อทำนายังมีฤดู เป็นครูยังมีปิดเทอม ฟุตบอลยังมีปิดฤดูกาล ค้าปลีกก็มีฤดูขายเหมือนกันครับ

ฤดูขายหรือฤดูทำเงินของค้าปลีก ก็คือช่วงที่ผู้คนพักผ่อน ท่องเที่ยว และใช้เงิน

หากไม่นับปลายปีที่มีเทศกาลวันหยุดมากมายให้เฉลิมฉลองและซื้อของขวัญมอบแก่กัน
ช่วงหน้าร้อนปิดเทอมแบบนี้ ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่จะสร้างยอดขาย
เพราะลูกหลานปิดเทอม อากาศก็ร้อน หลายครอบครัวจึงใช้โอกาสนี้ไปเที่ยวด้วยกัน
ดังนั้นหากผู้ค้ารายใด เตรียมการดี มีสินค้าเด่น และแคมเปญโดนใจ ก็จะได้เปรียบคู่แข่ง

ผมลองสำรวจตลาดช่วงสงกรานต์ (เรียกแบบบ้านๆ ก็คือ เดินซื้อของนั่นแหละครับ) ก็เริ่มเห็นอาการของผู้ผิดพลาดอยู่เหมือนกัน
บางร้าน สินค้าหมดเชลฟ์ไม่พอขาย
บางร้าน สต๊อกบวม ขายไม่หมด เพราะตุนไว้เยอะเกินไป

พูดแบบภาษาฟุตบอล ต้องบอกว่า ร้านที่สินค้าไม่พอขาย ก็เหมือนทีมฟุตบอลที่ก่อนเปิดฤดูกาลประเมินสถานการณ์ไว้กลางๆ ไม่หวังว่าจะได้แชมป์
“จาก 20 ทีมที่อยู่ในลีคเดียวกัน ขอแค่ติด 1 ใน 10 ก็หรูแล้ว”

แต่พอแข่งจริง กลับโชว์ฟอร์มได้ดี ทำอันดับได้สูงกว่าที่คาดไว้
ทีนี้ เริ่มโลภ เป้าหมายเริ่มเปลี่ยน
“ลุ้นท็อป 5 ยังไหว และมีลุ้นแชมป์ฟุตบอลถ้วย”

แต่พอแข่งขันไปเรื่อยๆหลายนัด นักเตะเริ่มกรอบ บางคนบาดเจ็บต้องพัก ฟอร์มของทีมเริ่มแผ่ว ตัวสำรองก็เป็นตัวสำรองจริงๆ คือพอลงมาเล่น ผลงานก็เป็นรอง

สุดท้ายก็ตกรอบฟุตบอลถ้วย และจบฤดูกาลด้วยอันดับกลางๆตาราง
ซึ่งก็ไม่น่าผิดหวังอะไร เพราะตอนแรกก็หวังเท่านี้ เพียงแต่เสียดาย หากเตรียมทีมมาดีกว่านี้ มีนักเตะเก่งๆเยอะกว่าเดิม คงได้ลุ้นไปเตะถ้วยยูฟ่า

ผิดพลาดแบบนี้ไม่เท่าไร เพราะแค่ “ขาดโอกาสที่จะทำกำไร” เพิ่ม
ตรงกันข้าม
บางทีม โลภมากจะคว้าทุกแชมป์ จึงทุ่มเงินกวาดซื้อนักเตะเก่งๆมาไว้ในทีมมากมาย
แต่พอแข่งจริง ฟอร์มกลับผิดคาด นักเตะเก่งแต่เล่นไม่เข้าขากัน
ทะยอยตกรอบฟุตบอลถ้วย ทีละรายการ
และปิดฤดูกาลด้วยรองแชมป์

เมื่อพลาดแชมป์ทั้งๆที่ลงทุนไปมาก คนที่โชคร้ายคงหนีไม่พ้นผู้จัดการทีม
เพราะรายจ่ายเยอะ แต่ผลงานไม่มี
ไหนจะถูกเจ้าของสโมสรกดดัน ไหนจะถูกนักเตะงัดข้อ เพราะบางคนได้ลงเล่นน้อยมาก จนทำให้ต้องเลลัง ขายออกไปในราคาถูกไม่กี่ล้านปอนด์
แบบ”ลดกระหน่ำ ซัมเมอร์เซล”

