Posts filed under 'retail monitor'

แสตมป์เซเว่นฯ


มันมาอีกแล้วครับ คราวนี้แตกต่างจากครั้งไหนๆ เพราะเอา ‘โดเรมอน’ มาล่อ

เมื่อสองเดือนก่อน ก็หลงกลสะสมตุ๊กตาโดเรมอนในแอกชั่นเล่นกีฬาต่างๆ
กว่าจะครบชุด ก็หมดไปหลายตังค์

การเล่นรายการนี้ ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง คือ เสียตังค์ครบ 40 บาท รับแสตมป์เงิน 1 ดวง แต่ถ้าอยากได้แสตมป์ทอง ที่ดวงโตกว่าหน่อยนึงและมีค่ามากกว่า 3 เท่า ก็ต้องซื้อสินค้าบางรายการเท่านั้น

ปกติการสะสมแสตมป์เพื่อแลกของรางวัล ไม่ค่อยถูกกับผมเท่าไร
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ชอบสะสมแสตมป์ตามเพื่อนๆ ครูก็บอกว่า ยิ่งสะสมไว้นาน ยิ่งมีค่ามากขึ้น
ไอ้กระผม ก็เลยจำวิธีนี้มาตลอด
เก็บไว้นาน…จนหมดอายุ(แลกของรางวัล)

แต่พอมีพลังวิเศษของโดเรมอน เห็นทีทัศนคติจะเปลี่ยนไป
เอาว่ะ.. สัก 100 ดวง คงพอจะเก็บได้ ขอแลกถังเจ้าระเบียบสักใบเถอะ
หวังว่าครั้งนี้คงไม่โดนน้องๆที่ทำงานตัดหน้าไปก่อน
เพราะจำได้ว่า ช่วงเวลานี้ของทุกปี น้องๆจะขยันเป็นพิเศษ
“พี่ๆครับ ผมจะไปเซเว่นฯ ฝากซื้ออะไรมั๊ย”
พวกมันน้องๆ เขาก็ใช้เทคนิค ‘รวมซื้อ’ จากคนละยี่สิบบาทสามสิบบาท ก็ได้เป็นร้อย
และก็ยึดสแตมป์เป็นของตัวเอง

อ้อ! หมดเขตแลกของ 28 กุมภาปีหน้านะคร้าบบบบ
(อันนี้เขียนเตือนตัวเอง เดี๋ยวลืมอีก)

4 comments November 5th, 2008

แคมเปญปลายปี

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีแล้วครับ
คนทำมาค้าขาย จะรายเล็ก รายใหญ่ คงต้องเหนื่อยอีกพอสมควร
จากการสำรวจแบบง่ายๆของผม ทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดละลายทรัพย์

ตลาดแรก ดูปริมาณการซื้อขาย ดูรายงานผลประกอบการ ดูข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ อีกตลาด ผมดูสีหน้าและน้ำเสียง ยามลูกค้าขอลดราคา
“อย่าต่อเลยคะะะะะ กำไรก็น้อยอยู่แล้ว ขายก็ไม่ค่อยดี”

สถานการณ์เป็นแบบนี้ บวกกับช่วงปลายปีเป็นฤดูช้อบปิ้งเสียด้วย เดี๋ยวเราได้เห็นเกมรุกแน่นอน

ผมจับจ้องดูค้าปลีกรายใหญ่ๆ ว่าจะมีแคมเปญอะไรให้ตื่นเต้น และยั่วเงิน(ที่ไม่ค่อยจะมี)ในกระเป๋าได้บ้าง
รู้สึกปีนี้จะไม่ค่อยกล้าขยับตัวเท่าไร อาจเพราะบ้านเรากำลังอยู่ในสภาวะ ‘สังคมอุดมปัญหา’

แต่แล้ว TOPs ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง วันนี้เพิ่งเปิดแคมเปญใหม่ซิงๆ
‘SPOT Money Back’ ชื่อก็บอกโทงๆว่า คืนเงิน แต่จะคืนจริงมั๊ย? คืนอย่างไร? คืนมากน้อยแค่ไหน? ผมขอไปลองใช้บริการดูก่อน แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง

เอาข่าวมาฝากสั้นๆแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวคืนนี้จะเดินทางกลับบ้านนอก เนื่องในโอกาสวันสาร์ทไทย
แต่คนละเส้นทางกับนายกฯนะครับ
ท่านลงใต้ ผมไปอิอีสาน
หวังว่าการรถไฟฯ คงไม่แถมเวลาให้ผมนะครับ แค่ 6 ชั่วโมงครึ่งก็เมื่อยตู-จะแย่อยู่แล้ว!

2 comments September 26th, 2008

จตุจักรวันนี้…มีเปลี่ยนไป

วันเสาร์ที่ผ่านมา มีโอกาสไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักร
ไม่ได้มาเดินที่นี่หลายเดือน จึงแอบลุ้นเล็กๆว่า ร้านค้าปลีกไม่ติดแอร์ขนาดใหญ่แห่งนี้ จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

สำหรับผมแล้ว แม้ไม่มีจุดประสงค์แน่นอน ก็สามารถไปเดินได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา
เดินไป กินไป สุดท้ายก็มีของติดไม้ติดมือกลับบ้านจนได้ (เออ… เฉพาะเสาร์อาทิตย์นะครับ วันธรรมดาไม่รู้จะเดินไปทำไม)

แต่ครั้งนี้ผมมีเป้าหมายชัด กะว่าจะไปเลือกของแต่งบ้านเสียหน่อย
เลยใช้บริการรถไฟใต้ดิน ไปโผล่ตรงข้ามร้านภูฟ้า แล้วมุ่งหน้าไปโซนขายของแต่งบ้าน เพื่อประหยัดเวลา
พอเสร็จภารกิจ ก็มีโอกาสเดินสำรวจตลาดนิดหน่อย

หากเทียบกับครั้งแรกที่มาเดินตลาดแห่งนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่า จตุจักรวันนี้เปลี่ยนไปมาก
เคยได้ยินจากพี่ๆเพื่อนๆว่า จตุจักรนี่เป็นสุดยอดสินค้านำเข้า มีของจากต่างประเทศเยอะมากๆ ถ้าอยากอินเทรนด์ ต้องไปซื้อเสื้อผ้าที่นี่
พอไปเห็นกับตา
อ๋อ…จริงๆด้วยครับ ทีนี่สินค้านำเข้าเยอะมากๆ นำเข้ามาเป็นกระสอบๆเลย
ทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต รองเท้า กางเกงยีนส์…

นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ที่กลุ่มลูกค้าใหญ่ คือคนระดับกลางและระดับล่าง
แต่วันนี้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป เกือบครึ่งเป็นชาวต่างชาติ
บรรยากาศในตลาดนัด จึงไม่ต่างอะไรจาก showcase ดีๆนั่นเอง

วันเสาร์ที่ผ่านมา แม้คนจะเยอะเช่นเคย แต่ที่สร้างความแปลกใจคือ ชาวต่างชาติหายไป
ปกติ 5 โมงเย็น แดดร่ม ลมตกแบบนี้ จะมีฝรั่ง ญี่ปุ่น ค่อนข้างเยอะ
หวังว่า นี่เป็นแค่สถานการณ์ชั่วคราว พอถึงเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี ขอให้มีเงินดอลลาร์ไหลเข้ามามากกว่านี้

จุดหลักที่ผมสังเกตุเห็น (คนอื่นอาจไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้นะครับ) คือ เสน่ห์ของสินค้าไอเดียหายไป
เมื่อ 3-4 ปีก่อน ที่นี่เป็นแหล่งขายสินค้าไอเดียเจ๋งๆ สินค้าใหม่ๆหลายตัว วางขายที่นี่ ก่อนจะแพร่ไปยังตลาดนัดอื่นๆ

บางคนอุตสาห์คิด ประดิษฐ์ของเจ๋งๆ สวยๆ ออกมาขาย กว่าจะได้แต่ชิ้น ใช้เวลาอยู่นาน
แต่ก็มีคนมักง่าย ฉวยโอกาสเลียนแบบ และทำออกมาวางขาย ในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ แถมยังดัมพ์ราคาถูกกว่า (เพราะแกไม่ต้องเสียเวลาคิด)
จนทำให้บางร้านติดป้าย บอกว่า “หัดคิดเองบ้าง อย่าเอาแต่ก็อบปี้คนอื่น”
แค่ป้ายเตือนสติแบบนี้ คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ
สุดท้ายกลไลตลาดก็ทำงาน
ตลาดที่มีคนชอบก็อบปี้เยอะ ก็จะไม่มีสินค้าแปลกๆ ดีๆ เจ๋งๆ ออกมาวางขาย
เพราะคนคิดขี้เกียจคิด คิดไปก็มีคนลอกเลียนแบบ

วันนี้ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของตลาดนัดจตุจักรยังคงมีอยู่
ร้านส้มตำ ร้านเฉาก๋วย ของแต่งบ้าน จานกระเบื้อง ยังมีลูกค้าอุดหนุนหนาแน่น
เพียงแต่ จะทำอย่างไรให้จตุจักรมีเสน่ห์มากกว่านี้ โดยเฉพาะมีสินค้าที่แตกต่างจากที่อื่น เป็นแหล่งขายผลงานนักคิดนักประดิษฐ์ คนรุ่นใหม่
เพราะเพียงแค่เป็นตลาดขายส่งขายปลีกสินค้าราคาถูก คงไม่มีเสน่ห์มากพอจะดึงดูดลูกค้าไทยและเทศได้ในอนาคต

2 comments September 23rd, 2008

Previous Posts


Recent Posts

 

November 2008
M T W T F S S
« Oct    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked