“เป็นไปไม่ได้!!! จะแซงได้อย่างไร?”
“แค่สร้างประเทศให้พอมีกิน ยังลำบากเลย!”
หลายคนคงคิดแบบนี้ แม้จะไม่เคยไปเยือนถิ่นกัมพูชาก็ตาม
ยิ่งคนที่เคยไป ยิ่งกล้ายืนยันคำตอบข้างต้น
แต่ผมเชื่อว่าหลายคน อาจเปลี่ยนใจ ทันทีที่ได้เห็นข่าวนี้
“กัมพูชา อาจกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน”
หลังพบแหล่งน้ำมันดิบ บริเวณชายฝั่ง ใกล้เมืองท่าสีหนุวิลล์
ซึ่งในปีหน้า บริษัท Shevron หนึ่งในผู้ได้รับการสัมปทาน ก็เตรียมลงมือตั้งแท่นขุดเจาะ
ในขณะที่อีกหลายบริษัท ก็เตรียมขอร่วมวงครั้งนี้ด้วย
คาดกันว่า บ่อน้ำมันนี้มีน้ำมันดิบอยู่อย่างน้อยๆก็ 700 ล้านบาร์เรล บวกกับก๊าซธรรมชาติอีกจำนวนมหาศาล
แหล่งพลังงานใหญ่ขนาดนี้ คงทำให้เงินสกุล Reals มีค่าน่าจับจองมากขึ้น
ตามข่าว หลังจากเปิดสัมปทานแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาจะมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันในอีก 2 ปีข้างหน้า
เอาหล่ะซิ! เขมรจะเนื้อหอม ก็คราวนี้แหละ
เวียดนาม ก็ส่งออกน้ำมัน นำรายได้เข้าประเทศหลายล้านดอลลาร์
เขมรก็กำลังจะส่งออกน้ำมัน
นี่ถ้าหาก “ลาว” ค้นพบแหล่งน้ำมันอีกประเทศ
แล้ว ไทยแลนด์ จะทำจั๊งได๋???
(ขอขอบคุณ ข่าวจาก ManagerOnline และ Sin Chew Daily)
แม้เดี๋ยวนี้เมืองหลวงของไทยจะมีระบบการจัดเก็บขยะที่ดีขึ้น
บางถนน บางชุมชน มีรถวนมาเก็บขยะวันละ 2 เที่ยว
แต่เราก็ยังภาพขยะล้นถัง ในหลายๆที่
หรือว่าเป็นเพราะ หลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ทำให้ กทม. ลดจำนวนถังขยะลง
รวมถึงร้านค้าต่างๆ ก็พลอยนำถังขยะที่เคยมีอยู่หน้าร้าน ไปแอบเก็บหลังอาคาร
จนทำให้ถังที่มี ไม่พอต่อการใส่ขยะ
จะว่าไป “ปัญหาขยะ” กับ “เมืองใหญ่” เป็นของคู่กันเสมอ
เมื่อมีคนอาศัยอยู่เยอะ ก็ต้องมีของเหลือใช้แยะ ตามไปด้วย
บ่อยครั้ง เราจึงเห็นขยะล้นถัง ทั้งสีลม ละลายทรัพย์ หรือจตุจักร
“ขยะเยอะทำอย่างไรดี?”
จะเพิ่มรอบ ให้รถวิ่งมาเก็บบ่อยขึ้นคงไม่ไหว ไหนจะต้องเพิ่มค่าจ้างคน ไหนจะค่าน้ำมัน ยังไม่รวมเสียเวลารถติด
ครั้น จะทำ “ถังขยะให้ใหญ่” คงดูขัดลูกตา ถ้าเมืองหลวงมีถังขยะใหญ่พอๆกับป้อมตำรวจ
หลายเมืองจึงพยายามคิดวิธีการจัดการ
อย่างที่สหรัฐ มีบริษัทชื่อ Seahorse Power Company ได้ประดิษฐ์ถังขยะแบบพิเศษขึ้นมา ตั้งชื่อว่า “BigBelly”
โดยความไม่ธรรมดาของเจ้า BigBelly นี้ คือการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ไว้ด้านบน
แล้วก็ติดตั้งเครื่องบีบอัดไว้ภายใน เมื่อปริมาณขยะมีมากพอ เครื่องบีบอัดก็จะทำการบด เพื่อให้ถังมีพื้นว่าง
การออกแบบนี้ ทำให้เครื่อง BigBelly สามารถประหยัดเวลาการมาเก็บขยะได้ 3-4 ครั้ง
แปลว่า ถ้าขยะเยอะ ขนาดที่จะต้องมาวันละ 4 ครั้ง
ก็จะทำให้ คนเก็บขยะ มาเก็บเพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งวัน
ราคาอาจแพงไปนิด ถ้าคิดเป็นเงินบาท เพราะมันอยู่ในระดับหลักพันดอลลาร์
แต่ในบ้านเมืองเขา ที่หาคนงานด้านนี้ยากเต็มที จึงทำให้เครื่องนี้ได้รับความนิยมดีทีเดียว
และการที่ถังขยะนี้ มีไฟฟ้าในตัว ทำให้สามารถออกแบบทำตะแกรงไฟฟ้า ไว้ป้องกันไม่ให้สัตว์ (ทั้งหมี แรกคูน) มาคุ้ยขยะได้ด้วย
แต่หากนำมาใช้ในเมืองไทย คงต้องดีไซด์ให้มีฟังก์ชันการสะแกนระเบิดด้วย ถึงจะขายได้
เพื่อนๆออกไอเดีย