ครับ! สงกรานต์ที่ผ่านมา ใครประเมินสถานการณ์พลาด คงว้าวุ่นใจไปอีกหลายเดือน

3 comments April 17th, 2008

โลกหมุนด้วยแก้ว

การซื้อน้ำดื่มเป็นถังๆ ทำให้ผมรู้ชัดเลยว่า หน้าร้อนแบบนี้ต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติแค่ไหน? และหากนับรวมน้ำใช้ ที่เอามาสาดมาเล่นสงกรานต์ด้วยแล้ว ก็ต้องบอกว่า
นี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องรองรับของเหลวมากเป็นพิเศษ

รับทั้งนอก รับทั้งใน

ขึ้นชื่อว่าเป็นของเหลว แปลว่ามันไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง
แล้ว “ภาชนะบรรจุน้ำใบแรก หน้าตาเป็นอย่างไร?”

ผมเกิดคำถามนี้ในระหว่างที่พยายามหา “ขัน” เพื่อใส่น้ำ ลอยดอกไม้ รดน้ำดำหัว เพื่อขอพรจากพ่อแม่เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทย
ไม่น่าเชื่อครับ! ในบ้านมีแก้วหลากหลายชนิดนับสิบใบ แต่มีขันลายดอกพริกแค่ใบเดียว

ทำไมจึงไม่ใช้ขัน?

จำได้ว่าตอนเด็กๆอยู่ต่างจังหวัด ชีวิตจะมีความผูกพันกัน “ขัน” มากกว่านี้
จะอาบน้ำ ดื่มน้ำ ซักผ้า หรือรดน้ำผัก ก็มักมีขันลอยอยู่ในตุ่ม

หากยึดความคิดแบบ ทอม สแตนเดจ ผู้เขียนหนังสือ A History of The World in 6 Glasses
ก็ต้องบอกว่า “ขัน” (หรือก่อนหน้านั้นอาจจะเป็น “กระบวย”) ของไทยเรานั้น กำลังจะสำรวจจากวิถีชิวิตสมัยนี้
เพราะมีเพียงแก้วเบียร์ แก้วไวน์ แก้วเหล้า แก้วกาแฟ แก้วชา และโคล่า (ดื่มจากหลอด เทใส่แก้ว หรือยกซดก็ได้) ที่ทรงอิทธิพลต่อโลกใบนี้

การประยุกต์ใช้ “ขัน” ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และถ้าทำได้
นอกจากจะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ความเป็นไทยได้ด้วย

ลองช่วยกันคิดเล่นๆ ดูนะครับ
นอกจากจะรณรงค์เล่นน้ำสงกรานต์ ด้วย “ขัน” ซึ่งพอจะช่วยให้ชาวต่างชาติ รู้จักภาชนะบรรจุของไทยเราแล้ว
มีอะไรที่ “ขัน” จะเข้าไปมีบทบาทได้บ้าง?

อย่าปล่อยให้ “ขัน” ต้องกลายเป็นของหายากเหมือน “ตู้กับข้าว” เพราะเดี๋ยวเราจะต้องประกาศให้มี
วันใช้ขันแห่งชาติ!

2 comments April 13th, 2008

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย


อยากเป็นดาราหน้าปกนิตยสารไหมครับ
ถ้าอยาก เดี๋ยวผมจัดให้ (แฮะๆ พูดเหมือนเป็นเสี่ยใหญ่เจ้าของสำนักพิมพ์)
ไม่ต้องเด่น ไม่ต้องดัง ก็มีรูปขึ้นหน้าปกได้เหมือนกัน

เมื่อเดือนก่อน ผมเล่าถึงไอเดียโพสเตอร์หนัง 5 Star Baby ที่ให้พ่อแม่ นำรูปลูกมาเป็นดารา พร้อมตั้งชื่อเรื่องตามใจชอบ
อันนั้นเสียตังค์ แต่ที่จะนำมาฝากวันนี้ ของฟรีครับ!!!
ถือเป็นของขวัญวันสงกรานต์เลยแล้วกัน(เอาง่ายๆแบบนี้แหละ)

ของฝากที่ว่า ก็คือ Mag My Pic ซึ่งเป็นเว็บไซด์ทำหน้าปกแม็กกาซีน
ในนี้มีหน้าปกให้เลือกมากกว่า 20 แบบ
เพียงอัพโหลดรูปของเรา จากนั้นก็เลือกปกที่ต้องการ
ง่ายๆ แค่นี้ ก็จะได้เป็นดาราดังขึ้นปกแม็กกาซีนนอกเชียวครับ

