Archive for October, 2007

FIBO พาไทยโกอินเตอร์

FIBO
เฉยเชยจริงๆเลยครับ
ต้องยอมรับว่าตกข่าวอย่างมาก
เพราะเมื่อพูดถึงหุ่นยนต์ ผมก็มักเห็นภาพ ASIMO ลอยมาแต่ไกล
แถม version ล่าสุด ASIMO ก็สามารถวิ่งได้แล้ว
การวิ่งต่างจากเดินเร็ว ตรงที่ต้องขาลอยกลางอากาศพร้อมกันทั้งสองขา

มัวแต่ชื่นชมฝีมือต่างชาติ หารู้ไม่ ฝีมือคนไทยก็ใช่ย่อย
แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมก็ถึงบางอ้อ แม้จะไปบางมดก็ตาม
เอะ! ยังไง ไปบางมด หรือไปบางอ้อ

คืองี้ครับ สัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสไปเยี่ยมสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม  ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)

สถาบันนี้ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า FIBO เกิดจากลูกบ้าของ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่เลือกรับเงินเดือนไม่กี่พัน ทำงานสอน งานพัฒนาหุ่นยนต์ของคนไทย แทนที่จะไปรับเงินเดือนหลายหมื่นดอลลาร์ในต่างประเทศ

และวันนี้ ดูเหมือนหุ่นยนต์จาก FIBO แห่งนี้จะมีโอกาสไปแข่งในเวทีระดับโลกอีกครั้ง

ที่ผมประทับใจคือ ชื่อหรือรุ่นของหุ่นยนต์ครับ
เพราะแทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษ ดูอินเตอร์ๆ
แต่ทีมงานกลับเลือกใช้ชื่อที่ “ไทยมากๆ” 
นับตั้งแต่ “ส้มจุก” หุ่นยนต์ตัวแรก ที่ขนาดเท่าคน และมีเพียงครึ่งตัวล่าง ที่ตอนนั้นเน้นทำวิจัยการทรงตัวเป็นอันดับแรก

หลังจากนั้น ก็หันมาพัฒนาหุ่นยนต์ Humaniod (คือรูปร่างคล้ายมนุษย์) ในขนาดเล็กลง
ในชื่อ “ใจดี” “จี๊ด” “กาละแม” และรุ่นล่าสุดชื่อ “พอดี” 

“ใจดี” หนัก 3.3 กิโลกรัม สูง 45 เซ็นติเมตร เคยเข้าแข่งขัน Robocup 2005 ที่ญี่ปุ่น
ก่อนจะเห็นจุดบกพร่อง และกลับมาพัฒนา “จี๊ด” กับ “กาละแม”
จากนั้นก็เพิ่มจุดแข็งเข้าไปอีก จนเป็น “พอดี” หุ่นยนต์ generation ที่ 4 ของ FIBO

และ “พอดี” ตัวนี้ ก็เตรียมเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกที่ ATLANTA เร็วๆนี้ ในงาน Robocup 2007

นอกจาก พัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid ส่งแข่งระดับโลกแล้ว ตอนนี้ FIBO ก็หันมาจับมือกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์ที่นำไปใช้งานได้จริง
ซึ่งอาจจะเป็นในโรงงาน ในโกดังสินค้า หรือแม้แต่ตามร้านอาหาร สถานบันเทิง

เห็นการพัฒนาแล้ว ทึ่งกับความสามารถของคนไทยเลยครับ และขอเอาใจช่วยให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้
เห็นความตั้งใจของทีมงานแล้ว ผมมั่นใจว่า หุ่นยนต์รุ่นต่อไปหรือจะรุ่นไหนๆ คงจะไม่มีชื่อ “พอแล้ว” อย่างแน่นอน
 

2 comments October 31st, 2007

HairPod

HairPod 

หากใครได้ดูฟุตบอลพรีเมียร์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็จะพบสัจธรรมข้อหนึ่งครับว่า
“การเคลื่อนที่เร็วย่อมได้เปรียบ”
เกมวันนั้น เด็กๆอาร์เซนอล (เด็กจริงๆครับ อายุ 20 ต้นๆเป็นส่วนใหญ่) ทำเอาลิเวอร์พูลแทบเอาตัวไม่รอด ทั้งที่เล่นในสนามแอนฟิลด์บ้านของตัวเอง

แม้ลิเวอร์พูลจะอาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่า แต่ก็สู้ความสด ความเร็วไม่ไหว
กลายเป็นว่าสองกองหลังอย่าง คาร์ราเกอร์และฮูเปีย ที่อายุรวมกันเกิน 60 ปี ต้องวิ่งตาม อเดบายอร์ จนหมดแรง หอบแฮ้กๆ
ดีนะเนี่ย ที่เจอราร์ดยิงประตูนำไปก่อน จึงจบเกมด้วยผลเสมอ (เฮ้อ!)

สัจธรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนามกีฬา แต่ว่าเป็นจริงในทางธุรกิจด้วย
ธุรกิจใดปรับช้า อุ้ยอ้าย ก็เสี่ยงต่อการอยู่รอด โดยไม่สนใจว่าธุรกิจนั้นจะไซด์ใหญ่หรือไซด์เอส

ที่ธุรกิจต้องปรับตัวเร็ว ก็เพราะผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงเร็ว
นี่เป็นยุคที่มนุษย์อยู่นิ่งน้อยที่สุด

ไม่มีเวลาแม้จะหยุดคุยกัน
กระทั่งการประชุม ก็ต้องคุยกันบนรถหรือบนเครื่องบิน
ส่วนเรื่องกิน ต้องรีบขนาดกินไปเดินไป
พักผ่อนดูหนัง ฟังเพลง ก็ไม่ได้อยู่กับที่  

ไม่แปลกใจใช่มั๊ยครับ ที่มือถือ, iPod, เครื่องเล่น MP3-MP4, กล้องดิจิตอล, อาหารประเภท Grap and Go จะมียอดขายพุ่งสูง

ในเมื่อลูกค้ามีเวลาน้อยลง แต่คู่แข่งกลับมีมากขึ้น
หลายธุรกิจจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ อย่างร้านตัดผมในอังกฤษ แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินมาหา เขาก็เดินไปหาลูกค้าเสียเลย

เพื่อให้ดูทันสมัย ก็ออกแบบร้านเคลื่อนที่ให้ดูไฮเทคขึ้น (อันที่จริงไม่น่าจะเรียกร้าน เพราะมีเพียงเก้าอี้ กระจก และอุปกรณ์ตัดผม) และก็ตั้งชื่อให้อินเทรนด์สุดๆว่า HairPod

เลียนแบบชื่อ iPod ที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
HairPod ก็เคลื่อนย้ายไปเปิดได้ทุกแห่ง

จากเดิมที่ต้องเปิดทั้งวัน เปลืองแอร์ เปลืองไฟ
เดี๋ยวนี้ก็เปิดเพียง 3-4 ชั่วโมงตอนพักเที่ยงและหลังเลิกงานตอนเย็น ในบริเวณที่คนทำงานเยอะๆ

ธุรกิจนี้นอกจากไอเดียดีแล้ว ยังมีแบรนด์เป็นจุดขาย
ผมว่าร้านในบ้านเรา ที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก เปิดวันละไม่กี่ชั่วโมง ถ้าลองปรับเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ อาจทำให้มีลูกค้าเพิ่มก็ได้
ลองดูนะครับ
NoodPod ร้านนี้ขายก๋วยเตี๋ยว
GrillPod นี่เป็นชื่อร้านขายหมูปิ้ง
BeMilkPod ย่อมาจาก Soy Bean Milk เป็นรถเข็นขายน้ำเต้าหู้
PokPokPod คือบะหมี่ป๊อกๆ ตามหมู่บ้านครับ

 

2 comments October 30th, 2007

โอกาสโฆษณาออนไลน์ในไทย

ขอชูมือสนับสนุนไอเดียของคุณปฐม อินทโรดม ผู้บริหารจากค่าย เอ.อาร์.ฯ
ที่ให้สัมภาษณ์กับ Manager Online ว่าผู้โฆษณาในเมืองไทย มองตลาดออนไลน์เหมือนต่างประเทศเป็นหลัก ที่มักจะเลือกลงโฆษณา เลือกซื้อพื้นที่แบนเนอร์กับเว็บไซด์ที่มี Hit rate สูงๆ เรียกว่าเอาจำนวนคนเข้ามาดูเยอะๆไว้ก่อน จึงทำให้ตลาดโฆษณาออนไลน์บ้านเราไม่พุ่งปรู้ดเท่าที่ควร

จริงๆแล้ว พฤติกรรมการท่องเน็ต และจำนวนคนเล่นเน็ตในบ้านเรา ก็แตกต่างจากเขาเยอะมาก ดังนั้น การจะให้หลักการเดียวกันคงไม่ถูกนัก 

อย่างน้อยในบ้านเรา ก็ไม่มีดาราสาวคนไหนที่ไม่ชอบนุ่งกุงเกงในเหมือนประเทศเขา (แฮะๆ)
เอาไว้ให้มีแบบเขาเมื่อไร ค่อยมาว่ากันอีกที (อิอิ)

อ้าว! ไปเรื่องนี้ ได้งัยเนี่ย
กลับมาที่โฆษณาออนไลน์กันต่อครับ 
คุณปฐม แกเสนอวิธีการใช้สื่อโฆษณาที่เรียกว่า “ออนไลน์ปลายปิด” ซึ่งจะเป็นลักษณะบันได 4 ขั้น
(เออ! คนละบันไดกับของท่านประธาน คมช. นะครับ)
เริ่มจากใช้ internet สร้างกระแส  เมื่อกระแสเริ่มแรง ก็เสริมด้วยการดึงเอาสื่อแบบเดิมทั้งวิทยุ ทีวี ตู้เย็น(อันนี้ไม่ต้องครับ) มาเสริม  และสร้างเป็น community หรือกลุ่มก้อนที่สนใจเรื่องเดียวกัน จากนั้นก็จะได้กลุ่มลูกค้าที่ผ่านการ Segment เรียบร้อย และพร้อมที่จะเป็นช่องทางขายสินค้า

ถ้าว่ากันตามแนวคิดนี้ web หรือ blog เล็กๆอย่าง clookclick ก็มีโอกาสได้รับค่าโฆษณาเหมือนกัน (แอบหวังลึกๆ) 
เพราะคนอ่านที่นี่ก็สนใจเรื่องเดียวกัน และเป็นผู้อ่านที่เข้มไปด้วยคุณภาพ
จริงมั๊ยครับ! หรือใครไม่เห็นด้วย?

1 comment October 29th, 2007

Previous Posts


Recent Posts

 

October 2007
M T W T F S S
« Sep   Nov »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked