Archive for » November, 2006 «

“ค้าปลีก” คำๆนี้ไม่รู้ว่าถูกคิดค้นมาแล้วกี่ปี  แต่ถ้าดูจากการทำหน้าที่แล้ว คำนี้ก็ไม่ต่างจาก “พ่อสื่อ-แม่สื่อ” เพราะผู้ค้าปลีก เป็นผู้นำพาสินค้าจากผู้ผลิต มาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

จากประวัติการเริ่มต้นกิจการของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ๆของโลกเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว อาทิ เทสโก้ เริ่มในปี 1924, เซเว่น เริ่มปี 1927, คาร์ฟูร์ เริ่มปี 1957 และ วอลมาร์ท เริ่มปี 1962 เป็นต้น ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่ อยู่ข้างผู้ผลิต จะเรียกว่า ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการขาย ของโรงงานอุตสาหกรรม ก็ไม่ผิดนัก
พ่อสื่อ-แม่สื่อ ทำหน้าที่เชียร์สินค้าเต็มที่

ซื้อมาขายไป ซื้อถูกขายแพง ช่วงนี้ค้าปลีกทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ
ห้างเซ็นทรัล ก็เติบโตและขายกิจการในยุคนี้เช่นกัน ซื้อหนังสือนิตยสารต่างประเทศแบบเหมาลัง แล้วมาวางขายรายเล่ม ก็ทำเงินไม่เบา

ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก รับผลกำไรไปเต็มๆ  กลิ่นหอมหวานนี้ ดึงดูดให้มีผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ผู้ค้าปลีกเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือด

และแล้วขั้วอำนาจก็เปลี่ยนทิศ (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองขณะนี้นะครับ) ถึงเวลาที่ผู้ซื้อจะเป็นใหญ่
ตอนนี้ผู้ค้าปลีก ต่างจ้าละหวั่น หันมาอยู่ข้างผู้ซื้อ เครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารการค้า จึงเต็มไปด้วยคำว่า “ลูกค้า” “Customer” 

คุณซูซูกิ ซีอีโอ ของเซเว่นญี่ปุ่น กล่าวว่า “การค้าปลีกในยุคผู้ซื้อ  เรา(ซึ่งไม่ได้พวกเรานะครับ แต่หมายถึง เซเว่นฯ เค้า)ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดซื้อของผู้บริโภค”
…ว่าเข้าไปนั้น…
เรียกว่า ถ้าลูกค้าอยากได้อะไร ตอนไหน ผู้ค้าปลีกต้องหามาให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด

ตอนนี้ผู้ค้าปลีก เปลี่ยนใจ หันมาอยู่ฝ่ายผู้ซื้อหมดแล้ว
“ไม่ชอบตัวไหน  บอกผม เดี๋ยวให้เด็กเอาออกจากร้านเลย” สินค้าที่ยอดขายไม่ดี ก็ค่อยๆหายไปจากร้าน
“อยากได้อะไรเพิ่ม  เดี๋ยวผมจะไปพูดกับคนผลิตให้  ถ้าเขาไม่ยอมผลิต เดี๋ยวหารายใหม่ หรือไม่ก็ผมผลิตเองก็ได้”  สินค้าเฮ้าส์แบรนด์เริ่มเข้ามาแทนที่

ครับ! หนังเรื่องนี้ยังไม่จบหรอก
แต่จะเป็นอย่างไรต่อไป?  พ่อสื่อ-แม่สื่อ จะเปลี่ยนข้างอีกมั๊ย? ต้องติดตามลุ้นกันต่อไป     ;-)

หลังจากปล่อยให้ผู้ค้าปลีกรายอื่นทำตลาดอยู่นาน ล่าสุด เทสโก้ ก็กระโดดมาร่วมแจมตลาดข้าวกล่องกับเขาบ้าง ไม่น่าเชื่อนะครับว่า คนไทยเดี๋ยวนี้ทำอาหารทานเองน้อยลงทุกที

ข้าวกล่องประเภทแช่แข็ง หรือ Frozen food เริ่มเปิดตัว ออกมาให้คนไทยได้ลิ้มรสกันเกือบ 10 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ถ้าจำไม่ผิด เห็นจะเป็น 7-Eleven ที่ออกสินค้ายี่ห้อ อีซี่โก ก่อนที่จะมีรายอื่นๆมาสร้างสีสัน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Family Mart ก็มีแบรนด์ ไออิ่ม เป็นของตนเอง ปีสองปีที่แล้ว พรานทะเล ก็สร้างสีสันด้วยเมนูอาหารทะเล แม้ราคาจะสูงไปนิด แต่ก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ที่เบื่อ ไก่ หมู เต็มทน ล่าสุด เทสโก้ ก็เปิดตัวข้าวกล่องของตนเองบ้าง 

เรียกว่าตอนนี้ผู้เล่นลงสนามครบแล้ว ต่อไปก็ต้องดูว่าใครจะอยู่ ใครจะไป
7-Eleven อาจได้เปรียบนิดๆ ที่ลงสนามมาก่อน ประสบการณ์เยอะกว่าเพื่อน แถมมีพี่เลี้ยงอย่างเซเว่นญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเรื่องข้าวกล่อง ข้าวปั้น อูด้ง
แต่ก็ประมาท Tesco ไม่ได้ ถ้าไม่แน่จริง คงไม่ลุยตลาดนี้ เพราะได้ทดลองและปรับจูน Ready meal มาครบปีแล้ว

หลายคนอาจแย้งว่า จะมีคนกินข้าวกล่องแช่แข็งหรือแช่เย็นสักกี่คนกัน? 
อันนี้อาจตอบตรงๆไม่ได้ แต่ถ้าเดินข้าวครัวที่บ้าน เราก็จะเห็นว่า ตู้กับข้าว-เตาแก๊ส ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคู่ครัวไทยมาช้านาน เริ่มหายไป กลายเป็น ตู้เย็น-ไมโครเวฟ มาแทนที่

ตู้กับข้าว กลายเป็นสิ่งหายากซะแล้ว เด็กรุ่นไหม่ๆคงไม่รู้จัก

ผู้ค้าปลีกเขาสังเกตเห็นสิ่งนี้มานานแล้วครับ ในเมื่อมีตู้เย็นไว้เก็บกับข้าว และมีไมโครเวฟ ไว้อุ่นอาหาร อย่างนั้นก็ผลิตสินค้าที่เก็บไว้ได้นานหน่อย เวลาจะทานก็ไม่ต้องยุ่งยาก

ครับ! ข้างต้นเป็นตัวอย่างหนึ่งของไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ชนิดที่เราเองอาจไม่รู้สึกตัว แต่ผู้ค้าปลีกเขามองเห็นโอกาส และเตรียมการมานานแล้ว ยังมีอาจหลายอย่างนะครับ ที่เราไม่รู้ตัวว่า มันเปลี่ยนไปแล้ว
คนที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อน ย่อมได้เปรียบ 
(อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิติบริกรบางคนที่ชิงลาออก แล้วมาจอยกับรัฐบาลใหม่ หรอกนะครับ)