ผมลองนำรูปตอนไปเที่ยวปราสาทสัจธรรมมาใส่ปก LIFE, Style และ Natural Geography
ผลงานที่ได้ดูดีทีเดียว (ชมตัวเองซะงั้น)

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีวันหยุดยาวติดต่อกัน หลายคนคงได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด และมีรูปติดไม้ติดมือกลับมาเยอะแน่ๆ
ลองนำมาใส่ปกนิตยสาร แล้วค่อยนำไปปริ๊น ก็ได้อรรถรสอีกแบบ

ขอถือโอกาสนี้
สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ
เที่ยวสงกรานต์ให้สนุก เล่นน้ำให้พอชุ่มฉ่ำ และเดินทางปลอดภัยทุกคนครับ

Add comment April 11th, 2008

หลบร้อน


ช่วงนี้อากาศร้อนจนเกินจะบ่นเลยนะครับ
ต้องหนีไอร้อน เข้าห้างเกือบทุกวัน
นอกจากกระเป๋าตังค์จะแฟบเร็วกว่าปกติแล้ว การเดินห้างถี่แบบนี้ ก็น่าเบื่อเหมือนกัน

วันหยุดที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการออกไปเที่ยวทะเล
นานๆจะไปเล่นน้ำเค็ม แต่พอวันเดินทาง กลับมีฝนตกประเดิมแต่เช้า
ดูจะไม่เป็นใจเสียเลย

แต่ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความตั้งใจได้ ขับรถออกจากกรุงเทพ ฝ่าเม็ดฝนโปรยปราย
ทริปนี้คงไม่ได้เก็บภาพสวยๆริมทะเลแน่ๆ จึงเลือกเที่ยวชมอย่างอื่น

พูดเหมือนจะไปเที่ยวไกล แต่ที่ไหนได้ ไปแค่พัทยานี่เอง
หลังจากหาข้อมูลเสร็จสรรพทั้งคืน ก็ตกลงว่าจะไปชมปราสาทสัจธรรม แล้วค่อยแวะทานอาหารทะเล ก่อนกลับกรุงเทพในตอนค่ำ

ราคาค่าเข้าชม ดูจะเป็น “ตัวการ” ที่ทำให้ผมต้องหาข้อมูลและอ่านคำวิจารณ์จากเว็บต่างๆมากหน่อย
เพราะ 600 บาทต่อคน ก็ไม่ใช่น้อย ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้
ยิ่งไปกันหลายคน ค่าเข้าชมก็หลายพันบาท

เมฆครึ้มก็ดีไปอย่าง ช่วยให้เดินเที่ยวได้สบายขึ้น แต่ก็เสียตรงที่ถ่ายรูปได้ไม่สวยนัก
หลังจากดูการแสดงโชว์ปลาโลมา เป็นการเรียกน้ำย่อย ราว 30 นาที ก็ถึงคิวเข้าชมปราสาท ที่ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมง
เริ่มจากนั่งรถม้า วนดูบรรยากาศรอบๆ ก่อนจะเข้าไปดูด้านใน
ผมเลือกที่จะให้ไกด์อธิบาย แต่ละจุด แต่ละมุม แทนที่จะเดินดูความงามของงานไม้ด้วยตนเอง

“คุ้มและทึ่ง” กับผลงานของคนไทยจริงๆครับ
แม้ขนาดอาคารจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนนครวัด
แต่ลวดลายการแกะสลัก ก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน นี่น่าจะเป็นปราสาทไม้ที่ใหญ่ที่สุด
และถ้ารู้ว่า ปราสาทที่มีเสา 170 ต้นหลังนี้ ไม่มีส่วนผสมของเหล็กหรือตะปูเลย ก็ยิ่งทึ่งกันใหญ่
เป็นอีกหนึ่งแห่ง ที่เหมาะกับการเที่ยวในวันหยุดสงกรานต์ อากาศร้อนๆแบบนี้

นอกจากความงามด้านศิลปะแล้ว ปราสาทหลังนี้ยังแฝงคำสอนทางศาสนาไว้มากมาย
ช่วยให้เย็นใจขึ้นเยอะ สมกับเจตนารมณ์ของผู้สร้าง และชื่อ “ปราสาทสัจธรรม”

ลมเย็นๆโฉยมาจากทะเล ช่วยให้การเดินไป ชมไป สบายกว่าอยู่ในห้องแอร์
หากใครเผลอนั่งพัก มีหวังได้งีบหลับเป็นแน่

