วันสุดท้ายของปีแบบนี้ มาสรุปเหตุการณ์ตลอด 365 วันที่ผ่านมาซะหน่อย เอาเฉพาะในวงการค้าขายนะ เรื่องการบ้านการเมืองหรือเรื่องดารา มีคนพูดเยอะแล้ว
ปีจอที่ผ่านมา นับว่าไม่ค่อยสดใสนักของเหล่าค้าปลีกในเมืองไทย จะเรียกว่า ขาลงก็พอได้ ประเดิมจาก ร้านค้าปลีกที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ถูกประท้วงอย่างต่อเนื่อง โทษฐานไปเปิดร้านในท้องถิ่น ปี 49 จึงนับเป็นปีที่มีการขยายสาขาของเหล่าบิ๊กๆ น้อยกว่าหลายๆปี
กระแสไม่เอาเหล้า ไม่เอาบุหรี่ ก็ทำเอาผู้ผลิต ผู้ค้าปลีกต้องปรับตัวจ้าละหวั่น ผู้ผลิตเหล้าบางราย ถึงกับต้องหันมาทำตลาดน้ำผลไม้ซะงั้น!!! คุ้นๆมั๊ยครับว่าน้ำผลไม้ Berry ของค่ายไหน? ยังไม่รวมน้ำดื่มให้พลังงานยี่ห้อ B-Ing จากโรงงานย่านสามเสนอีก ปีหน้าคนไทยสำลักน้ำผลไม้แน่ๆ
นอกจากนี้ คนไทยยังปฎิเสธชาเขียวดื้อๆ ทำเอาคุณตัน โออิชิ ต้องออกมาเต้นโชว์หน้าจอทีวี เพื่อผลักดันอามิโน (ที่ยังไม่)โอเค
ที่น่าใจหายสุดๆ คือ โรตีบอย มาไวไปไวกว่าที่คิด แม้ร้านจะไม่ปิด แต่ก็อยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง
ส่วนกลยุทธ์แจกของรางวัล ปีนี้เป็นปีทอง เพราะแจกกันเยอะเหลือเกิน ยิ่งในช่วงบอลโลก ทั้งถ้วยทอง(ไม่ใช่ยาหม่องนะครับ) สร้อยทอง เหรียญทอง หลังจากปีก่อนหน้านี้เป็นปีเงิน เพราะคุณตัน แกเล่นแจกรางวัลละล้าน ทำเอาชาเขียวโออิชิขาดตลาด แจกเงินก็แล้ว แจกทองก็แล้ว มาลุ้นกันว่าปีหน้าแฟชั่นแจกของรางวัลจะเป็นอะไร
ครับ! ทั้งหมดนี้คือภาพคร่าวๆของปีนี้ ส่วนปีหน้าจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามครับ ที่นี่แหล่ะ www.clookclick.com
ช่วงปีใหม่แบบนี้ หลายคนคงได้รับโบนัสก้อนโต หลายคนคงให้เงินขวัญถุงกับเด็กๆ งั้นเรามาคุยเรื่องเงินๆ กันดีกว่า เรื่องที่ไม่ค่อยจะเข้าใครออกใคร
ตอนเด็กๆ เรามักจะมีกระปุกออมสินไว้ให้หยอดเหรียญ ประหยัดค่าขนมมาเก็บสะสมเพื่อซื้อของที่อยากได้ พอเงินเต็มกระปุก ก็ทุบมาซื้อของ ตอนเวลากระปุกแตกเห็นเงินเหรียญกระจายอยู่เต็มหน้า อู้หู้! ไม่น่าเชื่อว่าจะเก็บเงินได้เยอะขนาดนี้
ครับ! มันเป็นความภาคภูมิใจของเด็กๆในวัยนั้น
แต่แปลกนะครับ นิสัยแบบนี้ Shelf Life สั้นเหลือเกิน มันไม่ติดตัวมาถึงตอนที่เราทำงานหาเงินได้เอง
ภาพของกระปุกออมสิน รูปช้าง กระต่าย เสือ หมู และเหล่าสัตว์ต่างๆ ตอนนี้หาดูยากแล้วครับ ผมลองไปเดินดูที่สวนจตุจักร ก็ไม่เห็นมี อาจเป็นเพราะยังไปไม่ถูกแหล่ง แต่เชื่อว่ายังมีขายแน่นอน แต่ชักไม่แน่ใจว่า พ่อแม่สมัยนี้ ยังนิยมซื้อให้เด็กหรือเปล่า
ไม่เป็นไรครับ ถ้ากระปุกรูปสัตว์ที่ทำจากเซรามิกหรือปูนขาวทาสี มันดูไม่ทันสมัยกับเด็กยุคนี้ ผมมีกระปุกแบบใหม่ที่ Cool สุดๆ จากอเมริกามาเป็นตัวอย่าง เผื่อใครจะทำขายในไทย

ลุงแยงกี้ เขาเอาใจเด็กๆด้วยการทำกระปุกใส ตรงฝามีเครื่องสแกนอ่านประเภทเหรียญ และมีหน้าปัดบอกจำนวนที่มีในกระปุก หยอดปุ๊บ ตัวเลขขึ้นปั๊บ แบบนี้ก็จูงใจให้เด็กอยากหยอด ส่วนเด็กโตขึ้นมาหน่อย หรือคนมีฐานะ เขาก็ทำออมสินเป็นตู้ ATM ให้เก็บทั้งแบงก์และเหรียญ แถมยังกดเงินออกมาใช้ได้ แต่ต้องมีรหัสนะ เหมือน ATM จริงๆเลย
เวลาเก็บเงิน ตัวเลขก็จะเพิ่ม ตอนถอนมาใช้ตัวเลขก็จะลด เป็นการฝึกนิสัยให้เป็น entrepreneurship ตั้งแต่เด็ก
ผมเองก็เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เลยพยายามไถ่บาปด้วยการสอนเด็กๆให้รู้จักออม (แต่ก็ต้องภาวนาไปด้วยว่าอย่าย้อนถามนะ) เผื่อว่าในอนาคตประเทศของเราจะมีเงินเพียงพอ ไม่ต้องพึงเงินลงทุนจากต่างชาติ
ภาพจาก Discovery Channel Store
เพื่อนๆออกไอเดีย