Archive for » November, 2007 «

DIY-dress-design 

“หนึ่งพันหนึ่งร้อยแปดสิบบาทครับ”
เด็กปั๊มบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่าย หลังเติมแก๊ซโซฮอล์ให้เต็มถัง
ราคานี้ ยังไม่รวมน้ำมันที่มีอยู่พอสมควรก่อนเลี้ยวรถเข้าปั๊ม
ถ้าเป็นเมื่อ 2-3 เดือนก่อน เติมเท่านี้ราคาจะอยู่ในหลัก “ต่ำกว่าพัน” เท่านั้น

แถมกูรูด้านพลังงาน ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ราคาไม่มีลง มีแต่จะทรงและพุ่งขึ้น”  ช่วยตอกย้ำว่า เตรียมตังค์ไว้จ่ายเพิ่มได้เลย
ครับ! ราคาน้ำมันในบ้านเรา ไม่ได้อยู่ในวัยรุ่นหรือทีนเอจอีกแล้ว  แต่กำลังเข้าสู่วัย “เลขสาม”  วัยนี้ถ้าเป็นสาวๆก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ

แต่ก็ใช่ว่าวิกฤตแบบนี้จะมีผลเสียเสมอไป
เพราะหลายๆนวัตกรรม ก็เกิดขึ้นในภาวะหลังพิงฝา

เคยได้ยินวิธีคิดนี้มั๊ยครับ
ที่เขาบอกว่า แม้จะว่ายน้ำไม่เป็น แต่ถ้าเกิดพลาดตกลงไปในบ่อน้ำที่มีจรเข้ ก็สามารถว่ายน้ำได้ถึงฝั่ง เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูงมาก

คุณตัน ผู้สร้างแบรนด์โออิชิ  ก็ใช้ห้องอบเซาน่าเป็นบ่อจรเข้ 
ใช้ห้องอบเซาน่าเป็นเวทีแก้ปัญหา “ไม่ออกจากห้องอบเซาน่า จนกว่าจะคิดออก” 
ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระตุ้นให้สมองต้องคิด

หนึ่งธุรกิจ ที่เป็นผลผลิตในยุคน้ำมันแพง คือร้านเสื้อผ้าออนไลน์
แต่ไม่ใช่แค่คลิก จ่ายตังค์ และรอรับสินค้านะครับ
เพราะแบบนี้ธรรมดาเกินไป

หากย้อนไปดูว่า ทุกคนซื้อเสื้อผ้าเพื่ออะไร?
คำตอบที่ได้ ช่วยให้ styleshake ปั้นโมเดลธุรกิจออนไลน์ ให้เป็นที่ถูกใจสาวๆนักช็อป
เพราะ styleshake เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดีไซน์เสื้อผ้าด้วยตัวเอง ทั้งเลือกเนื้อผ้า เลือกสี กำหนดรูปทรง เลือกขนาด รวมไปถึงติดโบว์ ติดริบบิ้น
DIY ได้เต็มที่
แถมถ้าคิดไม่ออก ก็ไปของคนอื่นที่ออกแบบไว้
ข้อดีอีกอย่างของเว็บนี้ คือแต่ละคนจะมีประวัติข้อมูลส่วนตัว ว่าเคยซื้อเสื้อผ้าแบบไหน สีอะไร ไซส์ขนาดไหน จะได้ว่าอ้วนขึ้นหรือผอมลง
เมื่อเลือกได้เสร็จสรรพ ก็นั่งรออยู่บ้าน ประมาณ 10 วัน ของก็มาส่ง

ลูกค้าประหยัดเวลา ประหยัดค่าน้ำมัน และได้ของถูกใจ
ร้านได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเช่าหน้าร้าน ไม่ต้องผลิตสินค้าสต็อกไว้ก่อน
และยังมีส่วนช่วยลดปัญหาโลกร้อน เพราะร้านนี้ไม่ต้องผลิตสินค้ามาก่อน แล้วค่อยนำไปขาย ซึ่งบางชิ้นอาจจะขายไม่ออก สุดท้ายก็นำไปใส่กะบะ แปะป้าย “Sale” และถ้าลดราคาแล้วยังขายไม่ได้ ก็จะกลายเป็นขยะเสียอีก

ผมเองก็พยายามช่วยแก้ปัญหานี้
เจอ Adidas Nike แปะป้าย Sale ทีไร ก็ต้องเข้าไปอุดหนุน
“เพื่อช่วยลดโลกร้อน”

สตาร์บัคส์ 

“ของใหม่” ใครๆก็ชอบ
แม้แต่นักสะสมของเก่า ยังอยากได้ของใหม่
(อ้าว! แล้วมันใหม่หรือเก่ากันแน่ งงนะเนี่ย) 

ยิ่งในวงการธุรกิจด้วยแล้ว การมีสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้  และถ้าเป็นสิ่งใหม่ ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยแล้ว ยิ่งดีใหญ่
ดูอย่างสินค้า 2 แบรนด์ดังซิครับ สามารถทำให้มนุษย์ธรรมดาๆ กลายเป็น “มนุษย์หูขาว เลือดเขียว” ไปได้

“หูขาว” หลายคนคงเดาได้ ว่าเป็น iPod
ส่วน “เลือดเขียว” ก็…   ก็… 
ผมเฉลยให้เลยหล่ะกัน
ก็ “Starbucks” ครับ

วันนี้ขอนำเรื่องราว มาเอาใจแฟนพันธุ์แท้กาแฟแบรนด์ดัง
ทันทีที่เห็นภาพและบทสัมภาษณ์ในผู้จัดการรายเดือน ฉบับตุลาคมที่ผ่านมา
ก็อดอิจฉาร้าน Starbucks ไม่ได้  เพราะใครจะคิดว่ามีลูกค้าคลั่งไคล้กาแฟยี่ห้อนี้ขนาดหนัก ถึงขั้นสะสมแก้วทุกรุ่นทุกขนาด และจัดบรรยากาศในบ้าน ให้เหมือนนั่งอยู่ในร้าน

Starbucks เองก็พยายามเข้าไปใกล้ลูกค้าให้มากที่สุด จึงเพิ่มชนิดสินค้าให้มากขึ้น
นอกจากจะมีเม็ดกาแฟหอมๆ สำหรับคอกาแฟร้อนแล้ว ก็มีเครื่องดื่มแบบกระป๋อง ไว้เอาใจคอกาแฟเย็นด้วย ล่าสุดก็จับมือกับ Hershey’s เพื่อผลิตช็อคโกแลตยี่ห้อของตนเอง

แต่ดูเหมือนว่าการเพิ่มสินค้าเพียงอย่างเดียว คงจะไม่พอ
เพราะจุดขายหลักๆ คือร้านสาขา ที่มีอยู่ 10,300 แห่งทั่วโลก ดูจะน้อยเกินไป
วิธีการเดียวที่จะเข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น คือต้องเพิ่มช่องทางการขาย

แล้วจะทำอย่างไรดี?
จะเอาสินค้าไปวางบนชั้นสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเหมือนสินค้าอื่นๆ ก็ดูจะธรรมดาไปหน่อยสำหรับกาแฟเกรดพรีเมี่ยมแบบนี้

ว่าแล้ว เขาก็หาวิธีจูงใจฝ่ายจัดซื้อของห้างต่างๆ เพื่อให้ Starbucks ได้ดิสเพลย์สินค้าที่โดดเด่นกว่าสินค้าทั่วๆไป
และนี่เป็นที่มาของ Center Store Cafe’
แปลง่ายๆ ก็คือเป็นคาเฟ่ของสตาร์บัค ที่ตั้งตระหง่านกลางร้านค้าปลีก

งานนี้ไม่ใช่ Starbucks เจ้าเดียวที่ได้ประโยชน์
ครีมเทียม น้ำตาล ก็ได้อานิสงส์ไปด้วย
หรือแม้แต่ไวน์ ซึ่งเป็นสินค้าราคาแพง ก็อยากมาวางใกล้กาแฟเกรดเยี่ยม
เข้าทำนอง “คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

Starbucks คาดว่ารูปแบบ Center Store Cafe’ นี้ น่าจะช่วยเพิ่มช่องทางขาย ได้อีกกว่า 4,000 แห่งในปีหน้า

ยังไม่พอครับ!
กาแฟแสนอร่อยเจ้านี้ จะทดลองวิธีขายแบบใหม่อีกด้วย
นั่นคือ ขายกาแฟร้อนโดยเครื่องอัตโนมัติ หรือ Hot Vendign Machine
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้น้ำร้อนถึง 140 องศาฟาเรนไฮต์ในเวลาไม่ถึง 1 นาที (นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับของความอร่อย)

ก้าวย่างครั้งนี้ นับว่าเสี่ยงทีเดียว
เพราะดูจะห่างจากความเป็น Starbucks แบบดั้งเดิม ที่หลายคนประทับใจบรรยากาศในร้านและความเอาใจใส่ของเหล่า “บาริสต้า” พอๆกับประทับใจรสชาติของกาแฟ

เว้นแต่เจ้าเครื่อง Vendign Machine จะจำหน้าลูกค้าและกล่าวทักทายได้ 
“สวัสดีคะ  รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มมั๊ยคะ” อ้าว! หุ่นยนต์โดนไวรัสเล่นงานเสียแร้ววว