“ปราสาทนี้สร้างมาแล้ว 20 กว่าปี
แต่ยังไม่เสร็จ และคาดว่าจะต้องใช้เวลาสร้างอีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี”
ไม่แปลกใจเลยที่ไกด์บอกอย่างนั้น เพราะรายละเอียดเยอะมาก และการผุกร่อนตามกาลเวลา

ขนาดกรุงเทพเอง ที่สร้างมาแล้ว 200 กว่าปี ตอนนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ
ยังต้องขุด เจาะ กันอยู่ทุกวัน

1 comment April 9th, 2008

มันฝรั่งแดดเดียว


แม้สายน้ำจะไม่ไหลย้อนกลับ กาลเวลามิอาจย้อนคืน
แต่บางสิ่งกลับเกิดขึ้น ราวกับว่า “มนุษย์เราได้เดินมาสู่จุดเดิม”…

วันนี้ขึ้นต้นแปลกๆไหมครับ เหมือนจะปรัชญา
แต่เขียนไปเขียนมา เริ่มงงเอง
คงเป็นเพราะอากาศร้อนมากไปหน่อย สไตล์การเขียนเลย error

ช่วงนี้สมองทำงานช้ากว่าปกติครับ เพราะ “น้ำ” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสมอง ถูกส่วนอื่นของร่างกายแย่งไปใช้หมด

พอน้ำเหลือน้อย สมองก็เลย “ดูดี ดูดี๊ ดูดี” น้อยลง

ผมรู้สึกว่าปีนี้อากาศร้อนกว่าหลายๆปี แต่ร้อนน้อยกว่าเดิม!
งงไหมครับ?
ถ้างง ผมขออธิบายต่อนะครับ ถ้าไม่งง ก็ควรจะ… อ่านคำอธิบาย เพราะผมอุตสาห์เขียน (แฮะๆ)
อากาศร้อนกว่าหลายปี คือ อุณหภูมิสูงขึ้นทำลายสถิติเดิม แต่ที่ร้อนน้อย คือ อาจจะร้อนจัด ร้อนเปรี้ยงปร้างเพียงไม่กี่วัน จากนั้นก็มีฝนตกมาแทรกมาแซมเป็นบางวัน

ฝนตกสลับแดดออก นอกจากนกกระจอกจะสับสน คนก็แย่เหมือนกันครับ เพราะโดนไข้หวัดเล่นงาน

แต่ในความผิดปกติของฟ้าฝนแบบนี้ ยิ่งเป็นโอกาสอันดีของธุรกิจ ที่จะใช้ความ “รักษ์ธรรมชาติ” มาเป็นจุดขาย
สังเกตไหมครับ ศัพท์คำว่า Natural และ Green ถูกนำมาใช้ในทางการตลาดเยอะมาก
Green store, Green brand, Green products จะมีอยู่ในคำอธิบายของสินค้าหลายตัว

แต่ก็มีศัพท์อีกคำที่กำลังจะมาแรง นั่นคือ Sun
ศัพท์คำนี้ เหมาะสำหรับสินค้าที่ผลิตโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

อย่าง Frito-Lay ก็มีแบรนด์ SunChips ซึ่งเป็นขนมขบเคี้ยวสไตล์ถนัดของค่ายนี้
แต่ที่แตกต่างจาก(ยี่ห้อ)พี่น้องในค่ายเดียวกัน ก็คือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลักในกระบวนการผลิต
ซึ่งก็คล้ายๆ “กาแฟแดดเดียว” ที่ผมเขียนไปเมื่อหลายเดือนก่อน

โดยโรงงานผลิต SunChips นี้ ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ที่การติดตั้งแผงโซลาเซลล์ ซึ่งสามารถให้พลังงานได้มากกว่า 70% ของไฟฟ้าที่ต้องใช้ในโรงงานทั้งหมด

นี่ไม่ใช่แบรนด์ใหม่หรอกนะครับ แต่มีอายุเก่าแก่เกิน 10 ปีเชียว
หากแต่นี่เป็นจังหวะเหมาะ ที่ Frito-Lay จะปัดฝุ่นและโฆษณาใหม่อีกครั้งว่า

“ช่วยลดโลกร้อน ต้องทานขนมกรุบกรอบใช้พลังงานจากธรรมชาติ”
“ต้องเลือกขนมขบเคี้ยวแดดเดียว”
“สันชิบ”

ต้องระวังการออกเสียงเรียกชื่อยี่ห้อนะครับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอย่าเติมไม้โทพยางค์แรกเป็นอันขาด

1 comment April 2nd, 2008

Next Posts


Recent Posts

 

April 2008
M T W T F S S
« Mar   May »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked