Archive for » January, 2008 «

Tesco-Greener-Living 

เห็นทะยอยปรับปรุงร้านไปหลายสาขา
แถมเปลี่ยนสีใหม่ เน้นธีมสีเขียวเป็นหลัก 
ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เทสโก้โลตัส จะทำอะไรอีกหนอ?
แบบนี้ต้องไปแวะเยี่ยมเว็บไซด์ของบริษัทแม่ในอังกฤษเสียหน่อย
แล้วก็ถึงบางอ้อครับ!
เพราะว่าทุกอย่างในเมืองไทย ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คนลอนดอนต้องการ
คนๆนี้ ไม่เกี่ยวกับเจ้าของสโมสรแมนซิตี้นะครับ (อะแฮ่ม ชอบแวะไปเรื่องอื่นอีกแล้ว เดี๋ยวก็โดนใบแดงหรอก)
แต่เป็นบริษัทแม่ของเทสโก้โลตัสในเมืองไทย

ตอนนี้ Tesco ที่อังกฤษออกแคมเปญ Tesco Greener Living
ช่างเหมาะเจาะกับกระแสโลกร้อนเสียเหลือเกิน
ไม่ได้บังเอิญหรอกครับ แต่นี่เป็นความตั้งใจเกินร้อย กับภารกิจลดขยะ ลดการใช้พลังงาน

แคมเปญนี้ นอกจากจะกระตุ้นให้ลูกค้าลดการใช้ถุงพลาสติกแล้ว ยังจูงใจให้ลูกค้านำของเหลือใช้มา recylcle แล้ว โดยติดตั้ง automatic recycling machines ใน 27 สาขา ซึ่ง Tesco อ้างว่าสามารถ recycle ได้มากถึง 1 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์

และก็พยายามกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการเพิ่มสินค้าออร์กานิก หรือทำ Greener product labels เป็นการเฉพาะ เพื่อแปะกับสินค้ายี่ห้อของเทสโก้เอง เพื่อบอกลูกค้าว่าสินค้าเหล่านี้สามารถนำไป reuse หรือ recycle ได้ดีกว่าตัวอื่น

ไม่เท่านั้น การขนส่งก็หันมาใช้เรือ ใช้รถไฟมากขึ้น เพราะก่อมลภาวะน้อยกว่ารถยนต์ เรียกว่า ทำกันครบกระบวนการทีเดียว

การเปิดสาขาใหม่ ก็จะเป็น Green store
ไม่ใช่แค่ทาสีเขียวนะครับ แต่เน้นการประหยัดพลังงาน หรือใช้พลังงานสะอาด
เห็นว่าในเมืองไทย ก็มีแล้ว 1 แห่งที่พระราม 4 และกำลังจะเปิดอีกแห่งที่ศาลายา
สองแห่งนี้จะใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และก็กินพลังงานน้อยกว่าทั่วไป

แต่ที่น่าสนใจสุดๆ คือการทุ่มเงินกว่า 25 ล้านปอนด์เพื่อร่วมมือกับ Manchester University ซื้อกองหน้าระดับโลกมาร่วมทีม แฮะๆ เข้าซอยผิดครับ อันที่จริงเงิน 25 ล้านปอนด์นี้ ใช้ก่อตั้งสถาบันวิจัยเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อค้นหาวิธีลดปริมาณคาร์บอน
ไม่ว่าจะเป็นการทำกระดาษจากขนไก่ หรือเปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นพลังงานรถยนต์ หรืออะไรที่พิสดารกว่านี้ ที่สามารถทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น

ยังมีอีกครับ
เขายังควักอีก 100 ล้านปอนด์ ตั้งกองทุน Sustainable Technology Fund เพื่อร่วมกับมหาวิทยาลัย ศึกษาพลังงานสะอาด
ในบ้านเรา เอาน้ำมันทอดแฟรนฟราย มาเติมรถ
แต่กองทุนนี้ คิดจะเอาเศษอาหารไปทำให้รถวิ่งได้

นี่เป็นสถานการณ์ล่าสุดของการขยับตัวรับกระแสโลกร้อนของยักษ์ค้าปลีกอันดับต้นๆของโลก รายอื่นๆทำอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวจะหาโอกาสมาเล่าสู่กันฟังครับ

เพิ่งได้รับผลตรวจสุขภาพประจำปีมาหมาดๆ
แม้จะไม่ผิดคาด แต่ก็ทำเอาผิดหวัง
ไม่น่าเชื่อว่า คอเลสเตอรอล จะพุ่งปรู้ดทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  

“หมอตรวจผิดแน่ๆ”
“ทานอาหารก็ปกติ”
“มีข้าวมันไก่ และข้าวคากิพิเศษเพิ่มไข่ บ้างเป็นบางมื้อเท่านั้น” แฮะๆ       ;-)   
ยังไม่ยอมรับอีกครับ!

เข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า
ที่จะเล่าสู่กันฟัง ไม่ใช่สุขภาพของผมหรอกครับ
แต่เป็น สุขภาพของสินค้า

งงมั๊ยครับ?
“สินค้ามีเจ็บป่วยด้วยหรือ?”
“เวลาป่วย สินค้าต้องเข้าโรงพยาบาลมั๊ย?”

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ
การวัดสุขภาพของสินค้า ก็เพื่อดูว่า สินค้าตัวนั้น หรือยี่ห้อนั้น เป็นที่ยอมรับในสายตาของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน
หากแบรนด์ไหนแข็งแกร่ง ก็มีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะ

คนที่จะตรวจสุขภาพของแบรนด์ ก็ไม่ใช่หมอ แต่เป็นพวกเรานี่แหละ
แต่อย่างว่า คนเรามันนานาจิตตัง
ความเห็นแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกันแน่ ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจวิจัย

ผมขอนำผลสำรวจของ Ipsos ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลก ที่ทำการวิจัยในไทย โดยสอบถามคนกว่า 1,800 คน จากสินค้า 1,200 แบรนด์
ผลการสำรวจ brand asset valuator ในประเทศไทยปี 2007 พอสรุปได้ดังนี้ครับ

ใน 50 อันดับแรก มีธุรกิจค้าปลีกเยอะเหมือนกัน
MK อันดับ 17, KFC อันดับ 20, Big C อันดับ 24, Tesco อันดับ 31, Oishi อันดับ 33 และ Pizza Hut อันดับ 49
ส่วน 7-Eleven มาแรง ติด Top 10 เชียวครับ!

ข้ามไปดูธุรกิจมือถือ
ไม่น่าเชื่อครับว่า DTAC จะแซง AIS
แต่แปลกใจ ไม่มี TRUE ติด 50 อันดับแรก

ส่วนวงการธนาคาร มีเพียง SCB ติดอยู่ในอันดับ 48
และเช่นเคยครับ ผมขอกั๊ก 10 อันดับแรกไว้ ให้ทายเล่นกัน
PEPSI, COKE, ISUZU, YAMAHA, HONDA, TOYOTA, SONY, NOKIA, 7-Eleven, DOVE

ลองเดา ลองคิดในใจดูนะครับ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ กลับมาพบคำตอบกัน

ส่วน 40 อันดับที่เหลือ ไล่เรียงตามนี้เลยครับ
พานาโซนิค, ดีแทค, มาม่า, เอไอเอส, แฮปปี้, โอท็อป, เอ็มเค สุกี้, ซันซิล, โซนี่ อีริคสัน, เคเอฟซี, ซัมซุง, เนสกาแฟ, วัน-ทู-คอล, บิ๊กซี, ฟอร์ด, โตชิบา, บุญรอดฯ, สไปรท์, คอลเกต-ปาล์ม โอลีฟ, ซูซูกิ, เทสโก้ โลตัส, โอวัลติน, โออิชิ, ไอ-โมบาย, ลีวายส์, เลย์, ฮอลล์, เชฟโรเลต, แพนทีน, ยูบีซี (ทรู วิชั่นส์), กูเกิล, ไตรตัน, บรีซ, มิตซูบิชิ, ลักส์, ซี.พี. กรุ๊ป, นิสสัน, เอสซีบี, พิซซ่า ฮัท และไนกี้