Archive for » February, 2007 «

 

ยุคนี้ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคเป็นใหญ่จริงๆ
แม้ในตำราทางการตลาด จะบอกว่าลูกค้าคือพระเจ้า แต่เอาเข้าจริง พระเจ้าอย่างผมก็โดนพนักงานเมินหลายครั้ง (เอ! หรือว่าหน้าตาไม่น่ามีตังค์พอ พนักงานขายเลยไม่สน)

หลายคนคงเคยเจอการบริการที่ไม่ดี สินค้าไม่ตรงกับที่โฆษณา หรือกระทั่งราคาที่ชั้นวางไม่ตรงกับที่แคชเชียร์คิดเงิน

อย่างนี้ก็ต้องหาทางออกกันหน่อย ด้วยการฟ้อง ศกบ.
เดี๋ยวนี้การไปร้องเรียนกับ สคบ. หรือชื่อเต็มๆว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูจะไม่ทันใจเอาซะเลย
แต่ที่ ศกบ. หรือ “ศูนย์กลางการป่าวประกาศของผู้บริโภค” นี่ซิทันใจกว่า

“ศูนย์นี้อยู่ที่ไหนหรือ?”
“อยู่ข้างๆ clookclick.com นี่แหละ”
ก็บรรดา webboard ทั้งหลาย นั่นไงครับ

ตอนนี้ ศกบ. เริ่มทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ และหลายบริษัทเริ่มตั้งทีมงานเพื่อติดตาม webboard เหล่านี้ และอธิบายชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
มีทั้งเปิดเผยตัวว่าเป็นตัวแทนบริษัท และมาแบบกลมกลืน

ที่ชัดเจนและเปิดเผยตัว คือ ตัวแทนของ DTAC ครับ
แม้จะไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นตัวแทน แต่แค่ใช้นามปากกาว่า THANAHAPPY ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร
ผมเจออยู่กระทู้หนึ่ง โพสต์ไว้ว่า “อยากสัมภาษณ์คุณธนา เธียรอัจฉริยะ  เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการทำวิทยานิพนธ์”
เพียง 1 วันให้หลัง เจ้าของนามปากกาก็ โพสต์ตอบว่า “ขอเบอร์หลังไมค์ครับ!”
โอ้โห! รวดเร็ว ทันใจจริงๆ งานนี้ได้ใจลูกค้ารุ่นใหม่อีกเพียบ

ไม่น่าเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูง เขาให้ความสำคัญขนาดนี้ เขาว่างและมีเวลาขนาดมาท่อง webboard ด้วยหรือ หรือว่าไม่มีงานต้องทำ (แซวเล่นครับ)

จริงๆแล้ว Webboard หรือ Blog เป็นเครื่องมือในการวิจัยพฤติกรรมลูกค้าได้ดีทีเดียว เพราะที่นี่ เมื่อลูกค้าได้รับบริการที่แย่ๆ ก็จะเข้ามาบ่น ถ้าเจอเรื่องดีๆ ก็มาชม
บางทียังเข้ามาเสนอว่าบริษัทควรจะเพิ่มสินค้า/บริการอะไรใหม่ๆบ้าง แน่ะ! ทำตัวเหมือนเป็นพนักงานบริษัทเลย

ทีนี้ บริษัทไหนยังไม่สนใจเข้ามาฟังเสียงลูกค้าใน Webboard หรือ Blog ก็ถือว่าเสียเปรียบคู่แข่งไปหลายก้าวแล้วครับ

ต่อไปบริษัทใหญ่ๆ อาจต้องเพิ่มตำแหน่งงาน “เจ้าหน้าที่ตอบกระทู้ Webboard” 
สนใจมั๊ยครับตำแหน่งนี้

 

แม้เมืองไทยจะขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกิน
เดินไปไหนก็หาของอร่อยได้ไม่ยากนัก  ร้านอร่อยๆมีเยอะจนเที่ยวชิมไม่หมด

แต่ก็อร่อยเฉพาะร้านเท่านั้น ไม่ค่อยมีการขยายสาขา เพราะถ้าขยายสาขาไปเยอะแล้วความอร่อยหาย เนื่องจากควบคุมได้ไม่ทั่วถึง

วันนี้มีเคล็ดลับของผู้ค้าปลีกรายเบิ้มของญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังครับ

ที่ญี่ปุ่นเขาพิถีพิถันมาก อย่างแซนด์วิชที่ขึ้นชื่อและติดปากในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เขามีทีเด็ดอยู่หลายจุด
เริ่มจากขนมปัง เขาจะใช้เวลาหมักนานถึง 12 ชั่วโมง ในขณะที่การหมักปกติใช้เวลาแค่ 4 การหมักนานแบบนี้เพื่อให้ได้กรดอะมิโนที่พอเหมาะ นั่นจะทำให้ขนมปังนุ่มอร่อย

ส่วนถัดมาของแซนวิช คือ บรรดาผักต่างๆ เขาเน้นผักสด ผักที่ใช้จะจัดเก็บในอุณหภูมิต่ำ ผักทุกชนิดใช้การหั่นด้วยมือ เพื่อตรวจสอบคุณภาพไปในตัว
จะไม่มีการหั่นมะเขือเทศเก็บไว้นานๆ เพราะความอร่อยจะลดลง

ถัดมาเป็นไข่ครับ
ปกติไข่จะมีกลิ่นคาว แต่เพื่อลดความคาวนี้ เขาให้ไก่กินสมุนไพร ซึ่งไข่ที่ได้จะมีกลิ่นคาวน้อยลง และความหวานกำลังพอดี

มายองเนส ก็มีเคล็ดลับเหมือนกัน
อย่าลืมนะครับ ความสำคัญของมายองเนสคือช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผัก ถ้าไม่มีมายองเนส ความชื้นจะไหลสู่ขนมปัง ทีนี้ขนมปังจะเละไม่น่าทาน
ดังนั้น เขาต้องหาวัตถุดิบอย่างดี ทั้งไข่ไก่ น้ำมัน และน้ำส้มสายชู เพื่อให้ได้ยองเนสที่อณูเล็กๆกว่าธรรมดา

จบท้ายด้วยการห่อ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังต้องทำให้แกะทานง่ายไม่เปื้อนมือ

เป็นไงครับ ความพิถีพิถันในการทำแซนด์วิช
แค่อ่านก็สัมผัสได้ถึงความอร่อย
ว่าแล้วก็ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนครับ