Archive for » July, 2007 «

 

“เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า”
สัจธรรมเรื่องนี้
ทำให้การลงทุนในเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องใหญ่ที่หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญ
เพราะรู้ว่าโลกในวันข้างหน้า จะแข่งขันรุนแรงขึ้น
ปัจจัยเดียวที่จะการันตีว่า ประเทศสามารถยืนอยู่ได้ในเวทีโลก ก็คือ ความสามารถของคนในชาติ

แต่เรื่องนี้ ก็ไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐแต่ฝ่ายเดียวหรอกนะครับ
ทุกคนต้องช่วยกัน!
“ร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ” (แฮะๆ นอกเรื่องอีกแล้ว)

กลับมาที่เรื่องของเราวันนี้ดีกว่าครับ
อันที่จริง เรื่องการศึกษาและพัฒนาทักษะเยาวชน ก็ต้องพึ่งพลังของคนทั้งประเทศ พอๆกับรัฐธรรมนูญเลยหล่ะ เพียงแต่เราอาจจะนึกไม่ถึง
โดยเฉพาะองค์กรด้านธุรกิจ ก็สามารถมีส่วนร่วมและช่วยในเรื่องนี้ได้มาก

อย่างที่เนเธอร์แลนด์ ธนาคาร “POSTBANK” ในเครือ ING Bank ทำโครงการปั้นเถ้าแก่วัยละอ่อน
โดยเปิดให้ เด็กๆที่โตพอทำงานได้ มาเปิดบัญชี ชื่อว่า Easy Blue
จากนั้นจะได้รับกระเป๋านักธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยเอกสารและวัสดุที่จำเป็นในการทำธุรกิจ อาทิ โลโก้สำหรับ print สติกเกอร์ติดเสื้อ, แผ่นสติ๊กเกอร์, กระดาษจดหมาย, ใบปลิวเพื่อโฆษณา และนามบัตร 

ซึ่งวิธีหางาน ก็คือการเดินแจกใบปลิว ตามที่ชุมชนหรือตามหมู่บ้าน
เมื่อมีคนสนใจว่าจ้าง นักธุรกิจรุ่นเยาว์ก็จะเปิดเว็บ POSTBANK และ log on เพื่อปริ๊น invoice ไปให้ลูกค้า
และเมื่องานเสร็จ ลูกค้าก็จะโอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคาร POSTBANKของเด็กคนนั้น 

ธนาคารหวังว่า โครงการนี้จะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักการทำธุรกิจ ทั้งเรื่องการหาลูกค้า การคิดค่าจ้าง การลงมือทำงาน และการบริหารเวลา

กิจกรรมนี้ ไม่ได้มุ่งสอนการ “หาเงิน” เพียงอย่างเดียวครับ แต่ต้องการให้เด็กๆเห็นคุณค่าของ “เงิน” ที่ตนเองหาได้ ว่ามันมีความยากลำบากแค่ไหน 
ดังนั้นเงินของใคร ใครเขาก็หวง

ธุรกิจที่ POSTBANK แนะนำให้น้องๆทำในช่วงปิดเทอมก็มีทั้ง รับจ้างล้างรถ ตัดหญ้า ทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ หรืองานพาสุนัขไปเดินเล่น
แต่ไม่เห็นมีงาน “ขายพวงมาลัย หรือเช็ดกระจกรถแล้วไถเงินตามไฟแดง” เหมือนที่ผมคุ้นเลย ;-)

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ยักษ์ใหญ่เบอร์1 ในวงการค้าปลีกโลกคือ Wal-Mart
แต่ในฝั่งผู้ผลิตหรือ Supplier หล่ะ! ใครเป็นใครบ้าง?
วันนี้ จะพาไปเจาะลึกกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มครับ

พูดถึงเครื่องดื่ม หากจะแบ่งแบบง่ายๆ ก็มีเพียง 2 กลุ่มหลัก คือ “เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อร่างกาย” อาทิ นมพร้อมดื่ม, น้ำผลไม้, น้ำเปล่า, น้ำเกลือแร่ รวมทั้งเครื่องดื่มสายพันธ์ใหม่ๆ เช่น Beaty drink ดื่มแล้วสวย ดื่มแล้วเต่งตึง

กับ “เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อจิตใจ”
ที่เรียกว่า “เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อจิตใจ” เพราะมันไม่ถึงกับไร้ประโยชน์ เพียงแต่มีประโยชน์ไม่มากนัก และผู้ดื่ม ก็ดื่มเพื่อเพิ่มความสุขทางใจมากกว่า

มาลองทายกันดูไหมครับ ว่าใน Top100 ส่วนใหญ่ ทำธุรกิจเครื่องดื่มประเภทไหนกัน?

ขอเฉลย เลยนะครับ
ผมว่าหลายคนคงเดาถูก
ข้อมูลจากนิตยสาร Beverage Industry ฉบับเดือนมิถุนายนปีนี้ ได้สรุป 100 บริษัทแรกของธุรกิจเครื่องดื่ม พบว่า มีจำนวนบริษัทในแต่ละประเภทเครื่องดื่ม ดังนี้ครับ
Beer 23, Bottled water 22, Juice 22, Spirits 20, Wine 19, Soft drinks18, Alternative bevarages 16, Coffee 10, Tea 10, Dairy 4, Mixes/Powders 2

รวมแล้วอาจได้เกิน 100 เพราะบางบริษัท ผลิตมากกว่า 1 สินค้า บริษัทเบียร์หลายรายก็ผลิตไวน์ด้วย บริษัทน้ำอัดลมก็ผลิตน้ำเปล่าด้วย

ดูภาพรวมแล้ว มาดูรายบริษัทกันบ้าง
เบอร์หนึ่งในเรื่องเครื่องดื่ม คือ Coca-Cola ครับ
มียอดขายในปีที่แล้วกว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าในพอร์ต นอกจากน้ำอัดลมแล้วก็มี น้ำเปล่า, น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มพันธุ์ผสมใหม่ ให้ทั้งพลังงานและสารอาหาร

อันดับสอง คือ Nestle จาก Switzerland
รายนี้มี กาแฟ ชา นม น้ำผลไม้ เป็นตัวทำยอดขายกว่า 21,236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 50

อันดับสามถึงเจ็ด เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งไวน์ เหล้า และเบียร์ ไล่เรียงตามยอดขายจากมากไปน้อย ได้ดังนี้ INBEV จาก Belgium, ANHEUSER-BUSCH INC จากสหรัฐ, HEINEKEN จากเนเธอร์แลนด์, SABMILLER จากอังกฤษ และ DIAGEO ผู้ผลิต Johnnie Walker, Guinness Beer, J&B, Smirnoff จากอังกฤษเช่นกัน

ที่น่าแปลกใจคือ PEPSI อยู่ในอันดับแปดเท่านั้น มียอดขาย 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Coca-Cola เท่านั้น

ส่วนอันดับเก้า คือ PERNOD-RICARD ผู้ผลิตไวน์ เหล้า และน้ำผลไม้ จากฝรั่งเศส

น้องใหม่มาแรงแห่งยุค อย่าง STARBUCKS กระโดดขึ้นมาอยู่ในอันดับสิบ ด้วยยอดขาย 7,787 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งหมดเป็นยอดขายในปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่อนาคตไม่แน่ เพราะกระแสการบริโภคเริ่มเปลี่ยนไป
PEPSI และ Coco-Cola ก็ปรับตัวกันใหญ่ ไล่ takeover บริษัทน้ำดื่ม น้ำผลไม้ กันว่าเล่น
เป็นแบบนี้ อันดับในปีหน้า คงเปลี่ยนแน่!
แต่ถึงกระแสสุขภาพจะเปลี่ยนไปอย่างไร รายได้ของผู้ผลิตเหล้า เบียร์ ก็ไม่เห็นกระเทือน
“แปลกไหมครับ?”